ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/309597

โปรดฟังอีกครั้ง!ทนายดังย้ำครอบครอง‘บุหรี่ไฟฟ้า-น้ำยา’มีความผิด
โปรดฟังอีกครั้ง!ทนายดังย้ำ‘บุหรี่ไฟฟ้า-น้ำยา’เป็นสิ่งของต้องห้าม ชี้ผู้ครอบครองมีความผิดด้วย
18 ธ.ค.2560 จากกรณีที่ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คส่วนตัวเมื่อ 11 ธ.ค. 2560 อธิบายข้อกฎหมายว่าผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 246 ในข้อหาช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่ไม่ผ่านพิธีศุลกากรอย่างถูกต้อง ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นวงกว้างนั้น
ล่าสุด นายเกิดผล ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าว “แนวหน้าออนไลน์” ย้ำถึงเรื่องนี้อีกครั้งว่า เมื่อมีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ซึ่งในประกาศดังกล่าวกำหนดให้ทั้งบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงน้ำยาหรือสิ่งใดๆ ที่ใช้เป็นแหล่งกำเนิดควันสำหรับใช้ร่วมกับอุปกรณ์การสูบข้างต้น เป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้า ดังนั้นผู้นำเข้ามาย่อมต้องมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 244 ฐานนำเข้าในลักษณะหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดของสิ่งของนั้นด้วย
นายเกิดผล กล่าวต่อไปว่า บทบัญญัติดังกล่าวไม่ใช่ของใหม่ โดยสามารถเทียบเคียงกับมาตรา 27 และมาตรา 27 ทวิ ตามกฎหมายเก่าคือ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 จะพบว่ามีสาระสำคัญเหมือนกัน และย้ำด้วยว่า เป็นไปได้ยากที่คนไทยผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย เพราะตามหลักกฎหมายอาญาระบุชัดว่าบุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ การยกเหตุผลต่อสู้ในประเด็นนี้คงมีได้ไม่กี่เรื่อง เช่น ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นเวลานานมาก พอกลับมาเมืองไทยก็พกพากลับมาด้วย เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีมีผู้สอบถามว่า หากเป็นใบยาสูบที่เป็นพืชจะมีความผิดหรือไม่ ประเด็นนี้หากเป็นใบยาสูบที่ปลูกในประเทศ ก็ต้องไปดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ แต่โดยทั่วไปบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ใช้ใบยาสูบอยู่แล้วแต่ใช้เป็นน้ำยา ซึ่งข้อกฎหมายก็ชัดเจนว่าน้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนใบยาสูบหรือพืชที่ใช้สำหรับสูบนั้นเข้าใจว่าหมายถึงนำมาใช้กับบารากู่ ตรงนี้หากเป็นการนำเข้ามาก็ชัดเจนว่ามีความผิดเช่นกัน
“ถ้าคนที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่มีไว้แล้วมีความผิดตามกฎหมาย อะไรที่เขาประกาศว่ามันเป็นความผิดแม้ว่าเราจะบอกว่าไม่ผิดแต่กฎหมายบอกว่าผิด มันก็ไม่สามารถที่จะฝ่าฝืนได้” นายเกิดผล กล่าว
ทั้งนี้ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ข้อ 3 ระบุนิยามของบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ว่า “อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ทำให้เกิดละอองไอน้ำในลักษณะคล้ายควันบุหรี่ไม่ว่าจะกระทำขึ้นด้วยวัตถุใด ซึ่งใช้สำหรับสูบในลักษณะเดียวกับการสูบบุหรี่”
นอกจากนี้ ข้อ 4 ยังระบุด้วยว่า “สาร สารสกัด หรือสิ่งอื่นใด ที่ใช้เป็นแหล่งกำเนิดควันหรือละอองไอน้ำ เพื่อการสูบแบบบารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งนำเข้ามาพร้อมสินค้าตามวรรคหนึ่งเพื่อใช้ร่วมกัน” เป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรด้วย
ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244 ระบุว่า ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร “หรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
ส่วน มาตรา 246 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด (วรรคสาม) หากเป็นการกระทำโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 244 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ