ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/310004

หนังสือเดินทาง‘ตามรอยพระราชา’ เรียนรู้โครงการพระราชดำริ‘ในหลวง ร.9’
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย และยังทรงได้รับการยกย่องในฐานะ “บุคคลสำคัญของโลก” อาทิ ในปี 2549 องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (UNDP Award) รวมถึงเมื่อพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ต.ค. 2559 หลังจากนั้น 15 วัน คือวันที่ 28 ต.ค. 2559 ณ ที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผู้แทนชาติต่างๆ ทั่วโลก ก็ได้ร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์ท่านด้วย
รวมถึง องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 26 ก.ย. 2560 ซึ่งมีการประชุมสันติภาพนานาชาติ (International World Peace) ก็ได้มีการร่วมถวายสดุดีแด่พระองค์ท่าน ยกย่องว่าทรงเป็น “นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่” เนื่องด้วยตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์มีโครงการในพระราชดำริมากมาย ดังข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ระบุจำนวนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไว้ทั้งสิ้น 4,685 โครงการ
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวปาฐกถาในงานเปิดตัว “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา9 เล่ม 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิต” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ย่านสยามสแควร์ กรุงเทพฯ ว่า หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา (The King’s Journey : Learning Passport) เป็นคู่มือนำเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัว เพื่อออกเดินทางไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา
หนังสือชุดนี้จะแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผ่านโครงการพระราชดำริที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต โดยจัดทำขึ้นมาทั้งหมด 9 เล่ม 9 เส้นทางทั่วประเทศ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงาน กปร. ร่วมคัดสรรแหล่งเรียนรู้ภายในเล่มทั้งหมด 81 แห่ง พร้อมเผยแพร่ครบ 9 เล่มภายในเดือน ธ.ค. 2560 นี้ โดยเบื้องต้นเปิดตัว 4 เล่มแรกในเส้นทางภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวต่อไปว่า หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา จะชี้ให้เห็นว่าสายพระเนตรของในหลวงรัชกาลที่ 9นั้นครอบคลุมไปทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูงชันยาวไกล ไปจนถึงจรดท้องทะเล ความทุกข์ยากของประชาชนไม่เคยรอดพ้นสายพระเนตรของพระองค์ “พระองค์ทรงใช้เวลามากกว่าปีละ 8 เดือนในการเสด็จแปรพระราชฐานไปทั่วประเทศ” หนังสือชุดนี้จะเปิดโลกแห่งการเรียนรู้กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อย่างไรก็ตามไม่อยากให้สนใจว่ามีโครงการจำนวนเท่าไหร่ แต่อยากให้สนใจว่าในโครงการนั้นได้สอนอะไรบ้าง
“สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้และเข้าใจสำคัญกว่าชีวิต เพื่อเหลือให้กับคนรุ่นต่อไป ในหลวงสอนมา 70 ปี และผมได้เรียนตรงกับพระองค์ท่าน 35 ปี ไม่มีทีท่าว่าจะจบ แต่มหาบรมครูของผมหยุดสอนแล้ว ซึ่งประเทศไทยถ้าใส่ใจกันสักนิด เรารู้พอแล้ว แหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นสื่อให้เข้าใจ เข้าถึง และจบลงด้วยการพัฒนา ทุกสิ่งที่ท่านทำคือเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทย ในหลวงสอนหมดแล้ว และสอนด้วยการกระทำ”ดร.สุเมธ กล่าว
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ยังกล่าวอีกว่า หนังสือชุดเดินทางตามรอยพระราชาทั้ง 9 เล่มนี้ จะเป็นเครื่องนำทางไปสู่ความเข้าใจในศาสตร์ของพระราชา ที่จะทำให้เราเกิดความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงการปฏิบัติ ซึ่งคนไทยจะได้มีส่วนสำคัญในการเดินตามรอยพระราชปณิธาน ได้เรียนรู้และเข้าใจในหลักทศพิธราชธรรม และสิ่งที่พระองค์พูดถึงคือประโยชน์สุขซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง และทำให้เราเข้าใจว่า ก่อนที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 จะจากเราไปนั้นได้สอนและฝากอะไรไว้ให้กับเราบ้าง
“พระองค์ไม่ได้จากไปไหน แต่ท่านทิ้งคำสอนเอาไว้ที่ไม่ได้ใช้ได้กับคนไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พระองค์ทรงคิดให้ใช้กับมนุษย์ทุกคนบนโลก และวันนี้ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปฏิบัติด้วยตัวของเราเองแล้ว เพื่อให้เราได้มีชีวิตรอดได้อย่างดีและมีประโยชน์สุข” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวย้ำ
ตัวอย่าง 5 เล่มจากทั้งหมด 9 เล่ม อาทิ 1.เส้นทางภาคเหนือตอนล่าง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติการจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านห้วยปลาหลด จ.ตาก จุดเด่นคือ ทรัพยากรป่าไม้ที่สมบูรณ์จากการดูแลของชุมชน จากเดิมที่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรมกลับคืนสู่ป่าสมบูรณ์และเกษตรผสมผสานของชาวมูเซอเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น 2.เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร จุดเด่นคือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิตเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรให้เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ ฟื้นฟูป่า ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์
3.เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มหาชีวาลัยอีสาน จ.บุรีรัมย์ จุดเด่นคือ การท่องป่า ไร่นา สวนผสมของครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านผู้นำศาสตร์พระราชามาใช้พลิกฟื้นป่าบ้านเกิด 4.เส้นทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก โครงการหมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย บ้านทุ่งรัก จ.พังงา จุดเด่นคือการท่องเที่ยววิถีชุมชนคนชาวเล เรียนรู้การประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน เลี้ยงปลาในกระชังเพื่อให้แก้ปัญหาความยากจนและขาดที่ดินทำกินจากเหตุการณ์สึนามิ
และ 5.เส้นทางภาคกลาง โครงการคุ้งบางกะเจ้าเฉลิมพระเกียรติ จ.สมุทรปราการ จุดเด่นคือ พื้นที่สีเขียวปอดขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ จากที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงนั่งเฮลิคอปเตอร์ผ่านพื้นที่สีเขียวของคุ้งบางกะเจ้า ทรงอยากรักษาพื้นที่นี้ไว้ให้เป็นปอดขนาดใหญ่ของคนเมือง ปัจจุบันต้นไม้ในคุ้งบางกะเจ้าช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 6,000 ตันต่อปี
ขณะที่ เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เนื้อหาสาระที่เยาวชนจะได้รับจากสื่อหนังสือและกิจกรรมตามรอยพระราชา จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ครบ “3H” ในรูปแบบ Transformative Learning ซึ่งประกอบด้วย เรียนรู้ด้วยสมอง (Head) เรียนรู้ด้วยหัวใจ (Heart) และเรียนรู้จากการลงมือทำ (Hand)
รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด “ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21” คือ ความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์จากการได้เดินทางไปเรียนรู้ยังสถานที่จริง อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาส่งเสริมคุณธรรม ได้แก่ ทศพิธราชธรรมและคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ ทั้งนี้ สสส.จะสนับสนุนให้เครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะซึ่งบางแห่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้ร่วมเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ตามรอยพระราชาในพื้นที่ใกล้เคียง
ด้าน ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้แทนคณะทำงานหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา นักวิชาการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวเสริมว่า หนังสือตามรอยพระราชามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึงศาสตร์ของพระราชาที่ร่วมสมัย จากประสบการณ์จริงในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยจัดทำเป็นคู่มือการเดินทางสำหรับเยาวชน ครอบครัวและสถานศึกษา เพื่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้ และเกิดความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย
ผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านและดาวน์โหลดหนังสือทั้ง 9 เล่มได้ที่ http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1205 และ http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1219 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!!!
โครงการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.สุเมธตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นที่ปรึกษา และ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ เป็นประธานคณะทำ
