กรมชล ฯ จัดการน้ำตามแผน ยันเขื่อนแข็งแรง ปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/337394

กรมชล ฯ จัดการน้ำตามแผน ยันเขื่อนแข็งแรง ปลอดภัย

กรมชล

กรมชล ฯ จัดการน้ำตามแผน ยันเขื่อนแข็งแรง ปลอดภัย

             กรมชลประทานเผยสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาปัจจุบันปกติ ยังเหลือพื้นที่รับน้ำด้านเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนเพียงพอรับน้ำหน้าฝนนี้ มั่นใจเครื่องมือชลประทานพร้อมรับสถานการณ์ และขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

                นายสัญญา แสงพุ่มพวง ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่าสภาพน้ำท่าของประเทศตั้งแต่ต้นฤดูฝนเดือนมิถุนายนเป็นต้นมาจนถึงขณะปัจจุบัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 10-15 อย่างไรก็ตามในลุ่มเจ้าพระยาปริมาณฝนส่วนใหญ่ตกลงด้านท้ายเขื่อน ทำให้ตอนนี้มีปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เฉลี่ยร้อยละ 60 จึงมั่นใจว่าในช่วงฤดูมรสุมอีก 2 เดือนข้างหน้า คือ สิงหาคม และ กันยายน จะยังมีพื้นที่เก็บน้ำในบริเวณนี้อย่างเพียงพอ หรือหากกรณีฝนตกท้ายเขื่อน ลำน้ำสายหลักอย่าง ปิง วัง ยม น่าน ยังเหลือพื้นที่รับน้ำมากกว่าครึ่ง เนื่องจากปัจจุบันมีสายน้ำที่ไหลอยู่ในลำน้ำสายหลักเกณฑ์เฉลี่ยร้อยละ 50 และเขื่อนเจ้าพระยาขณะนี้มีปริมาณการระบายอยู่เพียงแค่ 400 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที จากศักยภาพการระบายสูงสุด 2,800 ลบ.ม.ต่อวินาที

              “ในขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้เข้าตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานต่าง ๆ ที่ใช้ควบคุมน้ำ บำรุงรักษาให้ใช้งานได้ และเสริมความมั่นใจให้ประชาชนด้วยการขึ้นป้ายหมายเลขโทรศัพท์ติดตามตัวเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ชลประทานไว้ที่อาคารควบคุมน้ำแห่งสำคัญ หากประชาชนพบเห็นสิ่งผิดปกติสามารถโทร.แจ้งได้ทันที รวมไปถึงงานกำจัดผักตบชวาในทางน้ำชลประทานที่ได้ดำเนินการเพื่อรับมือหน้าฝนนี้

                     ด้านความปลอดภัยของเขื่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทานทั้ง 25 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 407 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีก 1,100 แห่ง กรมชลประทานมีการตรวจสอบความปลอดภัย หรือพฤติกรรมของเขื่อนด้วยเครื่องมือเป็นงานประจำอยู่แล้ว ว่ามีการทรุดตัวหรือไม่ มีการเคลื่อนตัวหรือไม่ มีน้ำรั่วซึมหรือไม่ และยังมีการตรวจสอบโดยการเดินสำรวจสิ่งผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นรอบตัวเขื่อน เช่น โพรง ต้นไม้ใหญ่ ที่อาจทำความเสียหายให้ตัวเขื่อน ความพร้อมของทางระบายน้ำล้น (spill way ) ว่ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ เหล่านี้กรมชลประทานได้ทำการตรวจตราเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนจะบริหารตามเกณฑ์การเก็บกัก ( rule curve ) ที่ปลอดภัยสำหรับตัวเขื่อนอยู่แล้ว” นายสัญญา กล่าว

           นายสัญญา เปิดเผยต่อไปว่า หรือหากกรณีฉุกเฉิน มีพื้นที่ฝนตกหนัก เกิดความเสี่ยงน้ำจะล้นตลิ่ง กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ไปวางไว้ในจุดที่มีความเสี่ยงจะเกิดน้ำท่วม หรือหากมีการร้องขอเครื่องจักรเครื่องมือเร่งด่วน เรามีความพร้อมจะเข้าช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด

               “การบริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ขณะนี้ยังเป็นไปตามแผนการควบคุมปริมาณน้ำ แต่อย่างไรก็ตามการติดตามสถานการณ์น้ำ สภาพภูมิอากาศ ตลอด 24 ชั่วโมง จากทุกช่องทางยังคงดำเนินต่อไป ทางหน่วยงานราชการจะคอยควบคุมจัดการน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกร และฝากประชาชนขอให้ติดตามประกาศ / แจ้งเตือนสภาพภูมิอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามสถานการณ์น้ำจากกรมชลประทานได้ที่ http://www.rid.go.th หรือชลประทานจังหวัด หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องใกล้บ้านเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ตัวท่านเอง” ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำ ฯ กล่าว

Leave a comment