ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/308710

‘หมวดเจี๊ยบ’จากสื่อสายทหาร สู่’กระบอกเสียง’เพื่อไทย-ชินวัตร
หากจะใช้คำว่า “เดินหน้าชน” สำหรับกรณีของ “หมวดเจี๊ยบ” ร.ท. (หญิง) สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็คงไม่ผิดนัก หลังจากที่ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 13 ธ.ค. 2560 นำคณะผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศและมิตรสหายร่วมพรรค เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังตนถูกแจ้งความข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ถือว่าได้ “ทำตามคำที่ประกาศไว้” ว่าเรื่องนี้ต้อง “ถึงหูต่างชาติ” อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับอีกคำหนึ่งที่อาจจะใช้ได้คือ “เปิดหน้าแลก” เพราะเธอคนนี้ “เปลี่ยนนามสกุล” จากเลิศภควัตไปเป็น “ทิวากรดำรง” พร้อมกับบอกว่า “นามสกุลนี้ใช้เองคนเดียว” แม้จะมีคำยืนยันว่า เธอมิได้เปลี่ยนเพราะเหตุผลด้านการเมืองหรือคดีความใดๆ แต่เป็นเพราะมีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือทักมาและตั้งนามสกุลใหม่ให้เพื่อความเป็นสิริมงคล อีกทั้งได้แจ้งเปลี่ยนนามสกุลไปตั้งแต่เดือน พ.ย. 2560 แล้วก็ตาม ทว่าคงยากที่จะห้ามคอการเมืองคิดเชื่อมโยงไปในทางนั้นได้
ร.ท. (หญิง) สุณิสา เลิศภควัต (หรือปัจจุบันคือ ทิวากรดำรง) เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2518 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ (สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโทคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังเคยได้รับทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ให้ไปฝึกงานกับสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง NHK เป็นเวลา 3 เดือนอีกด้วย

หมวดเจี๊ยบ เริ่มชีวิตการทำงานด้วยการรับราชการเป็นทหารในสังกัดกรมสรรพาวุธทหารบก ต่อมาในปี 2545 ได้รับการโยกย้ายให้มาเป็นสื่อมวลชนประจำกองทัพ เริ่มจากงานจัดรายการวิทยุให้กับศูนย์วิทยุกองทัพบก และย้ายมาเป็นผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศประจำสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กระทั่งในปี 2550 ซึ่งประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาล คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หรือก็คือคณะทหารที่นำโดย “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เข้ายึดอำนาจการปกครองจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) เมื่อ 19 ก.ย. 2549
มุมหนึ่งขณะที่ พล.อ.สนธิ แม้เป็นผู้ยึดอำนาจด้วยเหตุผลว่าต้อง “ระงับวิกฤติทางการเมือง” ที่มีการชุมนุมประท้วงและอาจนำไปสู่ความวุ่นวาย ทว่าก็ไม่ได้เป็นนายกฯ เอง แต่ไปเชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี) มาดำรงตำแหน่งแทน อีกมุมหนึ่ง กลุ่มผู้ศรัทธาในตัวทักษิณ ชินวัตร เริ่มก่อตั้ง แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ในเวลานั้น หมวดเจี๊ยบ เริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงการเมือง ด้วยการเปิดตัวหนังสือ “ทักษิณ WHERE ARE YOU?” เมื่อ 1 ส.ค.2550 และเรียกเสียงฮือฮาได้มาก
หนังสือเล่มนี้ ร.ท. (หญิง) สุณิสา เขียนขึ้นมาจากการที่ตน “บินลัดฟ้า” ไปสัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรีที่ในช่วงดังกล่าวหลบลี้ไปพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษ แถมยังไปเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลเมืองผู้ดีอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) อีกต่างหาก โดยบอกเล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ในต่างแดนของ ทักษิณ อย่างทุกแง่ทุกมุม ทั้งในแง่ชีวิตส่วนตัวและการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทย อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ก็แลกมาด้วยการที่เธอถูกลงโทษฐานลาราชการโดยไม่ขออนุญาต ด้วยการให้ย้ายออกจากช่อง 5 กลับไปอยู่ที่กองทัพบกเช่นเดิม

วันเวลาผ่านไป..เส้นทางชีวิตของหมวดเจี๊ยบเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเข้าร่วมกับ“ขั้วการเมืองสีแดง” เริ่มจากต้นปี 2552 ที่ปรากฏชื่อของเธอในทีมผู้จัดรายการประจำช่อง “D-Station” ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เปลี่ยนชื่อมาจาก นปก. เดิม และใช้ “เสื้อสีแดง” เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม ตรงข้ามกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มการเมืองที่ต่อต้านเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้เสื้อสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์
หลังห้วงเวลา 2 ปีเศษ ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารประเทศต่อจาก พรรคพลังประชาชน อันเป็น “รุ่นที่ 2” ของขั้วการเมืองฝ่ายทักษิณถูกยุบ เมื่อเดือน ธ.ค. 2551 ตามมาด้วยเหตุความวุ่นวาย มีการชุมนุมประท้วงโดยกลุ่ม นปช. ผู้สนับสนุนทักษิณทั้งในปี 2552 และ 2553 กระทั่งมีการประกาศยุบสภาเมื่อเดือน พ.ค. 2554 ในเวลานั้น หมวดเจี๊ยบได้ตัดสินใจ “ลาออกจากราชการ” เพื่อเข้าร่วมกับ พรรคเพื่อไทย “รุ่นที่ 3” ของขั้วการเมืองฝ่ายทักษิณอย่างเต็มตัว โดยลงสมัครรับเลือกตั้งในกรุงเทพฯ เขต 30 (บางแค)
แม้ผลการเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค. 2554 หมวดเจี๊ยบจะพ่ายให้กับ อรอนงค์ คล้ายนก จากพรรคคู่แข่งสำคัญอย่างประชาธิปัตย์ แต่คะแนนรวมทั้งประเทศ พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะได้จัดตั้งรัฐบาลโดยมี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ เป็นนายกฯ ทำให้ในอีกปีเศษๆ ให้หลัง ร.ท. (หญิง) สุณิสา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อ 12 มี.ค. 2556 และนับเป็นจุดเริ่มต้นการทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียง” ให้กับขั้วการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ในนามพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มตัว
หมวดเจี๊ยบตกเป็นข่าวฮือฮาอีกครั้ง ในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพื่อคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีเนื้อหา “ล้างผิด” ในคดีทุจริตของทักษิณ และยาวต่อไปถึงข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ระหว่างเดือน พ.ย. 2556-พ.ค.2557 ในเหตุการณ์ที่เธอระบุว่า “ถูกการ์ด กปปส. ทำร้ายร่างกาย” และควบคุมตัว

26 ก.พ. 2557 หมวดเจี๊ยบเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าว โดยเล่าว่า ช่วงหัวค่ำของวันที่ 25 ก.พ. เวลานั้นกลุ่ม กปปส. มีการปิดถนนชุมนุมหลายจุดใน กทม. รวมถึงย่าน สยามสแควร์ ศูนย์รวมแหล่งช็อปปิ้งสุดหรูกลางกรุงเทพฯ ขณะที่เธอกำลังเดินออกจากคลินิกเสริมความงามในละแวกนั้น จู่ๆ ก็มีการ์ด กปปส. เข้ามา “จิกผม-ล็อกแขน” พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังมีการ์ดคนหนึ่งพูดจาข่มขู่ว่า “รู้ไหมว่าพวกเขาไม่ได้เจอผู้หญิงมานานแค่ไหนแล้ว” แต่ด้วยความที่มีสื่อมวลชนอยู่จำนวนมาก ท้ายที่สุดเธอก็ถูกปล่อยตัวออกมา ซึ่งก็มีข้อถกเถียงกันในว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่?
และแม้การเมืองไทยหลังวันที่ 22 พ.ค. 2557 ที่กองทัพเข้าทำการควบคุมอำนาจการปกครองประเทศอีกครั้ง ในนาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งคราวนี้หัวหน้า คสช. “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วยตนเอง ร.ท. (หญิง) สุณิสา ก็ยังคงมีบทบาทเด่นในด้าน “วิวาทะ” ระหว่างขั้วการเมืองทักษิณ-เพื่อไทย กับ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงกับ “แม่น้ำ 5 สาย” อันเป็นองคาพยพของ คสช. ตลอดมา เมื่อใดที่มีการตอบโต้กันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับ คสช. มักปรากฏชื่อของหมวดเจี๊ยบเป็นตัวแทนฝั่งพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วยเสมอ
รวมถึงครั้งที่สุด ที่หมวดเจี๊ยบตั้งข้อสังเกตกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในทำนองว่า “เหตุใดเมื่อสามารถเปิดทำเนียบรัฐบาลรอพบกับตูน บอดี้สแลม หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องดังที่ออกวิ่งหาทุนสมทบช่วยเหลือโรงพยาบาลได้ แต่กลับไม่ยอมไปพบกับกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา ที่ชุมนุมอยู่ข้างทำเนียบรัฐบาล” จนนำมาสู่การถูกแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว ทว่าถึงจะมีคดีติดตัว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้เธอสะทกสะท้าน ตรงกันข้ามกลับประกาศกร้าวว่าพร้อมจะเดินหน้าสู้ต่ออย่างแน่นอน
ถือเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจับตามอง..ในห้วงเวลาที่เสียงของคำว่า “ประชาธิปไตย-เลือกตั้ง” ดังก้องขึ้นเรื่อยๆ ตามห้วงเวลา “Road Map” ของ คสช. ที่เข้าสู่ช่วง “นับถอยหลัง” กันแล้ว!!!