ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/308239

‘เอนไซม์ CPK’กับภาวะเป็นพิษ ใช้กำลังหักโหม..เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย
ผ่านมาแล้วเดือนเศษกับโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของนักร้องนักดนตรีคนดัง “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย วิ่งจากใต้สุดที่ อ.เบตง จ.ยะลา มุ่งหน้าสู่เหนือสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็น “ปรากฏการณ์แห่งชาติ” ที่คนไทยทั้งประเทศเอาใจช่วยอย่างใจจดใจจ่อ อีกทั้งยังมีบรรดา “เซเลบ” คนเด่นคนดังจากหลากหลายวงการ จัดกิจกรรม “วิ่งเก็บตก” ในจุดที่ตูนไม่ได้วิ่งผ่าน เพื่อระดมเงินบริจาคสมทบทุนอีกทางหนึ่ง
ตลอดเส้นทางภารกิจก้าวคนละก้าวฯ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องน่าประทับใจ และล่าสุดคงเป็นเรื่องที่ทำเอาหลายคน “ขนลุก-น้ำตาซึม” เมื่อมีคนดังท่านหนึ่งเปิดเผยว่า ช่วงการวิ่งเข้าและออกพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 3-6 ธ.ค. 2560 ตูนนั้น “ฝืนร่างกาย” ทั้งที่รู้ว่า “ค่า CPK ขึ้นไปถึง 4,000” ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะไตวายจนเสียชีวิตได้ จนต้องหยุดวิ่ง 2 วันคือ 4-5 ธ.ค. ก่อนกลับมาวิ่งอีกครั้งวันที่ 6 ธ.ค. ทั้งที่ค่า CPK เพิ่งจะลดลงมาอยู่ในหลักพันต้นๆ ซึ่งก็ยังเป็นค่าที่สูงกว่าปกติ เพราะคนทั่วไปเฉลี่ยจะมีค่าดังกล่าวอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น

ข้อความที่กล่าวถึงสาเหตุที่ “ตูน บอดี้สแลม” ต้องหยุดพักวิ่ง 2 วัน ระหว่าง 4-5 ธ.ค.2560
เมื่อข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปผ่านสื่อหลายสำนัก และถูกนำไปแชร์ต่อกันบนโลกออนไลน์ มุมหนึ่งทำให้ผู้คนที่เอาใจช่วยนักร้องคนดัง “อดเป็นห่วงไม่ได้” ขอให้พักเสียหน่อย “อย่าฝืน” เพื่อที่จะได้มีกำลังวิ่งไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย แต่อีกมุมหนึ่ง เมื่อตูนต้องพักวิ่งอีก 2 วัน ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. 2560 ความรู้สึกเป็นห่วงดังกล่าวก็ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะกลัวจะบาดเจ็บซ้ำสอง
กระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 10 ธ.ค. 2560 มีรายงานว่า เฟซบุ๊คแฟนเพจ “ก้าว” ซึ่งเป็นเพจทางการของโครงการก้าวคนละก้าวฯ แถลงข่าวว่า การพักวิ่งของตูนระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. เนื่องด้วยเพราะ“ป่วยเป็นไข้หวัด” มีอาการตัวร้อนเท่านั้น “ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด” โดยอยากให้ตูนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากไม่มีปัญหาอะไรก็จะกลับมาวิ่งอีกครั้งในวันที่ 12 ธ.ค. 2560
อนึ่ง..บทความ “ค่า CPK น่ารู้ที่ส่งผลต่อหัวใจ กล้ามเนื้อและสมองมากกว่าที่คุณคิด!” ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์รวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงข้อมูลโรงพยาบาลต่างๆ อย่าง http://www.honestdocs.co ระบุว่า CPK ย่อมาจาก “Creatine Phospho Kinase” หรือมีอีกชื่อหนึ่งคือ “Creatine Kinase (CK)” เป็นเอนไซม์อยู่ในเซลล์สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่สร้างพลังงานไปหล่อเลี้ยงเซลล์ของอวัยวะดังกล่าว ทั้งนี้ค่าปกติ หากเป็นเพศชายจะอยู่ที่ 55-170 U/L เพศหญิงอยู่ที่ 30-135 U/L
ขณะที่บทความ กล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis) เขียนโดย ศ.(เกียรติคุณ) พญ.พวงทอง ไกรพิบูลย์ เผยแพร่บนเว็บไซต์รวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการแพทย์และสุขภาพเช่นกันอย่าง haamor.com อธิบายว่า การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจนเซลล์กล้ามเนื้อไม่สามารถสร้างพลังงานได้ เซลล์กล้ามเนื้อนั้นจะตาย และ “เกิดสารที่เป็นพิษในกระแสเลือด” ซึ่งโดยทั่วไปหากสารพิษนั้นมีไม่มากนัก ไตของคนเรายังสามารถกำจัดออกจากร่างกายได้ แต่หากมีสารดังกล่าวมากเกินไปก็จะทำอันตรายกับไต ร้ายแรงที่สุดคือ “ไตวาย” ถึงขั้นเสียชีวิตได้
สาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บของเซลล์กล้ามเนื้ออย่างรุนแรงจนทำให้เกิดสารพิษในกระแสเลือดในปริมาณมาก ได้แก่ 1.ประสบภัยในลักษณะถูกกดทับ เช่น แผ่นดินไหว ดินถล่ม 2.การใช้กำลังแบบหักโหม เช่น ออกกำลังกายอย่างหนัก วิ่งระยะทางไกลมากๆ 3.การชักเกร็งต่อเนื่อง เช่น โรคลมชัก ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่ใช้วิธีแบบ “หักดิบ” เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์-เสพยาเสพติดในทันที ที่อาจมีอาการชักกระตุกอย่างรุนแรงด้วย 4.กล้ามเนื้อขาดเลือด เช่น ผู้ป่วยนอนติดเตียงไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานาน เลือดไม่ไหลเวียน
5.ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรง 6.อุณหภูมิร่างกายสูงหรือต่ำเกินไป เช่น ลมแดด แผลไฟไหม้/น้ำร้อนลวก หรือหนาวจัด 7.ภาวะเสียสมดุลเกลือแร่ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานระยะควบคุมโรคไม่ได้ที่เกิดภาวะเลือดเป็นกรด โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน 8.ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาอาการทางจิตเวช ยาสลบ ยาลดไขมัน 9.การเสพยาเสพติด รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย และ 10.สาเหตุอื่นๆเช่น ถูกสัตว์มีพิษกัด หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม
ซึ่งแพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อสลายได้โดยการตรวจเลือดเพื่อดูค่าสารที่เกี่ยวข้องกับการสลายตัวของกล้ามเนื้อที่สำคัญคือ สาร CK (หรือก็คือ CPK) ที่หากบุคคลใดมีความเสี่ยง “ค่าที่ตรวจพบจะขึ้นสูงกว่าค่าปกติอย่างน้อย 5-10 เท่า” โดยหากมีอาการรุนแรงมักจะรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล ทำการประคับประคองตามอาการโดยป้องกันร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำร่วมกับการคงสมดุลของเกลือแร่ รวมถึงป้องกันภาวะไตวาย

ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้ค่า CPK เพิ่มสูงขึ้น
ที่มา : http://www.easy-immune-health.com/cpk-blood-test.html
ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรง สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้โดยรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ซื้อยามารับประทานเองยกเว้นยาสามัญประจำบ้าน ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พยายามดื่มน้ำสะอาดให้มากเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เว้นแต่แพทย์จะสั่งให้จำกัดปริมาณน้ำดื่ม พักผ่อนให้เพียงพอ และไปพบแพทย์ตามนัดเสมอ ยกเว้นมีอาการทรุดลง เช่น ปวดกล้ามเนื้อมากขึ้น ปัสสาวะสีคล้ำมากขึ้น ปัสสาวะน้อยลง หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิ ผิวหนังเป็นจ้ำห้อเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด หรือไอเป็นเลือด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
แม้การออกกำลังกายจะเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพ แต่ “ถ้ามากเกินไป” ก็เสี่ยงต่ออันตรายได้เช่นกัน..ฉะนั้นโปรดระมัดระวัง!!!
-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.honestdocs.co/creatinine_phosphokinase
http://haamor.com/th/กล้ามเนื้อลายสลาย/#article102
————————————————-
หมายเหตุ : ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000124151 เผย “ตูน บอดี้สแลม” เฉียดตายเมื่อเข้ากรุงเทพฯ ค่า CPK พุ่งสูง เสี่ยงล้มลงโดยไม่รู้ตัว
– http://news.sanook.com/4545674/ เผยเหตุผล “พี่ตูน” หยุดวิ่ง 2 วันหลังเข้ากรุงเทพฯ ค่าเลือดพุ่งจนน่าห่วง
– https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_664289 ทีมแพทย์งดวิ่ง 1 วัน เผยเหตุ “ตูน” เป็นไข้หวัด ยันไม่ได้บาดเจ็บ พร้อมเผยเรื่องค่า “CPK” สูงถึง 4,000