ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/307942

‘เสร็จนาฆ่าโคถึก..เสร็จเมืองไล่คนจน’ ชะตากรรม’แรงงานย้ายถิ่น’กรุงปักกิ่ง
9 ธ.ค. 2560 สำนักข่าว CNN ของสหรัฐอเมริกา นำเสนอรายงานพิเศษเรื่อง “Beijing forces migrant workers from their homes in ‘savage’ demolitions” (ปักกิ่งกับการไล่รื้อชุมชนของแรงงานย้ายถิ่น) โดยระบุว่า ฝ่ายบริหารเมืองหลวงของจีน มีนโยบายผลักดันแรงงานที่มาจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ด้วยการไล่รื้อชุมชนของคนเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพระดับล่าง อาทิ คนครัวในร้านอาหารและพนักงานทำความสะอาด ด้วยเหตุผลว่าที่อยู่อาศัยที่แออัดและไม่ปลอดภัย ทำให้แรงงานเหล่านี้ต้องกลายเป็นคนไร้บ้านในทันที
Zhao Guihua แรงงานหญิงคนหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าว CNN ว่า ตอนนี้เธอไม่เหลือที่ให้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจขายทรัพย์สินที่มีและจำใจเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของเธอที่ มณฑลเหอหนาน (Henan) ที่อยู่ทางตอนกลางของประเทศ เนื่องด้วยเธอไม่มีเงินมากพอที่จะเช่าห้องพักในกรุงปักกิ่ง ซึ่งแม้เธอจะเห็นว่าการทำงานที่เมืองหลวงของจีนได้เงินมากกว่าที่บ้านเกิด แต่วันนี้คงไม่มีทางเลือกอื่นอีก
Zhao เล่าว่า บ้านของเธอถูกรื้อในวันที่ 26 พ.ย. 2560 โดยสาเหตุมาจากก่อนหน้านั้นเกิดเพลิงไหม้และมีผู้เสียชีวิต 19 คน ในย่านอุตสาหกรรมทางใต้ของกรุงปักกิ่ง ในพื้นที่พักอาศัยของคนราว 175,000 คน ในจำนวนนี้ 120,000 คน เป็นแรงงานจากเมืองอื่นๆ นำมาซึ่งการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งที่อยู่อาศัย ร้านค้า โรงงานและโกดังเก็บสิ่งของ ถูกรื้อถอนอย่างรวดเร็ว โดยผู้พักอาศัยได้รับการเตือนล่วงหน้าเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

Zhao Guihua (ขวา) กับทรัพย์สินของตนที่นำออกมาได้ก่อนที่พักจะถูกรื้อถอน (ภาพจาก CNN)
เช่นเดียวกับเจ้าของอาคารที่ขอให้ผู้สื่อข่าวเรียกเขาว่า Yang เล่าว่า คำเตือนถูกประกาศเพียงวันเดียวแล้ววันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาดำเนินการในทันที ซึ่งสิ่งของของผู้คนที่ย้ายออกไปไม่ทันก็จะถูกโยนทิ้งลงไปที่ถนน ทั้งที่เขาได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการให้เช่าอาคาร และได้ติดต่อไปยังผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำการป้องกันความเสี่ยงจากภัยต่างๆ ทั้งนี้นาย Yang มองว่า ที่อาคารของเขาต้องถูกรื้อเพราะในย่านดังกล่าวมีแรงงานอพยพย้ายถิ่นอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก
ด้านเจ้าหน้าที่ทางการของกรุงปักกิ่ง กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวของจีน ว่าภายหลังการใช้เวลาตรวจสอบราว 1 สัปดาห์ พบมีอาคาร 25,395 แห่งที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม มีเครือข่ายสังคมออนไลน์ของจีน มีการโพสต์คลิปวีดีโอการไล่รื้อถอนอย่างรุนแรงเกิดขึ้นหลายแห่งทั่วเมือง พร้อมกับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลฉวยโอกาสจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวจัดการกับปัญหาแรงงานย้ายถิ่นที่เข้ามาทำงานในกรุงปักกิ่ง ขณะที่นักวิชาการจีนกว่า 100 คน ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ส่งผลกระทบต่อคนนับแสนดังกล่าว
“นโยบายนี้เป็นการละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ดังนั้นควรหยุดและแก้ไขอย่างเร่งด่วน” แถลงการณ์ของกลุ่มนักวิชาการจีน ระบุ
ทางการจีนเคยเปิดเผยว่า “ต้องการลดจำนวนประชากรในกรุงปักกิ่งลงให้ได้ร้อยละ 15 จากจำนวนประชากรในปี 2557 และจะพยายามจำกัดจำนวนประชากรในเมืองหลวงของจีนไม่ให้เกิน 23 ล้านคนในปี 2563” ดังนั้นเป้าหมายจึงอยู่ที่การขับไล่แรงงานระดับล่างที่เป็นผู้คนจากเมืองอื่นๆ เข้ามาหางานทำ ให้พวกเขาต้องกลับไปเผชิญกับความยากจนในบ้านเกิดของตนเอง
“กลับบ้านนอกกันเถอะ..เมืองกรุงเขาไม่ให้อยู่แล้ว” แรงงานย้ายถิ่นคนหนึ่งขนข้าวของขึ้นรถบรรทุก หลังห้องเช่าของเขาถูกทางการรื้อถอน (ภาพจาก CNN)
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับการปฏิเสธว่าไม่ใช่การขับไล่แรงงานย้ายถิ่นและไม่ใช่แผนการลดประชากรในกรุงปักกิ่ง อาทิ Cai Qi หัวหน้าสาขาพรรคคอมมิวนิสต์ประจำกรุงปักกิ่ง ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยมีคนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ยังได้จัดมหกรรมวันนัดพบแรงงาน ซึ่งมีงานกว่า 1,800 ตำแหน่งรองรับ การอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการเดินทางจากกรุงปักกิ่งกลับสู่ภูมิลำเนา และการสร้างที่อยู่อาศัยให้เช่าโดยได้รับงบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐ เป็นต้น
ถึงกระนั้น เอกสารของทางรัฐบาลแดนมังกรก็ยังมีประเด็นให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ นั่นคือการใช้คำว่า “ประชากรระดับล่าง” (Low-End Population) ชาวเน็ตจีนหลายรายมองว่าเป็นการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นเหยียดหยามไม่ให้เกียรติกัน อาทิ ผู้ใช้ Weibo ที่เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ของจีน ตั้งคำถามว่า “อะไรคือคุณสมบัติของความเป็นคนชั้นสูง?” พร้อมทั้งกล่าวว่า “ผู้คนที่เยี่ยมยอดจำนวนมากได้ร่วมเสียสละช่วงเวลาหนุ่มสาวและความฝันของพวกเขา เพื่อทำให้ปักกิ่งได้เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาต้องถูกจดจำและได้รับความเคารพ ไม่ใช่ถูกเขี่ยทิ้งอย่างคนจรจัด” ทว่าในเวลาต่อมา โพสต์ดังกล่าวได้ถูกจัดการด้วยระบบการเซ็นเซอร์บนอินเตอร์เน็ตของจีน
มีรายงานด้วยว่า กระแสความไม่พอใจของชาวเน็ตจีนกับเรื่องดังกล่าว ทำให้รัฐบาลจีนจัดการบล็อกคำว่า Low-End Population จากเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Weibo และ WeChat รวมถึงไม่ใช่คำดังกล่าวในเอกสารของทางการอีก ทั้งนี้ปฏิกิริยาจากชนชั้นกลางในปักกิ่งก็ไม่พอใจในเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่ความเห็นอกเห็นใจต่อแรงงานย้ายถิ่นเท่านั้น แต่ยังกังวลว่าหากไม่มีแรงงานเหล่านี้ ชีวิตของตนก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น อาชีพจักรยานยนต์รับจ้างส่งอาหารในกรุงปักกิ่ง เป็นแรงงานจากเมืองอื่นๆ มากถึงร้อยละ 90
Miao Ting สาวออฟฟิศวัย 23 ทำงานในบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ระบุว่า ผู้ขายสินค้าออนไลน์ปฏิเสธที่จะส่งสินค้ามายังกรุงปักกิ่ง หากไม่จ่ายค่าบริการจัดส่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า นอกจากนี้จำนวนคนขับรถรับจ้างขนาดเล็กในเมืองก็ลดลง รวมถึงร้านค้าขนาดย่อมหลายแห่งก็ปิด ขณะที่ผู้ใช้ Weibo รายอื่นๆ ก็บ่นเรื่องความล่าช้าของการจัดส่งสินค้าเช่นกัน โดยรายหนึ่งบอกว่า เมืองนี้คงไม่น่าอยู่อีกต่อไป หากยังมีการดำเนินมาตรการดังกล่าว
“ตลาดวายเพราะรัฐไม่ต้องการ” รถแบ็กโฮกำลังรื้อถอนพื้นที่ตลาดของชุมชน หลังมีคำสั่งรื้อถอนอาคารหลายพันแห่งในกรุงปักกิ่ง
ส่วนนาย Li ที่เปิดร้านค้าเล็กๆ จำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์เบ็ดเตล็ดในย่านทางใต้ของกรุงปักกิ่ง พื้นที่ที่เป็นเป้าหมายของการไล่รื้อจากรัฐบาลมา 13 ปี กล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อว่า รัฐบาลต้อนรับแรงงานอพยพมาร่วมสร้างเมืองเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่ในวันนี้
พวกเขาไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไปแล้ว!!!
เรียบเรียงจาก http://edition.cnn.com/2017/12/08/asia/china-migrant-workers-evictions-beijing/index.html