ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/310581

’โลกออนไลน์’พื้นที่ระบายความในใจ ชีวิตจริงไม่อาจพูด..ทำคนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายพุ่ง
23 ธ.ค. 2560 สำนักข่าวอัลจาซีราของกาตาร์ นำเสนอรายงานพิเศษ “Suicide , social media , and a Japanese serial killer” (ฆ่าตัวตาย, สื่อออนไลน์, และฆาตกรต่อเนื่องชาวญี่ปุ่น) เมื่อ 22 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า จากเหตุสะเทือนขวัญที่ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมตัว Takahiro Shiraishi หนุ่มวัย 27 ปี ที่ทำการฆาตกรรมเหยื่อ 9 ราย ก่อนชำแหละศพเพื่ออำพรางคดี เมื่อ 31 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา โดยพบหลักฐานเป็นชิ้นส่วนศพซุกซ่อนในตู้เย็นที่ห้องพักของคนร้าย รวมถึงยังพบเลื่อยและเชือกในที่เดียวกันด้วยนั้น
จากการสืบสวนพบว่า Shiraishi ใช้วิธีการติดต่อสื่อสารผ่านโปรแกรมทวิตเตอร์ (Twitter) ซึ่งเป็นพื้นที่ออนไลน์ที่คนญี่ปุ่นสามารถพูดถึงเรื่องต้องห้ามในสังคมได้ เช่น การฆ่าตัวตาย โดยจะเล็งไปที่หญิงสาววัย 15-25 ปี ที่เคยโพสต์ข้อความบ่นว่าอยากฆ่าตัวตาย ก่อนเข้าไปพูดจาชักชวนหว่านล้อมให้มาทำการฆ่าตัวตายกับตนดังกล่าว ขณะที่ Tatsuhito Hokujo ผู้จัดการองค์กร Befrienders Worldwide Osaka ที่ทำงานด้านแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่น ระบุว่า คนที่โทรศัพท์เข้ามาขอคำปรึกษาจากองค์กร มักมีความรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว
Hokujo กล่าวต่อไปว่า ผู้คนเหล่านั้นบอกเสมอว่าไม่มีใครที่จะพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของพวกเขาเลย ดังนั้นเขาจึงโพสต์ข้อความลงบนสื่อออนไลน์ว่า “อยากตาย” เพื่อหวังว่าจะมีใครสักคนที่เห็นใจและตอบสนองต่อความตั้งใจนั้น และนั่นทำให้ Shiraishi ตอบสนองด้วยการกระตุ้นปลุกเร้าเหยื่อก่อนจะลงมือฆ่า และในบางกรณียังพบว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อด้วย
เช่นเดียวกับ Vickie Skorji ผู้จัดการองค์กร Lifeline ซึ่งเป็นอีกเครือข่ายแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่น กล่าวว่า เมื่อสื่อออนไลน์ได้เปิดพื้นที่ให้กว้างขึ้น สิ่งที่เชื่อมต่อผู้ใช้งานเข้าด้วยกันก็ได้ทำให้ผู้คนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่ Xue Dou ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยริทสุเมอิกัน วิทยาเขตโอซากา (Ritsumeikan University , Osaka) ชี้ว่า ในวัฒนธรรมของสังคมญี่ปุ่น “การแสดงออกของผู้คนจะถูกควบคุมตามแต่ที่ที่คนคนนั้นไปอยู่” เช่น ที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน
ดังจะเห็นได้จากการสัมภาษณ์เพื่อนๆ เหยื่อฆาตกรรมของ Shiraishi ที่พวกเขาเล่าว่า รู้สึกตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายให้เพื่อนๆ รับรู้เลย แต่เลือกที่จะไปโพสต์บนสื่อออนไลน์แทน หรือพูดง่ายๆ คือ “โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่คุณไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ” โดยเฉพาะ Twitter ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องระบุตัวตนจริง

“โลกออนไลน์” (โดยเฉพาะ Twitter) พื้นที่ระบายความรู้สึกลึกๆ ในใจของคนญี่ปุ่น
รายงานข่าวนี้ยังได้ยกตัวอย่างหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Eri เธอมีอายุ 21 ปี ทำงานแบบ Part-Time ในกรุงโตเกียว เธอเล่าว่ามีบัญชีทวิตเตอร์หลายบัญชี แต่ได้พูดคุยบนเครือข่ายปิดเพื่อ“ระบาย” ความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ และหลายครั้งเธอโพสต์ข้อความ “Shinitai” (แปลว่า “ฉันอยากตาย” ในภาษาญี่ปุ่น) และ “ฉันเจ็บปวด” ซึ่งบันทึกเหล่านั้นในทวิตเตอร์แสดงผลแบบปิดลับ จึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาตัดสินอะไรกับสิ่งที่เธอได้โพสต์ไป ทั้งนี้ทวิตเตอร์สามารถตั้งค่าที่จะ “ไม่เปิดเผยมากเกินไป” สำหรับการติดต่อกับคนที่ไม่รู้จัก
อย่างไรก็ตาม ในทวิตเตอร์มีกฎการใช้งานอยู่ว่า “ห้ามใช้งานสำหรับการส่งเสริมการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง” ซึ่ง Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้งทวิตเตอร์ กล่าวกับสำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นเมื่อเดือน พ.ย. 2560 ว่าทวิตเตอร์ได้ทำการลบโพสต์ที่แสดงความตั้งใจถึงการฆ่าตัวตายออกไป นอกจากนี้ยังสนับสนุนการทำงานขององค์กรแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายด้วย
ในปี 2559 ที่ผ่านมา แม้สถิติการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นจะลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศชั้นนำด้านอุตสาหกรรมของโลก หรือ G7 ซึ่งล้วนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว สถิติของญี่ปุ่นก็ยังถือว่าสูงมาก โดยในปีดังกล่าว รายงานจากรัฐบาลแดนอาทิตย์อุทัย ระบุว่า มีผู้ฆ่าตัวตายจำนวน 22,000 คน นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นยังมีปัญหาการฆ่าตัวตายในกลุ่มเด็กและเยาวชน หรือช่วงอายุระหว่าง 10-19 ปี โดยพวกเขาจะฆ่าตัวตายช่วงเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ในเดือน เม.ย. และอีกครั้งเมื่อเปิดเทอมใหม่หลังหยุดภาคฤดูร้อน ในเดือน ก.ย. ของทุกปี
Skorji กล่าวว่า “การพูดถึงปัญหาสุขภาพจิตถือเป็นเรื่องน่าอายในสังคมญี่ปุ่น” ค่านิยมนี้ทำให้คนที่กำลังเผชิญปัญหารู้สึกเคว้งคว้างไร้ที่พึ่ง และมีช่องทางน้อยมากที่ให้พวกเขาได้พูดถึงปัญหาในบรรยากาศที่ดี เธอย้ำว่าจริงๆ แล้วคนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงกับปัญหาการฆ่าตัวตาย หากพวกเขามีพื้นที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตอย่างปลอดภัย และกล่าวอีกว่า การอภิปรายในประเด็นสุขภาพจิตที่ญี่ปุ่นยังเปรียบได้กับเด็กเริ่มหัดเดินเท่านั้น
เรียบเรียงจาก : http://www.aljazeera.com/news/2017/12/suicide-social-media-japanese-serial-killer-171220200209240.html