ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/310302

สูตรลับผัดเผ็ดข่าอ่อน ‘ปลามิหลัง’ เมนูหรอย!! สดๆจากประมงบ้าน
เสน่ห์วิถีชีวิตชาวเล “เรือประมงพื้นบ้าน” ในพื้นที่ ต.ละงู อ.เมือง จ.สตูล ทุกเช้าที่ท้องฟ้าเปิดชาวประมงพื้นบ้านที่นี่ หลังนำเรือออกหาปลาริมชายฝั่งตั้งแต่เช้ามืด 5-6 ชั่วโมงก็จะรีบทยอยนำเรือพร้อมปลาและอาหารทะเลหลากหลายชนิดขึ้นฝั่งที่ท่าคลองบ้านหัวหินกันเป็นจำนวนมาก
ทำให้ที่ “ท่าคลองบ้านหัวหิน” แห่งนี้ มีสัตว์น้ำที่ชาวประมงพื้นบ้านไปหามาได้ใหม่ สด ขึ้นเพื่อส่งขายให้กับลูกค้าที่มาเฝ้ารอซื้ออาหารทะเลสดๆ เพื่อไปรับประทานโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และลูกค้าที่มารอจับจ่ายซื้อปลานานาชนิด อาหารทะเลหลากหลาย อาทิ ปลาหลังเขียว ปลามิหลัง หรือ ปลาดุกทะเล ที่ได้รับความนิยมของลูกค้าซื้อหาไปบริโภคกันเป็นจำนวนมาก ปู กุ้ง และหอย จะหมุนเวียนในการออกเรือหาปลาไปตามฤดูกาล
นายบาเล็ม เอ็มเล่ง อายุ 68 ปี ชาวประมงพื้นบ้านที่ทำอาชีพนี้มาร่วมชีวิต บอกว่า การหาปลาจะต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ต้องดูช่วงน้ำขึ้น น้ำลง พายุ และฤดูกาลของสัตว์น้ำในท้องทะเลห้วงนั้นๆ โดยครั้งนี้ได้ปลามิหลัง หรือ ปลาดุกทะเล มากพอควรที่จะสร้างรายได้ให้ครอบครัว 20 กิโลกรัม โดยขายกิโลกรัมละ 120-140 แล้วแต่ขนาด และได้ปู กุ้ง ติดตามบ้างเล็กน้อย การออกเรือบางครั้งก็เหมือนวัดดวง บางครั้งก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย ทั้งที่ลงทุนค่าแรง ค่าน้ำมันไปแล้ว บางครั้งก็ได้มาเยอะมากพอเหลือเก็บ
นายหมัด มิงาม อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 9849 หมู่ 2 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ชาวประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า อาหารทะเลที่แห่งนี้สดๆมากกลายเป็นตลาดสดย่อมๆ เลยทีเดียว หากใครต้องการจะทานอาหารทะเลสดๆ เช่น ปูม้า ปลาหมึก ปลาทู และปลามีหลังมาหาได้ที่นี่ชาวประมงจะออกหาปลาช่วงเช้ามืดและกลับเข้ามาพร้อมของอาหารทะเลสดๆ ในช่วงประมาณ 08.00 น. ถึง 09.00 น. หากใครต้องการรับประทานอาหารสดๆมาหาซื้อได้ที่แห่งนี้
ส่วนใหญ่ชาวประมงที่นี่จะมีอาหารทะเลหลากหลายชนิด เช่น ปลากระบอก ขายกิโลกรัมละ 80 บาท ปลายทราย 100 บาท หมึกกบ แต่ปลามีหลังหรือ ปลาดุกทะเลจัดเป็นอาหารทะเลที่ตลาดมีความต้องการสูงมาก และจะขายดีเป็นพิเศษ
นางสาวชญาภา อำนวยมัจฉา ผู้ที่ชื่นชอบทานอาหารทะเลสด ๆ เล่าว่า มักจะเสาะหาวัตถุดิบสด ใหม่ จากต้นทางนำไปรับประทานกันในครอบครัว และซื้อฝากเพื่อนฝูง เพราะเห็นว่าในยุคปัจจุบัน จะแน่ใจได้อย่างไรว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปแต่ละอย่างจะผ่านขั้นตอนหรือกระบวนการที่ปลอดภัย และที่ชุมชนแห่งนี้มีแหล่งขึ้นมาของอาหารทะเลสด ๆ ทำให้ไม่พลาดที่จะมาจับจ่ายซื้อหา โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางและการแช่ ดองน้ำแข็ง โดยครั้งนี้เลือกซื้อปลามีหลัง หรือปลาดุกทะเล 3 กิโลกรัม เพื่อไปทำเมนู ปลามีหลังผัดเผ็ดข่าอ่อนรับประทานกัน
สำหรับเมนูของการทำกับข้าวด้วยปลามีหลัง นอกจากแกงส้มปักษ์ใต้แล้ว ยังนำมาผัดเผ็ดข่าอ่อนรสชาติจัดจ้านเรียกน้ำย่อยได้ดีเลยทีเดียว เครื่องปรุงผัดเผ็ดก็หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป และจัดหามาเพิ่มก็เพียงข่าอ่อน ใบมะกรูด หลังเตรียมเนื้อปลามีหลังเรียบร้อยแล้ว ก็ตั้งไฟใส่น้ำมัน ผัดเครื่องแกงผัดเผ็ด ผสมกะปิ ด้วยไฟอ่อนก่อนใส่เนื้อปลามิหลังลงไป ผัดพอเนื้อสุก อย่าผัดนาน อาจทำให้เนื้อปลาเละได้ รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ เครื่องเคียงผักเหนาะ และอาหารทะเลอย่างอื่น ก็เรียกน้ำย่อยให้ใครหลายคนได้ลิ้มรสความหวาน สดของปลามิหลังที่นุ่มลิ้นได้มากเลยทีเดียว ค่ะ
สำหรับคนที่ชื่นชอบทานปลามีหลังหรือปลาดุกทะเล หากสั่งซื้อตามร้านจานเดียวอยู่ที่จานละ 180-200 บาท ไม่ว่าจะเป็นผัดเผ็ด หรือแกงส้มปักษ์ใต้ปลามีหลัง แต่ก็ได้รับความนิยมถูกปากคนปักษ์ใต้ และแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมากินปลาสด ๆ ในพื้นที่ จ.สตูลค่ะ
