ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/308972

ขนลุก!ผึ้งหลวงแห่ทำรังเต็มพระอุโบสถ-พระธาตุวัดป่าเชียงราย
15 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ที่วัดป่าหมากหน่อ ม.9 ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย พบว่าได้มีฝูงผึ้งต่างพากันไปทำรังหลายรังเป็นจำนวนมาก โดยได้ทำรังภายในเขตพื้นที่ของวัดได้แก่อุโบสถและพระธาตุ โดยผึ้งได้ทำรังรวมกันแห่งละหลายสิบรัง ที่บริเวณอุโบสถพบว่ามีรังผึ้งอยู่ไม่น้อยกว่า 10-20 รัง ส่วนที่พระธาตุมีจำนวนประมาณ 20-30 รังโดยผู้ที่พบเห็นสามารถสังเกตุได้ว่ามีรังผึ้งทั้งใหม่และเก่าอยู่ปะปนกัน โดยมีทั้งรังใหญ่และเล็กจนเป็นที่แปลกตาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งด้วยจำนวนรังผึ้งที่มีมากดังกล่าวทำให้บางคนมีการตีเป็นตัวเลขกันไปต่างๆ นานาด้วย
นอกจากนี้พบว่าภายในวัดซึ่งมีสภาพเป็นเกาะกลางหนองน้ำขนาดใหญ่หรือเวียงหนองล่ม อันเป็นเมืองในตำนานของอาณาจักรโยนกนครยังมีอาคารอื่นๆ หลายแห่งเช่น กุฏิ วิหารหลังเล็ก ศาลเจ้าแม่กวนอิม ฯลฯ รวมทั้งมีต้นไม้ขั้นหนาแน่นทั้งภายในเกาะและบริเวณโดยรอบ แต่ปรากฎว่าไม่มีรังผึ้งไปติดอยู่เลยแต่กลับมาทำรังกันเต็ม 2 สถานที่ดังกล่าวจนทำให้ฝูงผึ้งบินขวักไขว่จนเกิดเสียงดังอย่างชัดเจนเมื่อเข้าไปใกล้ทั้ง 2 แห่งดังกล่าว
โดย พระมหาชัยนันต์ โชติปัญโญ เจ้าอาวาสวัดป่าหมากหน่อ กล่าวว่า ปัจจุบันที่อุโบสถและพระธาตุโยนกนคร แสงคำ ซึ่งเป็นพระธาตุภายในวัดกลายเป็นที่อยู่ประจำของฝูงผึ้งจำนวนมากที่ไปจับจองจุดต่างๆ ทำรังจนพบเห็นได้อย่างชัดเจนเต็มพื้นที่ไปหมด โดยฝูงผึ้งต่างไปทำรังกันมานานหลาย 10 ปีมาแล้วโดยไม่ทราบเหตุผล แต่ก็เชื่อว่าเกิดจากสภาพที่เหมาะสมเพราะพื้นที่ราบล้อมด้วยต้นไม้และหนองน้ำแต่ก็แปลกใจที่พากันไปทำรังตรง 2 สถานที่นี้เท่านั้นโดยไม่ทำรังที่จุดอื่นเลย แต่ชาวบ้านก็เชื่อกันว่าสาเหตุที่มีผึ้งไปอยู่กันมากเพราะเป็นสถานที่เก่าแก่ที่มีความเป็นมายาวนาน และเป็นตำนานของเวียงหนองหล่มหรืออาณาจักรโยนาคนคร ที่มีอายุความเป็นมานับ 1,000 กว่าปี และปัจจุบันกำลังมีการพัฒนาเพื่อให้เป็นวัดคู่พื้นที่ จึงทำให้ฝูงผึ้งไปอยู่เพื่อจะได้ร่วมกันทำบุญด้วยนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงไม่กลัวและพากันใช้ชีวิตโดยไปทำบุญที่วัดกันตามปกติ
พระมหาชัยนันต์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาก็พบว่าหากไม่ไปกระทบกับรังผึ้ง เช่น จุดธูป ขว้างปารังผึ้ง ฯลฯ ผึ้งก็ไม่เคยลงมาทำร้ายผู้คนเลย ดังนั้นทางวัดจึงทำป้ายเอาไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนไม่ให้ประชาชนจุดธูปเทียนหรือทำให้เกิดควันที่จะไปกระทบกับรังผึ้งซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า ที่ตนได้ทำหน้าที่เจ้าอาวาสของวัดก็ไม่เคยเกิดปัญหาขึ้นเลย ส่วนรังผึ้งก็เกิดขึ้นและเมื่อรังหายไปก็จะทิ้งรังเก่าเป็นขี้ผึ้งเอาไว้แล้วก็จะมีรังใหม่ผุดขึ้นมาทดแทน โดยจะมีมากในช่วงปลายฤดูฝนก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวจนดำเต็มอาคารและพระธาตุไปหมด ซึ่งทางวัดก็ไม่มีแนวคิดจะเอารังผึ้งออกไปไหนเพราะเป็นสัตว์ร่วมโลกเหมือนกัน
