ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/309986

เสียงจากปราชญ์พื้นบ้าน…เมื่อกม.ไม่ขยับ ‘ไอ้โง่’จึงระบาด
20 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการทำประมงในอ่าวปัตตานี ว่า ยังคงมีชาวประมงพื้นบ้านบางส่วนนิยมใช้เครื่องมืออวนลอยกุ้ง ปลาและปู เป็นอาชีพหารายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัว เป็นการสืบทอดประเพณีการทำประมงจากตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น จึงกลายเป็นชื่อที่เรียกของติดปากของหมู่ชาวประมงรอบอ่าวปัตตานีว่า “ฆีมูกะ” แปลว่าไป “ลอยอวน” โดยพฤติกรรมการทำประมงในลักษณะนี้ชาวประมงจะออกไปจับสัตว์ หรือ “ฆีมูกะ” ในห่วงเวลาเช้ามืดประมาณเวลาตี 3 , 4 , 5 แล้วจะกลับเข้าฝั่งประมาณเวลา 10 โมงเช้า จนถึงเที่ยงวัน จะดำเนินการในลักษณะเป็นประจำ จะได้มาซึ่งสัตว์น้ำมากหรือน้อยไม่สำคัญ เอาเท่าที่ได้ ยึด “หลักพอเพียง” ไม่โลภมาก
ด้วยปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางสังคมค่านิยมถูกเปลี่ยน การอพยพของผู้คนจากต่างถิ่นเข้ามาตั้งรกรากในหมู่บ้านประมงบริเวณรอบอ่าวปัตตานี การพัฒนาพื้นที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น การทิ้งน้ำเสียลงสู่อ่าวโดยปราศจากความรับผิดชอบทางกฎหมายบ้านเมืองและศีลธรรม ย่อมส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีจำนวนลดลงอย่างตาเห็น
สุดท้ายการแย่งชิงด้านทรัพยากรสัตว์น้ำก็มีมากขึ้นตามลำดับ จึงมีบางคนที่กลับคิดหาเครื่องมือทำประมงที่เน้นจับสัตว์น้ำให้ได้มากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา จึงกลายเป็นที่มาของการทำ “ประมงลากข้าง” ขนาดเล็ก การทำประมง “เรือรุน” ขนาดเล็ก และการทำประมงด้วย “ลอบ” พับได้ หรือ “เครื่องไอ้โง่” แพร่หลายในพื้นที่ตลอดระยะ 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
แม้ปัจจุบันจะมีตรากฎหมายห้าม มีการกำหนดโทษระบุขนาดโทษอย่างชัดเจน แต่เครื่องมือเหล่านี้ กลับยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องอย่างเสรี และแนวโน้มจะมากยิ่งขึ้น แม้ในห้วงที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ลงนามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 24/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย โดยห้ามมีการครอบครอง ใช้เครื่องมือประมง 6 ชนิด ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 5 ปี ปรับ 1-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คำสั่ง ณ วันที่5สิงหาคม2558

แต่จนถึงทุกวันนี้การบังคับใช้กฎหมายยังคงเป็น “หมัน” สำรับในพื้นที่ จ.ปัตตานี ทาง “ชมรมประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานี” จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวดำเนินการปราบปรามเครื่องมือประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเครื่องมือลอบพับได้หรือ “ไอ้โง่” เพราะส่งผลกระทบต่อการทำประมงอวนลอยอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ ส่งผลกระทบต่ออาชีพ ส่งผลต่อรายได้ของชาวประมง และเพื่อเป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี เป็น “ของขวัญ” ในวันประมงแห่งชาติปีนี้
ด้านนายมะแอ สาและ วัย 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 1 บ้านบูดี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี “ปราชญ์ประมงพื้นบ้าน” รอบอ่าวปัตตานี กล่าวว่า ทุกวันนี้การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในอ่าวปัตตานีทำได้ยาก ถ้าชาวประมงเองยังนิยมใช้เครื่องมือทำประมงที่ผิดกฎหมาย ที่ทำลายล้างทรัพยากรสัตว์น้ำ เช่น เครื่องมือลากชนิดต่างๆ เครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ เป็นต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีเครื่องมือทำลายสัตว์น้ำมากกว่านี้ โดยส่วนใหญ่จากมาจาก “ชุมชนประมงอพยพ” มาจากที่อื่น ที่มีวัฒนธรรมทำประมงที่มีความแตกต่างกับชาวประมงดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในรอบอ่าวปัตตานีอย่างสิ้นเชิง
ปัจจุบันเครื่องมือที่ทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำมากที่สุด คงไม่พ้นเครื่องมือลอบพับได้ หรือไอ้โง่ นอกจากเป็นเครื่องมือที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ยังส่งผลกระทบการดำเนินชีวิตและวิถีประมงพื้นบ้านอวนลอยในอ่าวฯอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ปราชญ์ประมงพื้นบ้าน” กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกปีในช่วงน้ำหลากจะมีน้ำฝนไหลลงอ่าวฯ จะทำให้น้ำในอ่าวถูกแบ่งชั้นระหว่าง “น้ำจืดกับน้ำเค็ม” โดยน้ำเค็มจะอยู่ชั้นล่าง น้ำจืดจะอยู่ด้านบน ส่วนความลึกของชั้นน้ำเค็มประมาณ 30-50 ซม. ซึ่งมีความสูงขนาดเท่ากับความสูงของลอบพับได้หรือไอ้โง่ เมื่อมีใครนำลอบพับได้หรือไอ้โง่ดักสัตว์ขวางกระแสน้ำไหล จึงทำให้สัตว์น้ำทั้งใหญ่เล็กมุ่งตรงเข้าประตูลอบพับได้หรือไอ้โง่ทันที จึงกลายเป็นฤดูที่มีการนิยมดักด้วยเครื่องมือนี้มากที่สุดของทุกปี และเป็นช่วงฮิตที่สุดของชาวประมงอวนลอยเช่นกัน
นายมะแอ กล่าวอีกว่า สัตว์น้ำขนาดเล็กที่เข้าในลอบฯนั้น จะเป็นจำพวกลูกปูม้าขนาดเล็กกว่า “กระดุมเสื้อ” เสียอีก โดยส่วนใหญ่ชาวประมงลอบพับฯจะนำไป “ทิ้ง” ใต้โคนต้นมะพร้าว เพื่อทำปุ๋ย นอกจากนั้นยังมีลูกกุ้งที่มีขนาดเล็กไม่ต่ำกว่า 1 พันตัวต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะลูกกุ้งกุลาดำที่หน่วยงานของรัฐ โดยศูนย์วิจัยพัฒนาสัตว์น้ำชายฝั่งปัตตานี เพิ่มลงไปในอ่าวปัตตานี เมื่อโตเต็มวัยชาวประมงก็สามารถนำเครื่องมือดักจับมาขายเป็นอาชีพสร้างรายได้ แต่กลับเข้าไปในลอบฯตั้งแต่ยังเล็ก จนกลายเป็นปัญหา “ขัดแย้ง” อยู่ทุกวันนี้ ระหว่างประมงลอบพับฯกับประมงอวนลอยในอ่าวปัตตานี

ทว่า…เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกลับนิ่งเฉย ในเมื่อกฎหมายไม่สามารถเดินหน้าบังคับใช้ได้เพราะความอ่อนแอของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ชาวประมงจึงคิดหาทางที่จะลำลายเครื่องมือเหล่านี้ด้วยสองมือของชาวประมง เพื่อการรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้ยั่งยืน และอยู่คู่กับอ่าวปัตตานีสืบไป เท่าที่จะนานได้จนชีวิตหาไม่
“ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่มักอ้างกฎหมายยังไม่ประกาศห้ามเครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่เป็นเครื่องมือผิดกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เมื่อมีการตรากฎหมายเจ้าหน้าที่กลับนิ่งเฉย” ปราชญ์ประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานี กล่าวทิ้งท้าย