รัฐไฟเขียวให้ ปชช.รับรู้การบริหารจัดการน้ำของประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/336210

รัฐไฟเขียวให้ ปชช.รับรู้การบริหารจัดการน้ำของประเทศ

สทนช

รัฐไฟเขียวให้ ปชช.รับรู้การบริหารจัดการน้ำของประเทศ

“บิ๊กฉัตร” ย้ำต้องเร่งสร้างการรับรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ หวังให้ประชาชนได้รับทราบแผนงานและผลงานด้านน้ำของรัฐบาล  ด้าน สทนช. เดินหน้าระดมมันสมองคนภาคกลางร่วมบูรณาการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาและวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบทั้งลุ่มน้ำ  มั่นใจจะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศ

วันที่ 25 ก.ค.61 พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานเปิดการเสวนา “การบริการจัดการทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่ภาคกลาง”  ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์  จ.พระนครศรีอยุธยา  โดยมีนายสมเกียรติ  ประจำวงษ์  เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  การจัดเสวนาดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)  ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธาน เและตนป็นรองประธาน  โดยมอบหมายให้ สทนช.เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้ จะทำให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ลุ่มน้ำ ได้รับรู้แผนงานและผลงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาล รวมทั้งมีความเข้าใจและทราบถึงสถานการณ์น้ำ ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการน้ำหลาก ช่วงฤดูฝน ปี 2561  และก่อให้เกิดการมีส่วนร่วม การบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำในด้านต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นด้านความพร้อม ด้านแผนงาน ด้านการบริหารจัดการ การให้ความช่วยเหลือ ด้านเครื่องจักรเครื่องมือในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เป็นต้น โดยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในภาพรวมทำได้อย่างถูกต้อง ทันเวลา โดยเฉพาะในประเด็นความพร้อมของแผนงาน การบริหารจัดการ ในการรับมือกับวิกฤติภัยจากน้ำ
นายสมเกียรติ  ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า การจัดเสวนาในครั้งนี้เป็นการจัดเสวนาในระดับพื้นที่   ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ภาคกลาง   ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ  และศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ  มีครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำ อาทิ  กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพไทย จังหวัดต่างๆ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกเข้าร่วมการเสวนา
“ที่ผ่านมา สทนช.ได้มีการจัดเสวนาในระดับส่วนกลางแล้ว ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  และการเสวนาในระดับพื้นที่ครั้งแรกในพื้นที่ภาคเหนือ ณ  โรงแรมคุ้มภูคำ จ.เชียงใหม่ และครั้งที่ 2 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ      ณ โรงแรมวิวิช จ.ขอนแก่น  ส่วนครั้งที่ 4 จะเป็นครั้งสุดท้าย จะจัดในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ณ จ.สงขลา  ครอบคลุมพื้นที่  14  จังหวัด”  เลขาธิการ สทนช. กล่าว

ทั้งนี้ภายหลังจาก รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการเสวนายังได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ณ วัดปราสาททอง ต.ไทรน้อย อ.บางบาล                        จ.พระนครศรีอยุธยา  พร้อมทั้งชมแบบจำลองโครงการคลองระบายน้ำหลาก บางบาล-บางไทร  ตลอดจนรับฟังบรรยายสรุปแผนการจัดการน้ำหลากในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง จากเลขาธิการ สทนช.  ความเป็นมาและความก้าวหน้าของโครงการคลองระบายน้ำหลาก บางบาล-บางไทร จากอธิบดีกรมชลประทาน และเป็นสักขีพยานในการมอบเงินค่าเวนคืนที่ดินให้กับประชาชนในพื้นที่โครงการ
นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรียังได้เดินทางยังพื้นที่รับลุ่มต่ำบางบาล บริเวณวัด    บันไดช้าง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา  ซึ่งเป็นพื้นที่ 1 ใน 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ที่จะใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำหลาก  โดยมี เลขาธิการ สทนช. บรรยายสรุปการติดตามและการประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง  และอธิบดีกรมชลประทานบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง  รวมทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังได้บรรยายสรุปภาพรวมการเตรียมการรับมือและป้องกันน้ำหลากในฤดูฝนปี 2561และแนว ทางป้องกันผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย   จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวมอบนโยบาย และพบปะกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน  พร้อมได้ตรวจเยี่ยมการเตรียมการรับน้ำหลากสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำด้วย

Leave a comment