ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/310523

อนุรักษ์วิถีประมง! ชาวบุรีรัมย์พลิกฟื้นภูมิปัญญา’หว่านแหวง’หาปลาในลำน้ำมูล
ชาวบ้านที่อาศัยติดริมมูล อ.สตึก จ.บุรีรัมย์กว่า 10 ครอบครัว ได้พลิกฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิม พายเรือล้อมวงหว่านแหหาปลาในลำน้ำมูล เพื่อนำไปบริโภคและขายหลังเสร็จจากฤดูเก็บเกี่ยวข้าว แต่ละวันสามารถจับปลาได้ 5 -10 กิโลกรัม นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตชาวประมง ยังสร้างความสามัคคีด้วย
23 ธ.ค.60 ชาวบ้านและเกษตรกรบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ที่อาศัยอยู่ติดลำน้ำมูลที่ไหลผ่านอ.สตึก กว่า 10 ครอบครัว ที่ว่างเว้นจากการทำนาหรือเสร็จจากการเก็บเกี่ยวข้าว ได้ชวนกันออกมาหว่านแหหาปลาในลำน้ำมูล ด้วยวิธีแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยการพายเรือล้อมเป็นวงแล้วหว่านแหพร้อมกัน หรือชาวบ้านเรียกกันว่า “หว่านแหวง” (อ่านว่า แห-วง) เพื่อไล่ต้อนปลาให้มาติดแห ซึ่งจะมีโอกาสจับปลาได้มากกว่า การหว่านคนเดียวหรือต่างคนต่างหว่าน โดยชาวบ้านจะล่องเรือหว่านแหวงจับปลาไปตามลำน้ำมูลตั้งแต่บริเวณบ้านท่าเรือถึงบ้านท่าม่วงระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตร โดยแต่ละวันจะสามารถจับปลาได้ 5-10 กิโลกรัม มีทั้งปลาหน้าหนู ปลาตะเพียน ปลานาง และปลาอื่นๆ อีกหลายชนิด โดยปลาที่ชาวบ้านหว่านแหได้ก็จะนำไปประกอบอาหารบริโภคในครัวเรือน วันไหนได้เยอะก็จะนำไปขายที่ตลาดทำให้มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 300 -500 บาท ซึ่งถึงแม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากนักแต่ก็เป็นความสุขของชาวบ้านที่ได้อนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวประมง ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย
ด้านนายสมบูรณ์ ไทยนิยม อายุ 62 ปี ชาวบ้านบ้านท่าเรือ บอกว่า ปกติมีอาชีพทำนาทุกปีหลังเสร็จจากเก็บเกี่ยวข้าว ก็จะชวนกันมาหว่านแหจับปลาในลำน้ำมูล โดยจะใช้วิธีแบบดั้งเดิมคือการหว่านแหวงเพื่อไล่ต้อนปลาให้มาติดแห ก็จะมีโอกาสจับปลาได้มากกว่าการหว่านคนเดียว เนื่องจากน้ำมูลค่อนข้างกว้าง ซึ่งแต่ละวันก็จะหว่านแหได้ปลาคนละประมาณ 5-10 กิโลกรัม ซึ่งบางส่วนก็เก็บไว้บริโภคที่เหลือนำไปขายตลาดเพื่อเป็นรายได้หลังทำนา ก็ถือเป็นวิถีชีวิตที่ทำกันมานานแล้ว
