ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/308782

เปิดเมนูเด็ด’เงี๊ยะกระไบ’เนื้อควายตากแห้ง กินกับน้ำจิ้มปลาร้าสูตรลับแซ่บอีหลี!
14 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงข้ามกรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา นับเป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเป็นตลาดการค้าชายแดนแห่งเดียวในประทศไทย ที่ให้ชาวกัมพูชาเข้ามาทำการค้าขายในผืนแผ่นดินไทยได้ ดังนั้นตลาดโรงเกลือ จึงมีชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาทำการค้าและทำงานรับจ้างในตลาดโรงเกลือวันละเกือบ1หมื่นคน จึงเป็นแหล่งที่รวมของวัฒนธรรมทางอาหารของชาวไทยและกัมพูชาปะปนกันไป และอาหารบางประเภทก็ได้มีการรวมวัฒนธรรมทางอาหารของทั้ง 2 ประเทศเข้าด้วยกัน และที่สุดในเรื่องอาหารการกิน ที่มีแทบทุกตรอกซอกซอยในตลาดโรงเกลือ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารการกินของชาวกัมพูชาที่จะขายดีที่สุด เนื่องจากในตลาดโรงเกลือ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำการค้า และประกอบอาชีพอื่นๆอยู่ในตลาดโรงเกลือ
แต่ที่กำลังเป็นที่สนใจน่าลิ้มลองเพราะเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของชาวกัมพูชาในช่วงฤดูหนาวนี้ ก็คือ”เงี๊ยะกระไบ” หรือเนื้อควายตากแห้งทุบ ซึ่งบางคนอาจจะแปลว่าเนื้อควายแดดเดียวทุบก็ได้ ซึ่งเงี๊ยะกระไบ เป็นชื่อเรียกของชาวกัมพูชา ถือว่าเป็นอาหารจานโปรดสำหรับช่วงฤดูหนาว ของชาวเขมรทุกชนชั้นทีเดียว
การจะหา”เงี๊ยะกระไบ”ในตลาดโรงเกลือ รับประทานหรือลิ้มลองนั้น เป็นเรื่องง่ายมากเพราะร้านที่จำหน่าย เงี๊ยะกระไบ ในตลาดโรงเกลือมีอยู่หลายร้าน ได้มีการประชาสัมพันธ์ในโลกโซเชียล และทำเป็นเดลิเวอร์รี่ คือโทรสั่งมาทางร้านจะไปส่งให้ถึงที่ ในชั่วเวลาไม่เกิน 30 นาที จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้า ชาวเขมรในตลาดโรงเกลือ ต่างโทรสั่งเงี๊ยะกระไบ มากินกันแทบจะทุกร้านค้า โดยไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อที่ร้านค้า ซึ่งร้านขายเงี๊ยะกระไบ ในตลาดโรงเกลือ มีอยู่กว่า 10 ร้าน แต่ละร้านจะขายดีแทบทุกร้านบางร้านถึงกับทำเนื้อตากแห้งไม่ทันขายทีเดียว
นางนก เซรย อายุ 29 ปี ชาวกัมพูชา เจ้าของร้านจำหน่าย เงี๊ยะกระไบ ซึ่งตั้งอยู่ในตลาดศูนย์การค้าอินโดจีน อรัญประเทศ ตรงข้ามตลาดโรงเกลือ เผยว่าได้เข้ามาประกอบการค้าขายเงี๊ยะกระไบ หรือเนื้อควายตากแห้งทุบ ในตลาดโรงเกลือฝั่งไทยมานานกว่า 6 ปี แล้ว โดยนำสูตรทำเงี๊ยะกระไบ มาจากรุ่นปู่ย่าตายายที่บ้านเกิดในฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะสูตรน้ำจิ้มปลาร้า เป็นสูตรลับของตระกูล ซึ่งการทำเงี๊ยะกระไบ ส่วนใหญ่จะใช้เนื้อควายเป็นหลัก แต่หากไม่มีก็ใช้เนื้อวัวแทนได้ โดยจะใช้เนื้อควายบริเวณสะโพก เพราะเนื้อจะเป็นปั้นๆมีมันแทรกเล็กน้อย เมื่อได้เนื้อควายมาแล้วจะนำมาแล่หั่นเป็นชิ้นยาวๆประมาณ 5-10 นิ้ว ใช้ความหนาประมาณ 1 นิ้วเศษ จากนั้นนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องเทศตามสูตร หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงนำไปตากแดด ประมาณครึ่งวัน ก็สามารถนำมาย่างไฟให้จนสุก จากนั้นจึงนำเนื้อควายตากแห้งที่นำมาย่างไฟจนสุกมาทุบโดยใช้สากกะเบือ ทุบเพื่อให้ชิ้นเนื้อที่เกาะกันแตกยุ่ย สามารถนำมารับประทานได้โดยไม่เหนียวและจะมีความกรอบของเนื้อตากแห้งย่างร่วมด้วย ซึ่งเนื้อควายตากแห้งเมื่อนำไปย่างจะมีกลิ่นหอมยั่วยวนชนกินเป็นอย่างมาก
แต่สิ่งที่เป็นสูตรเด็ดที่สุดก็คือน้ำจิ้ม น้ำจิ้มเงี๊ยะกระไบ จะเป็นน้ำจิ้มผสมปลาร้า เป็นสูตรเฉพาะของกัมพูชา โดยนำปลาร้าเป็นตัวๆมาตำจนละเอียดจนเป็นเนื้อสีขาวจึงนำมาผสมกับกระเทียมสับ ใส่ถั่วป่น ตะไคร้ซอย และพริกขี้หนูซอย ปรุงรสชาติด้วยมะนาว เป็นน้ำจิ้มปลาร้าที่มีรสชาติจัดจ้านมาก และจะมีผักชนิดต่างๆเป็นเครื่องเคียง หรือที่ชาวไทยเรียกว่าผักแนม ประกอบด้วยกระหล่ำปลี ,ผักชีฝรั่ง,แตงกวาหั่น,แครอทสด และที่ขาดไม่ได้ คือกล้วยดิบหั่น พร้อมหัวปลีซอย อีกทั้งยังมี มะละกอดองและผักดอง เป็นเครื่องเคียงด้วย ซึ่ง เงี๊ยะกระไบ นี้ถือว่าเป็นอาหารจานโปรดที่มีสรรพคุณทางสมุนไพรมากมาย เป็นที่นิยมรับประทานของชาวกัมพูชามาแต่โบราณทีเดียว ซึ่งในอดีตเป็นอาหารของคนชั้นสูงของกัมพูชา แต่ปัจจุบันชาวกัมพูชาทุกเพศทุกวัยและทุกฐานะสามารถหาซื้อกันได้ทุกคน สนนราคาขายอยู่ที่ชุดละ 100-150 บาท
ส่วนทางด้านนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ประสานความร่วมมือไปยัง พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พร้อมด้วย จนท.สาธารณสุขอำเภออรัญประเทศ ออกทำการตรวจสอบและตักเตือนร้านจำหน่ายเงี๊ยะกระไบ ในตลาดโรงเกลือ ให้เข้มงวดและควบคุมความสะอาดในการทำอาหาร โดยเฉพาะการทำน้ำจิ้มปลาร้าของให้ทำให้สุกก่อนเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และห้ามลักลอบนำเนื้อควายดิบจากฝั่งกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทยเด็ดขาด
