ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/308237

‘แรงงานต่างด้าว’ ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย?
“1,788,964 คน” เป็นตัวเลขจำนวน “แรงงานข้ามชาติ” หรือในภาษาทางการเรียกว่า “แรงงานต่างด้าว” ทุกประเภทที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย โดย สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน ณ สิ้นเดือนก.ย. 2560 ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวอย่างมากในหลายภาคส่วน และนั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจกับเหตุการณ์เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย. 2560 ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 แล้วจะเกิดความ“โกลาหล” ไปทั้งแผ่นดิน หลังแรงงานแห่ทะลักข้ามฝั่งกลับบ้านไปเป็นจำนวนมาก
กระทั่งช่วงต้นเดือน ก.ค. 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือมาตรา 44 เพื่อชะลอการบังคับใช้ออกไปก่อนจนถึงสิ้นปี 2560 และให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสม โดยเฉพาะประเด็น “โทษปรับ 4 แสน -8 แสนบาท” กับการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายต่อคน เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการกังวลเป็นพิเศษ
ที่งานเสวนา “แรงงานต่างด้าว ช่วยจริงหรือวุ่นวาย” ณ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) สุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากเลือกได้ ผู้ประกอบการก็ไม่อยากใช้แรงงานต่างด้าวจำนวนมาก แต่เพราะคนไทยส่วนใหญ่การศึกษาดีขึ้นจึงไม่ทำงานบางชนิด ที่เรียกว่า “งาน 3 D” หมายถึงงานที่มีลักษณะ 3 อย่างในงานเดียวกันคือ Difficult งานยากลำบาก Dangerous งานเสี่ยงอันตราย และ Dirty งานสกปรก ยกตัวอย่าง งานประมง ที่คนไทยจะไม่ทำแน่นอน
รอง ปธ.สอท. กล่าวต่อไปว่า “การใช้แรงงานต่างด้าวแบบถูกกฎหมาย ต้นทุนก็ไม่ได้ถูกกว่าแรงงานไทยแต่อย่างใด” อาทิ การนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทย คนหนึ่งใช้เงิน 2 หมื่นบาท และแรงงานต่างด้าวทุกคนที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างต้องจ่ายทุกอย่าง ภาษี ประกันสังคม ค่าล่วงเวลา (OT) เหมือนคนไทยทุกประการ
ทว่า “แม้จะใช้แรงงานผิดกฎหมาย ต้นทุนก็ไม่ได้ถูกกว่าแรงงานถูกกฎหมายแต่อย่างใด” เพราะทุกขั้นตอนล้วนเต็มไปด้วย “ผู้แสวงหาประโยชน์” ขณะที่แนวคิด “จำกัดโควตา” แรงงานต่างด้าว น่าจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เช่น ถ้าโควตามีน้อยกว่าความต้องการจริง ย่อมจะเกิด “มูลค่า” บางอย่างขึ้น หรือผู้ประกอบการรายย่อยคงไม่สามารถไปแย่งโควตาแรงงานต่างด้าวได้ รวมถึงการ “เก็บค่าธรรมเนียม” ผู้ใช้แรงงานต่างด้าวก็น่าจะมีปัญหาเช่นกัน
รอง ปธ.สอท. เสนอแนะว่า การแก้ปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ทางออกคือ “ต้องทำให้ขั้นตอนการจดทะเบียนเป็นไปอย่างสะดวก”หาไม่แล้วก็จะมีการลักลอบทำผิดกฎหมายอยู่เรื่อยไป โดยยกตัวอย่างการทำ หนังสือเดินทาง (Passport) ที่ในอดีตเคยมีขั้นตอนยุ่งยากล่าช้า ทำให้เกิดขบวนการเรียกรับผลประโยชน์ขึ้น แต่ต่อมามีการปรับปรุงกฎหมายระเบียบให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว การเรียกรับผลประโยชน์ก็หมดไป
“แรงงานต่างด้าวไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับผู้ประกอบการอย่างผมที่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมได้ อย่างคนรับใช้ที่บ้านท่านก็ต้องจ่าย เด็กขายของหน้าร้านท่านก็ต้องจ่าย ไม่มีข้อยกเว้น หรือเรื่องโควตาก็เช่นกัน ในอนาคตสมมติท่านเคยมีคนรับใช้ที่บ้าน 2-3 คน คนหนึ่งทำอาหาร อีกคนทำความสะอาด อีกคนดูแลพ่อแม่ชรา ท่านอาจจะทำไม่ได้อีกเพราะไม่มีโควตา” สุชาติ ระบุ
มุมมองภาควิชาการ ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า การที่รัฐไทยไม่มีตัวเลขแรงงานต่างด้าวที่แน่นอน เป็นเพราะ “นโยบายไม่นิ่ง” เมื่อพบปัญหาแรงงานผิดกฎหมายทีหนึ่งก็เรียกมาจดทะเบียนเสียทีหนึ่ง จากนั้นเมื่อผ่านไปสักพักมีปัญหาเดิมก็จดทะเบียนอีก โดยที่แรงงานไม่ต้องกลับประเทศต้นทางก่อน เช่น แรงงานมาใหม่ๆ ทำงานประมงได้สักพักรู้สึกไม่ชอบ ก็ย้ายไปทำงานในโรงงานแทนแล้วรอวันที่รัฐบาลจะเปิดให้จดทะเบียน
ส่วนประเด็น “แรงงานต่างด้าวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ดร.ยงยุทธ ยอมรับว่า “มีส่วนจริง” ด้วยหลายเหตุปัจจัย อาทิ 1.คนไทยมีบุตรน้อยลง สวนทางกับคนชราที่เพิ่มสูงขึ้น กำลังแรงงานชาวไทยจึงลดลงไปโดยปริยาย 2.บัณฑิตปริญญาตรีล้นตลาด แต่แรงงานอาชีวะฝีมือดีขาดแคลน คนจบปริญญาตรีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบสถานประกอบการ จึงนิยมหันไปประกอบอาชีพอิสระแทน 3.มีประชากรตกหล่น อาทิ แม่วัยรุ่น ผู้ต้องหาติดคุกตะราง หรือแม้แต่ผู้เบื่อหน่ายทางโลกแล้วออกบวช ก็ถือเป็นการสูญเสียกำลังแรงงานเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญจาก TDRI ยังชี้ให้เห็นอีกว่า บทบาทแรงงานต่างด้าวกับภาคส่วนต่างๆ พบว่างานประมงกับงานร้านอาหารแรงงานต่างด้าวมีความสำคัญพอสมควร “แต่ที่สำคัญที่สุดคือลูกจ้างในครัวเรือน” คนรับใช้ในบ้านหรือคนดูแลผู้สูงอายุ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ถึงกระนั้นก็ยังย้ำว่า “แรงงานต่างด้าวทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีช้าลง” เนื่องด้วยผู้ประกอบการยังมีแรงงานราคาถูกให้ใช้ จึงไม่มีแรงกระตุ้นให้ต้องปรับตัว
“ไม่รู้ว่าเราสอนกันอย่างไรให้จบขึ้นไปแล้วทำงานกับเทคโนโลยีที่ฝรั่งเอาเข้ามา ที่บริษัทข้ามชาติเขามาลงทุนแล้วเขายังไม่สามารถได้คนไทยอยู่ เขาอ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่างโควตาของ BOI (คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ซึ่งเขาสามารถเข้ามาทำงานในสิ่งที่เราขาดได้ แต่สิ่งที่เราขาดแน่ๆ คือกลุ่มที่พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นเก่งๆ เขาก็มาช่วยสอนบ้านเรา ส่วนเรื่องงาน 3D ที่พูดกันเรื่อยๆ ถ้าสตางค์ถึงเขาก็คงไม่รังเกียจหรอก แต่ปัญหาคือความสามารถในการจ่าย มันถูกจำกัดอยู่ที่ความยากจนของประเทศ” ดร.ยงยุทธ กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แรงงานต่างด้าวในประเทศไทยมีหลายประเภท อาทิ แรงงานที่ไม่ได้มาจากเพื่อนบ้าน 4 ชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม) แรงงานเพื่อนบ้านประเภทข้อตกลง (MOU) ระหว่างประเทศ แรงงานรอพิสูจน์สัญชาติ แรงงานประเภทส่งเสริมการลงทุน แรงงานชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน และแรงงานตามฤดูกาล
ดังนั้นการใช้มาตรการแบบ “เสื้อเหมาโหล” (One Size Fit All) กับแรงงานทุกประเภทเหมือนๆ กัน คงไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังเปิดประเด็น “คิดย้อนกลับ” กรณีการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แรงงานต่างด้าว ว่าจะมีโอกาสที่ผู้ประกอบการอาจคิดว่าไม่ใช้แรงงานต่างด้าว แต่เอาส่วนค่าธรรมเนียมมาจ้างแรงงานไทย จะเป็นไปได้หรือไม่? รวมถึงหลังจากนี้อาจต้องคิดถึงการจ้าง “แรงงานประเภทใหม่ๆ” ตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
“ต้องคิดถึงแรงงานที่ไม่ใช่กลุ่มเดิมๆ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ อาจต้องปรับการทำงานให้เหมาะสม และอีกกลุ่มที่เราลืมเราทิ้งไปนาน คือแรงงานเยาวชน นักศึกษาที่เรียนอยู่แล้วต้องทำ Part-Time ส่วนนี้น่าจะดึงเข้ามาทำงานให้เขามีรายได้ ซึ่งอาจจะไม่ได้ใช้ค่าตอบแทนสูงเท่าแรงงานปกติ กรรมการค่าจ้างก็กำลังมองตรงนี้ มีค่าจ้างผู้สูงอายุ ค่าจ้างเยาวชน เพื่อให้เกิดการทำงานทุกกลุ่มเข้ามาแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ผู้ประกอบการแทนที่จะเสียค่าธรรมเนียมแล้วไปอยู่กับแรงงานต่างด้าว เราให้คนไทยไหม? แต่ก็ต้องคิดว่าแล้วคนไทยจะทำหรือเปล่า?” อาจารย์ศุภชัย ฝากข้อคิด
ล่าสุดเมื่อ 4 ธ.ค. 2560 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้นำร่าง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. … ฉบับแก้ไข กลับไปทบทวนใหม่ เนื่องจากมีข้อสังเกตใน 2 ประเด็น คือ 1.การกำหนดพื้นที่พักอาศัย ที่กฎหมายใหม่ไม่ได้กำหนดไว้ ต่างจากกฎหมายเดิมที่กำหนดให้ต้องพักในสถานที่ทำงานของนายจ้างเท่านั้น กับ 2.อัตราโทษที่ต้องสมเหตุสมผล เช่น ความผิดฐานใช้แรงงานผิดประเภท ไม่ควรมีบทลงโทษรุนแรงเท่าความผิดฐานค้ามนุษย์
ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า..เมื่องานบางประเภทคนไทยไม่ทำ และอีกหลายประเภทยังไม่สามารถใช้เทคโนโลยีเต็มรูปแบบได้ เศรษฐกิจไทยก็ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวต่อไป ขึ้นอยู่กับว่าจะ “บริหารจัดการ” อย่างไรเท่านั้น!!!