ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/308071

อย่าเล่นโง่ๆ!’ฝันหวานกดหลับ’ระบาดหนัก-เตือนเสี่ยงถึงตาย
กรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง มีพฤติกรรมการเล่นลักษณะใช้มือดันบริเวณหน้าอกเพื่อน จนอีกฝ่ายเกิดอาการหลับหมดสติไปชั่วคราว ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ
ล่าสุด 10 ธ.ค.60 จ่าพิชิต ขจัดพาลชน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ออกมาเตือนภัยถึงการเล่นลักษณะดังกล่าว ว่า ไอ้นี่มันเรียกว่า ฝันหวานกดหลับ หรืออะไรเทือกนั้นน่ะ มันมีหลายชื่อ เป็นการเล่นโง่ๆ ของเด็กจนถึงวัยรุ่นที่ระบาดไปทุกที่ทั่วโลก วิธีการจะคล้ายๆ กันคือให้เพื่อนมันหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ แล้วให้เพื่อนอีกคนไปกดหน้าอก หรือให้ไอ้คนที่ยืนอยู่นั่นเบ่งท้อง ซึ่งกลไกของมันจะเป็นการเพิ่มแรงดันในช่องอก จนหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยลงแล้วก็จะหมดสติไปเพราะสมองมีเลือดมาเลี้ยงไม่พอ
ประเด็นคือที่ ตปท.มีเด็กเล่นโง่ๆ แบบนี้จนตายอยู่เรื่อยๆ บางคนก็หมดสติไปแล้วไม่ฟื้นอีกเลยตลอดกาล บางคนก็หมดสติล้มหัวกระแทกเลือดออกในสมองตายก็มี ดังนั้น พ่อแม่ท่านใดเห็นลูกหลานแชร์โพสนี้ เตือนมันด้วย
ขณะเดียวกันเพจคุณหมอ “ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว” เตือนบรรดาเด็กๆ ที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ อย่างเช่นล่าสุดมีกระแส ที่ชื่อว่า “ฝันหวาน กดหลับ” ที่เริ่มพบในเด็กตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป ใครที่เล่นฝันหวาน กดหลับ จะมีอาการวูบหมดสติลงไป มือชา มึนงง ซึ่งอาจอันตรายถึงเสียชีวิตได้
โดยในเพจระบุรายละเอียด ดังนี้ การละเล่นหนึ่งที่กลับมาระบาดเป็นช่วงๆ ในช่วงเปิดเทอม ก็คือการเล่น ฝันหวาน กดหลับ เป็นชื่อเรียกการละเล่นอันตรายนี้ โดยเป็นการละเล่นที่แพร่มาจากฝั่งสหรัฐอเมริกา ในสหรัฐจะมีชื่อเรียกหลายแบบกัน ได้แก่ choking game fainting game Space cowboy Blackout Dream game ฯลฯ การเล่นนี้ทำโดยให้หายใจเข้า – ออกลึกๆ หลายๆ ครั้งเร็วๆ จนกระทั่งมือชา จากนั้นให้คนรอบๆ เข้าไปกดหน้าอก , หรือเบ่งท้อง , หรือเอาเชือกรัดคอ บีบคอคนที่ทำจะเกิดอาการวูบหมดสติลงไป มือชา มึนงง อาการหมดสติเหมือนกับคนเป็นลม กลไกในการเป็นลมและเกิดอาการก็คือ 1.การรัดคอ ทำให้อากาศไม่ไปเลี้ยงสมองจนหมดสติ 2.การหายใจเร็วๆ ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในตัวต่ำลง เกิดภาวะเลือดเป็นด่างเล็กน้อย ซึ่งทำให้หลอดเลือดขยายตัว เกิดความดันต่ำง่ายกว่าปกติ 3.การกดท้องหรือเบ่ง ทำให้แรงดันในช่องอกมากขึ้นจนเลือดที่ออกจากหัวใจไปสมองลดลง
เด็กที่อยู่ในวัยเสี่ยงคือวัยช่วง 6 – 19 ปี เพราะเป็นช่วงที่ไปโรงเรียนแล้วและเจอเพื่อนๆ เพื่อนบางกลุ่มจะกดดันจนทำให้อยากเล่น เพราะเมื่อเล่นแล้วเด็กๆ ที่เล่นชอบมาเล่าประสบการณ์ก่อนเป็นลมลงไป ในสหรัฐมีผู้ที่เสียชีวิตจากการเล่นแบบนี้อยู่พอสมควร โดยแบ่งเป็นส่วนที่เสียชีวิตจากการเล่นคนเดียวแล้วเมื่อสลบ พลาดไปอยู่ในท่าที่หลอดลมถูกกด หรือใช้เชือกในการเล่น จนพลาดเชือกรัดคอเสียชีวิต
กับอีกส่วนหนึ่งคือเล่นกับเพื่อนๆ แล้วพลาดล้มลงไปฟาดถูกของแข็งของมีคมจนเสียชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้ เชื่อว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงๆ น่าจะมากกว่านี้ เพราะว่าหลายกรณีเกือบถูกรายงานเป็นการฆ่าตัวตาย กับตายไม่ทราบสาเหตุ การละเล่นนี้ถือว่าเป็นปัญหาพอสมควร เพราะว่าผู้ใหญ่มักจะไม่ทราบว่า เด็กเล่นแบบนี้อยู่ ทำให้ไม่ได้เกิดการห้ามปราม รวมทั้งความกลัวว่า การพูดถึงการเล่นแบบนี้จะทำให้เด็กเลียนแบบ เลยกลายเป็นว่าผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยทราบกัน