ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/309672

ไม่ใช่แค่หายจน…ต้องจัดว่ารวย! ชาวนาเมืองช้างตามรอยพ่อ รับเงินรายวัน รายเดือน รายปี
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ได้เดินทางไปพบกับ นางสำเภา จันคณา อายุ 48 ปี เกษตรกรชาวบ้านกระจับ ม.19 ต.พรมเทพ องท่าตูม จ.สุรินทร์ เกษตรกรผู้เดินตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำการเกษตรแบบผสมผสานบนที่นา 18 ไร่ ทำนา ปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ทุกชนิด เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย และเป็ดไล่ทุ่งกว่า 800 ตัว มีรายได้รายวัน รายเดือน และรายปี ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น
นางสำเภา บอกว่า ทุกวันนี้มีรายได้รายวันจากการขายพืชผักสวนครัวที่ใช้เวลาปลูกระยะสั้น ใช้น้ำน้อย เช่น บวม ต้นหอม ผักชี มะกรูด มะนาว ฯลฯ และไข่เป็ด วันละ 20 แผง ให้กับเพื่อนบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียง ที่จะมาขอซื้อถึงหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีรายได้รายเดือนประมาณ 30,000-40,000 บาท จากการขายส่งไข่เป็ด โดยมีพ่อค้าแม่ค้ามารับถึงบ้าน และมีรายได้รายปีเป็นเงินก้อนจากการทำนาปี ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ปลอดสารเคมี สารพิษ และการจำหน่าย วัวและควายที่เลี้ยงกว่า 50 ตัว มีรายได้หลายแสนบาทต่อปี
โดยเฉพาะช่วงหลังฤดูการเก็บเกี่ยวทุกๆปี นางสำเภา จันคณา และสามี จะไปซื้อแม่เป็ดพันธุ์ไข่กว่า 800 ตัว เพื่อมาเลี้ยงเป็นเป็ดไล่ทุ่ง โดยไม่ต้องเปลื้องเงินซื้อหัวอาหารแม้แต่บาทเดียว ปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ ตามทุ่งนาของตนเอง และทุ่งนาของเพื่อนบ้าน หากินเมล็ดข้าวที่ตกหล่น หอยเชอร์รี่ กุ้ง ปู ปลา และไส้เดือน ที่มีอยู่อย่างมหาศาล เพราะผืนนาทั้ง ต.พรมเทพ แห่งนี้ นางจีราภรณ์ ลักษวุธ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมเทพ ได้รณรงค์ให้พี่น้องเกษตรกรชาวนา หันมาทำนาอินทรีย์ 100% โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และสารพิษเลย นับว่าเป็นวิธีการทางธรรมชาติพึ่งพากันโดยแท้จริง ทำให้เกษตรกรชาวนาในพื้นที่หลายครอบครัว สามารถลดต้นทุนเรื่องอาหารเป็ด เป็ดไข่ได้ดีเป็นธรรมชาติ ส่วนนาข้าวก็สามารถลดต้นทุนเรื่องปุ๋ยยาเคมีภัณฑ์ต่างๆที่เป็นอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งเพื่อกำจัดศัตรูในนาข้าวได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดและชาวนา เป็นอย่างดี
“ที่นี่เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง 800 ตัว วันหนึ่งจะไข่ประมาณ 600 ฟอง เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง หลังฤดูการเก็บเกี่ยว เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม เป็ดอายุ 4 เดือนก็จะเริ่มไข่ จะอยู่ได้ประมาณ 3 ปี มีรายได้จากการขายไข่เป็ดเดือนละประมาณ 30,000-40,000 บาท ขายปลีก ขายย่อย ให้ชาวบ้านใกล้เคียง มีรายได้ทุกวัน ส่วนรายได้รายเดือน ร้านในตัวเมื่อสุรินทร์ที่ตนไปซื้อแม่พันธุ์เป็ดจากมารับซื้อถึงบ้านทุกๆเดือน โดยไม่ต้องคัดไซด์ เพราะว่าไข่เป็ดอุดมสมบูรณ์ขนาดเท่ากัน ไข่เป็ดอยู่ได้นาน”
นางสำเภา บอกว่า อีกเรื่องที่ภูมิใจมาก คือ นายภูเบศวร์ จันคณา (เต้ย) ลูกชาย เรียนจบวิศวกรรมเครื่องยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ถ่ายรูป เรือกสวน ไร่นา วัว ควาย และเป็ดไล่ทุ่ง ลงเฟสบุ๊คบอกว่า มีงานรองรับแล้ว เรียนจบแล้วจะกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด ตามรอยพ่อหลวง ร.9 พอตนแอบไปเห็นก็เลยโทรไปถามลูกชายตรงๆว่า เต้ย อยากมาเป็นชาวนาทำเกษตรพอเพียงช่วยพ่อแม่จริงหรือเปล่า ลูกชายบอกว่า อยู่กรุงเทพฯ ทำงานไปด้วย หาเงิน เรียนด้วย กว่าจะจบก็เหนื่อย ไหนจะต้องไปสมัครงาน ไปเป็นลูกจ้างเขา จะกลับมาทำนา ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เลี้ยง วัว เลี้ยงควาน และเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ที่บ้านเกิด ทำงานทดแทนบุญคุณ พ่อแม่ ก้าวตามบาท ศาสตร์พระราชา และนำความรู้ที่เรียนมาแผ่นดินเกิดต่อไป ซึ่งตนและสามีภูมิใจในลูกชายคนนี้มาก ระหว่างเรียนวิศวะกลับมาบ้านก็ช่วยเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย และเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ไม่เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป ที่เอาแต่สนุก และเที่ยวเตร่ ขอเงินพ่อแม่ไปวันๆ
