ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/310097

ตะลึง! มูลค้างคาวค่านับร้อยล้าน ชาวบ้านวอนใช้ม.44เปิดขุมทรัพย์’ถ้ำเจ้าราม’
21 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเทิน อาจใย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำขาว อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชาวบ้านทั้ง 17 หมู่บ้านในพื้นที่ ได้รวมตัวกันบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม หมู่ 15 ต.วังน้ำขาว เพื่อเรียกร้องขอใช้ประโยชน์จากมูลค้างคาวในถ้ำเจ้ารามที่มีอยู่เป็นจำนวนมหาศาล มูลค่านับร้อยล้านบาท โดยมีนายอภิชาติ ศรีม่วง นายอำเภอบ้านด่านลานหอย และนายกิติพัทธ์ แสงแก้ว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม จ.สุโขทัย และ จ.ลำปาง เดินทางมารับหนังสือข้อเรียกร้องในครั้งนี้
นายอภิชาติ ศรีม่วง นายอำเภอบ้านด่านลานหอย กล่าวว่า ถ้ำพระรามหรือถ้ำเจ้าราม เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.บ้านด่านลานหอย มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัย เคยพบพระพุทธรูปโบราณสำคัญรวมทั้งแผ่นศิลาจารึกปัจจุบันมีฝูงค้างคาวกินแมลง 6 ชนิดประมาณ 2 ล้านตัวอาศัยอยู่ภายในถ้ำ ต่อมามีการใช้ระบบนักเลงขนมูลค้างคาวออกจากถ้ำ จนกระทั่งในปี พ.ศ.2534 ได้มีการเปิดสัมปทานเก็บมูลค้างคาวเป็นครั้งแรก และปี 2538 เปิดสัมปทานเป็นครั้งที่สอง ก่อนจะยุติการให้สัมปทานในปี 2545 เนื่องจากมีประกาศยกฐานะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
“เมื่อปี 2552 ทีมนักวิจัยเข้ามาสำรวจ พบว่าในถ้ำเจ้ารามมีค้างคาวอาศัยอยู่เกือบ 2 ล้านตัว ถ่ายมูลวันละ 200 กิโลกรัม หรือปีละ 73 ตัน ถึงปัจจุบันก็คาดว่าจะมีมูลค้างคาวสะสมประมาณ 1,000 ตัน คิดเป็นเงินก็นับร้อยล้านบาท”
“นายบุญเทิน อาจใย นายกอบต.วังน้ำขาว กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ เพราะต้องการนำมูลค้างค้าวไปใช้ประโยชน์ทำปุ๋ยอินทรีย์ ให้เกษตรกรผลิตใช้เองในท้องถิ่น เป็นการลดต้นทุนซื้อปุ๋ยเคมีด้วย และเมื่อนำมูลค้างคาวออกมาได้หมด ก็สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเสริม เข้าชมระบบนิเวศภายในถ้ำได้อีกด้วย
“ถ้าทิ้งมูลค้างคาวไว้อย่างนั้น นอกจากจะสูญค่าเปล่าประโยชน์แล้ว ยังทำให้เกิดไฟไหม้บ่อยครั้งด้วย ที่ผ่านมาไหม้ไป 40 ครั้งแล้ว บางส่วนก็ตายไป บางส่วนก็บินหนี และความร้อนยังทำให้รากฐานของถ้ำเสี่ยงทรุดพังถล่มลงมาอีก จึงขอวิงวอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาและช่วยเหลือให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากมูลค้างคาวในถ้ำเจ้ารามแห่งนี้ด้วย”
ด้าน นายกิติพัทธ์ แสงแก้ว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้ารามฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมูลค้างคาวในถ้ำแห่งนี้มีปริมาณเยอะและสูงมาก การจะเข้าไปนั้นลำบาก เพราะอากาศหายใจมีน้อย เป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าไปทำงาน ทั้งนี้ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การที่จะให้นำมูลค้างคาวออกไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการ นั้นเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่วนกรณีข้อเรียกร้องของชาวบ้านได้รายงานตามลำดับชั้นแล้ว อยู่ระหว่างการหารือว่าจะดำเนินการกับมูลค้างคาวที่ถ้ำเจ้ารามอย่างไร
