ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/308927

อาชีพไหนก็ดีได้ นักวิชาการชี้‘ตีกรอบ-แบ่งชั้น’กระทบทั้ง‘เด็ก-ชาติ’
14 ธ.ค. 2560 ที่ รร.เซ็นจูรี่พาร์ค ย่านสามเหลี่ยมดินแดง ถ.ราชปรารภ กรุงเทพฯ ภายหลังจากงานเสวนา “ความเหลื่อมล้ำมีผลต่อทักษะสมองของเด็กไทย?” ซึ่งจัดโดยสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์การ UNICEF ประเทศไทย ดร.นุชนาฏ รักษี รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวกับผู้สื่อข่าว “แนวหน้าออนไลน์” ถึงปัญหาการศึกษาของไทย รวมถึงทัศนคติของสังคมไทยในการจัดลำดับชนชั้นของอาชีพต่างๆ ว่า
ระบบการศึกษาไทยยังมีลักษณะมุ่งไปเพียงทางเดียว ซึ่งก็เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางอาชีพได้เช่นกัน อาทิ พ่อแม่มักคาดหวังว่าลูกต้องสอบเข้ารับราชการได้ หรือลูกต้องเรียนเพื่อไปเป็นแพทย์ เป็นวิศวกร เป็นทหาร เท่านั้นจึงจะเท่ากับประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ผลที่ได้คือเด็กหลายคนแม้เรียนจบมาได้จริงแต่ไม่ชอบอาชีพนั้นๆ แล้วก็ย้ายไปประกอบอาชีพอื่นแทน ส่งผลกระทบต่องบประมาณของชาติด้วย เพราะในบางอาชีพ เช่น แพทย์ ใช้งบประมาณต่อหัวในการเรียนการสอนค่อนข้างมาก แต่เมื่อจบมาแล้วก็ไม่ได้เป็นแพทย์ให้คุ้มค่ากับการที่รัฐลงทุนไป

ดร.นุชนาฏ รักษี
ดร.นุชนาฏ กล่าวต่อไปว่า ต้องฝากให้สื่อมวลชนช่วยชี้ให้สังคมเห็นว่า ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็มีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตได้ อาทิ กรณีของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่สามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับสูงได้ จึงผันตัวไปปลูกผักแบบ Organic ซึ่งแม้จะไม่เคยมีความรู้มาก่อน แต่ก็อาศัยการลองผิดลองถูกด้วยตนเอง จนประสบความสำเร็จ ปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการเลี้ยงตนเองได้ แต่ความสำเร็จดังกล่าว พ่อแม่มีส่วนสำคัญมากด้วยการให้ความเข้าใจและให้โอกาส
“คนใกล้ชิดนี่สำคัญ พ่อแม่บอกว่าไม่เป็นไร ลูกทำอย่างนั้นไม่ได้ก็ทำอย่างนี้ แล้วก็สนับสนุน ให้ความรักความอบอุ่น ตอนนี้เขามีธุรกิจเป็นของตนเองตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ซึ่งสังคมต้องพยายามยกกรณีแบบนี้ขึ้นมา ไม่ใช่แค่ต้องเป็นเฉพาะอาชีพที่สังคมคิดว่าต้องเป็นอย่างนี้อย่างเดียว คือจะทำอย่างไรให้คนไทยเราเป็นอะไรก็ได้ แต่เก่งในสิ่งที่ตัวเองทำ ในสิ่งที่ตัวเองเป็น” ดร.นุชนาฏ กล่าว
อนึ่ง..เรื่องราวของเกษตรกรวัยรุ่นดังกล่าว คือ นายจุลเทพ บุณยกรชนก หรือหยก ชาว จ.อ่างทอง ที่เป็นข่าวฮือฮาในสื่อหลายสำนักเมื่อเดือน ม.ค. 2559 หลังคว้าตรา “Organic Thailand” โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองว่าพืชผักที่ปลูกนั้นทำด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ ทั้งที่นายจุลเทพมีอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น ถือเป็นเกษตรกรอายุน้อยที่สุดที่ได้รับเครื่องหมายรับรองดังกล่าว ทั้งนี้นายจุลเทพเปิดเผยว่า ตนเองเรียนหนังสือไม่เก่ง รู้สึกท้อจึงผันตัวมาทำเกษตรอินทรีย์โดยมีบิดาให้การสนับสนุน และระบุว่าผลผลิตขายดีมากผลิตแทบไม่ทัน

จุลเทพ บุณยกรชนก