ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/309873

นักจิตวิทยาชี้’ฆ่าตัวตายตามคนดัง’เป็นไปได้หาก’เศร้า-เหงา’อยู่ก่อน แนะผู้ใหญ่เข้าใจเด็ก-วัยรุ่น
19 ธ.ค. 2560 จากกรณีข่าวการฆ่าตัวตายของ จงฮยอน สมาชิกวง SHINee บอยแบนด์ดังจากเกาหลีใต้ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น และมีแฟนคลับเสียใจเป็นจำนวนมาก จนมีข่าวตามมาหลังจากนั้นไม่นานว่ามีแฟนคลับชาวไทยรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่าขอลาไปอยู่กับไอดอลหนุ่มก่อนจะฆ่าตัวตายตาม ซึ่งมีการแชร์กันในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันนั้น
ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา กล่าวกับทีมข่าว นสพ.แนวหน้า ว่าการฆ่าตัวตายตามบุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคมไม่ใช่เรื่องใหม่ หากย้อนกลับไปก็เคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามคนที่จะฆ่าตัวตายมักเป็นคนที่มีภาวะซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างมากระตุ้นก็พร้อมจะลงมือได้ทันที เมื่อประกอบกับสังคมสมัยใหม่ที่ต่างคนต่างอยู่ ผู้คนปฏิสัมพันธ์ผ่านหน้าจอออนไลน์มากกว่าพบเจอตัวตนกันจริงๆ ปัญหาความเศร้าความเหงาจึงรุนแรงขึ้นไปด้วย
ดร.วัลลภ กล่าวต่อไปว่า ในบางสังคมมีปัจจัยเอื้อให้คนมีภาวะซึมเศร้า เหงาและเครียดได้มาก เช่นในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่สภาพสังคมมีการตีกรอบชีวิตผู้คนไว้อย่างเคร่งครัด ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบ และมีการแข่งขันมีความกดดันสูง การทำผิดพลาดแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่อาจอยู่ต่อไปในสังคมได้ สภาวะแบบนี้ยั่วยุให้คนคิดฆ่าตัวตายได้ง่าย แม้จะมีสื่อบันเทิง มีดารามีนักร้องก็ตาม เพราะกลายเป็นว่าไปเห็นคนดังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแทน
“พอไอดอลคนที่เขารักมากๆ เกิดฆ่าตัวตายขึ้นมา เขาก็รู้สึกว่าเขาอยู่ไม่ได้ เพราะเขารู้สึกว่าที่อยู่ได้เพราะมีอารมณ์ร่วมกับไอดอล กับดารานักร้องคนนี้ พอดาราตายเขาก็ตายตาม” ดร.วัลลภ กล่าว
นักจิตวิทยาชื่อดัง ยังกล่าวอีกว่า สำหรับสังคมไทย จุดที่น่าห่วงคือพ่อแม่หรือผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่ชอบใช้วิธีออกคำสั่ง หรือใช้คำพูดดุด่าบุตรหลาน เพราะขัดกับธรรมชาติของเด็กและวัยรุ่นนั้นต้องการอิสระทางความคิด เมื่อผู้ใหญ่ยิ่งสั่งยิ่งดุเด็กก็จะรู้สึกต่อต้าน สำหรับตนในฐานะที่เคยช่วยเหลือผู้มีปัญหาทางจิต พบว่าหลายรายมีปมมาจากครอบครัว โดยเฉพาะจากพ่อแม่ที่ใช้คำพูดรุนแรงกับลูก แทนที่จะค่อยๆ คุยกันดีๆ จึงกลายเป็นการซ้ำเติมคนที่สภาพจิตใจกำลังเปราะบางอยู่แล้วให้ทุกข์หนักขึ้นไปอีก
“ถ้าพูดจริงจังบังคับเขาจะยิ่งต่อต้าน คือคำว่าห้าม อย่า ไม่ มันเป็นคำพูดด้านลบ คือต้องสอนไม่ใช่เอาแต่สั่ง” ดร.วัลลภ กล่าวย้ำ
ในวันเดียวกัน นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า สำหรับความกังวลเป็นห่วงแฟนคลับ หวั่นเกิดการฆ่าตัวตายเลียนแบบคนดัง หรือที่เรียกว่า Copycat Suicide ในเมืองไทยนั้น การเลียนแบบจะไม่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่มีความคิดฆ่าตัวตายอยู่ก่อน แต่สำหรับคนที่คิดฆ่าตัวตายอยู่แล้ว อาจจะทำให้เห็นช่องทางหรือวิธีการที่จะฆ่าตัวตายมากขึ้น ถ้าบุคคลที่ฆ่าตัวตายมีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักในสังคม จะมีผลให้คนมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายตามได้
นพ.บุญเรือง กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ต้องดูความเปราะบางด้านจิตใจ หรือผูกพันกับผู้ตายขนาดไหน ผูกพันมากก็ทำให้หวั่นไหวตามมาก อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ในเมืองไทยกระแสการฆ่าตัวตายเลียนแบบบุคคลมีชื่อเสียงจะยังมีไม่มากนัก ก็ไม่ควรชะล่าใจ ซึ่งเรื่องนี้ต้องระวัง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ต้องช่วยกันไม่ให้เกิดขึ้น อย่างสื่อเอง ในการพาดหัวหรือการแจงรายละเอียดการฆ่าตัวตายก็เป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะหากบรรยายมากเกินไปอาจเกิดผลกระทบได้ แต่ให้เน้นไปที่แนวทางการป้องกัน ดูแล ช่วยเหลือ ผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายให้มากขึ้น

ข้อความลาตายของแฟนคลับรายหนึ่ง
ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9600000127352
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า พ่อแม่ผู้ปกครองต้องใส่ใจ ซักถาม และทำความเข้าใจ หากพบลูกหลานมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เช่น ร้องไห้บ่อย เก็บตัว ไม่พูด เหม่อลอย บางครั้งจะพูดถึงเรื่องฆ่าตัวตาย บ่นไม่อยากมีชีวิต ชีวิตไม่มีคุณค่า เป็นต้น สัญญาณเตือนเหล่านี้ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ อย่าคิดว่าเป็นการพูดเล่น เพราะนั่นเท่ากับปล่อยโอกาสการช่วยเหลือให้ลดลง รวมไปถึงต้องดูแลเด็กที่เคยฆ่าตัวตายมาแล้วอย่างใกล้ชิด เพราะมีโอกาสที่จะกลับไปทำซ้ำ และโอกาสที่จะทำสำเร็จก็มีมากเช่นกัน แม้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด
“สำหรับแฟนคลับก็ขอให้ชื่นชมในความสามารถของบุคคลนั้น การฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออกของปัญหา ขอให้มองสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ มองเป็นบทเรียน ไม่มีใครอยากฆ่าตัวตาย และคงไม่หวังที่จะให้คนอื่นฆ่าตัวตายตาม การฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ส่วนภาวะซึมเศร้าก็สามารถรักษาให้หายได้เช่นกัน หากเกิดภาวะซึมเศร้า คิดสั้น ทำใจไม่ได้ ให้พูดคุยกับคนใกล้ชิด หรือปรึกษาจิตแพทย์ ซึ่งการปรึกษาจิตแพทย์ไม่จำเป็นว่าต้องป่วย ทุกคนสามารถปรึกษาเพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

“จงฮยอน” 1 ในสมาชิกวง SHINee
ด้าน นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผอ.รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กล่าวเสริมว่า อัตราการฆ่าตัวตายล่าสุด ของคนไทย ปี 2559 อยู่ที่ 6.35 ต่อประชากรแสนคน ลดลงจากปี 2558 ที่มีอัตรา 6.47 ต่อประชากรแสนคน โดยช่วงอายุ 35-39 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุด จึงขอย้ำว่าปัญหาการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องใกล้ตัว เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งทุกคนสามารถช่วยป้องกันและลดปัญหาการฆ่าตัวตายลงได้
“สัญญาณเตือนของการฆ่าตัวตาย เช่น เวลาพูด มีน้ำเสียงวิตกกังวล สีหน้าเศร้าหมอง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ พูดเปรยๆ ว่าอยากตาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีปัญหาโรคซึมเศร้าอยู่เดิม ประสบปัญหาชีวิต ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ทั้งนี้ คนรอบข้างสามารถช่วยได้ โดย การใส่ใจ รับฟัง พูดคุยเป็นเพื่อน แม้กระทั่ง การกล่าวคำว่า ขอบคุณ เพื่อให้เขากล้าที่จะบอกความรู้สึกทุกข์ทรมานใจ และกล้าที่จะยอมรับความช่วยเหลือจากสังคมและคนรอบข้าง” ผอ.รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ระบุ
นพ.ณัฐกร กล่าวต่อไปว่า แต่หากไม่ดีขึ้น ให้พยายามติดต่อครอบครัวหรือชุมชนให้ช่วยป้องกันดูแลส่งต่อเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป โดยสามารถโทรมาปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ ตลอดจน สามารถประเมินภาวะเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง พร้อมรับแนวทางการช่วยเหลือได้ที่ แอพลิเคชั่น Sabaijai ดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งระบบ android และ ios

“ความจริงเฉลย” ไม่มีแฟนคลับฆ่าตัวตายตามไอดอลเกาหลีแต่อย่างใด
ที่มา : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000127632
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมามีรายงานเพิ่มเติมว่า ข่าวแฟนคลับชาวไทยของ จงฮยอน แห่งวง SHINee โพสต์ข้อความทิ้งท้ายก่อนลาตายตามไอดอลชาวเกาหลีดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง โดยมีผู้สอบถามไปยังผู้ที่แต่งเรื่องนี้ขึ้น และได้รับคำตอบว่าไม่มีการฆ่าตัวตายแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าผู้แต่งเรื่องนี้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งนี้ผู้ที่ให้ข่าวได้ขอร้องชาวเน็ตว่าอย่าได้ต่อว่าหรือประณามเจ้าของเรื่องนี้เลย