ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/311426

‘ภาวะติดเกม’ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ WHOเตรียมประกาศเป็น’อาการทางจิต’
27 ธ.ค. 2560 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมบรรจุ “ภาวะติดเกม” (Gaming Disorder) ลงในคู่มือวินิจฉัยและจัดประเภทของโรคระหว่างประเทศ (The International Classification of Diseases) ฉบับปี 2561 ในฐานะปัญหาสุขภาพจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งคู่มือดังกล่าวเป็นแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลก
ซึ่งแม้ทาง WHO จะยังไม่เปิดเผยว่า จะใช้วิธีวินิจฉัยอย่างไร แต่นาย Vladmir Poznyak เจ้าหน้าที่ฝ่ายสุขภาพจิตและสิ่งเสพติดของ WHO ได้กล่าวว่า ถึงเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จำเป็นต้องยอมรับแล้วว่า ภาวะติดเกมอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้คนในระยะยาว แม้การเล่นเกมจะคล้ายกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นผู้เสพติดแอลกอฮอล์ไปทั้งหมด แต่การดื่มหรือการเล่นเกมที่มากเกินไปสามารถนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบได้
ทั้งนี้ ในปี 2559 ที่ผ่านมา คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford ประเทศอังกฤษ นำเสนอผลการศึกษาในในวารสารจิตเวชศาสตร์อเมริกัน (American Journal of Psychiatry) สำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 19,000 คนทั้งชายและหญิงที่เล่นเกมเป็นประจำในยุโรปและสหรัฐอเมริกา พบว่าแม้จะมีเพียงร้อยละ 2-3 ที่ได้คะแนนแบบสำรวจอาการผิดปกติทางจิตมากกว่า 5 ขึ้นไป แต่อาการที่พบก็ถือว่าต้องเฝ้าระวัง เช่น วิตกกังวลเกินเหตุ มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีอาการคล้ายกับผู้ที่ติดสุราแล้วไม่ได้ดื่มหรือ “ลงแดง” อีกด้วย
ดร.Andrew Przybylski หัวหน้าทีมวิจัยชุดดังกล่าว เผยว่า นี่เป็นการค้นพบครั้งแรกของการศึกษาในระดับใหญ่เพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับปัญหาใหม่ๆ ของการติดเกมและอินเตอร์เน็ต แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่พบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างการเสพติดกับผลกระทบต่อสุขภาพ โดยยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมว่าการเสพติดการเล่นเกมจะมีความน่ากลัวมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ บริษัทด้านไอทีชื่อดังอย่าง ESET เคยทำการสำรวจความคิดเห็นผู้เล่นเกมจำนวน 500 คน แล้วพบว่า ร้อยละ 10 ของกลุ่มตัวอย่างใช้เวลากับการเล่นเกมติดต่อกันตั้งแต่ 10-24 ชั่วโมง โดยนาย Mark James ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของ ESET ระบุว่า เกมนั้นเอื้อต่อการเสพติดสูง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลุ่มตัวอย่างจะยอมรับว่าใช้เวลากับการเล่นเกมค่อนข้างนาน
อนึ่ง..บทความ “เด็กติดเกม” ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์งานการพยาบาลผู้ป่วยกุมารเวชศาสตร์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) อธิบายอาการของภาวะติดเกมไว้ว่า 1.มีความรู้สึกเพลิดเพลินเมื่อได้เล่นเกม พึงพอใจเมื่อได้รับชัยชนะ และต้องการชัยชนะเพิ่มขึ้นอีกจึงจะได้ความพอใจเท่าเดิม 2.ใช้เวลาเล่นเกมนานเกินความตั้งใจ เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้วก็ต้องการเล่นในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ มีความต้องการใช้เวลากับการเล่นเกมมากขึ้นเรื่อยๆ
3.รู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย หรือมีอาการทางกายจากความเครียดเมื่อถูกขัดขวางไม่ให้เล่นเกม 4.มีการดิ้นรนหรือพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้เล่นเกม 5.มีความต้องการเล่นเกมมากขึ้นในเวลาที่รู้สึกเครียด และเล่นเกมเพื่อหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหา 6.มีความคิดหมกมุ่นกับการเล่นเกมอย่างมาก อาทิ หมกมุ่นคิดเกี่ยวกับเกมที่เล่นผ่านมาและคิดวางแผนเพื่อเอาชนะในการเล่นเกมครั้งต่อไป
7.มีความต้องการเล่นเกมตลอดเวลาจนมีผลกระทบต่อตนเองหลายด้าน เช่น การเรียน สุขภาพ ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว และสังคม เป็นต้น และ 8.หากมีความพยายามที่จะลดหรือเลิกเล่นเกมก็ไม่สามารถควบคุมตนเองให้หยุดเล่นได้ทั้งๆที่ทราบดีว่ามีผลกระทบต่อตนเองอย่างมาก
ขอบคุณข่าวและข้อมูลจาก