ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/311227

‘ลดเมาเพิ่มสุข’รับปีใหม่ 160อปท.ร่วมแก้ปัญหาอุบัติเหตุ
เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ 160 แห่ง ระดมถกหามาตรการ “ลดเมา..ลดเหตุปีใหม่ 2561” ในระดับหมู่บ้าน ตำบล หลังพบสาเหตุหลักเกิดจากเมาแล้วขับ โดยในการประชุมครั้งนี้ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้กล่าวถึงการพัฒนาเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่
โดยดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และชุมชนในระดับพื้นที่มาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะที่ผ่านมา สสส.ทำเรื่องลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับภาพรวมมาโดยตลอด ดังนั้นจึงเห็นว่าการสร้างเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ให้มาทำเรื่องการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “โดยลงลึกไปถึงระดับครอบครัวและชุมชน” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
ซึ่ง สสส. นั้นรณรงค์เรื่องการลดเหล้ามานานกว่า 15 ปี เห็นว่า “การสร้างกติกาชุมชนโดยให้มีการเรียนรู้ร่วมกันจนเป็นที่ยอมรับ น่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืนได้” การสร้างเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ใช้หลักคิด “ให้แต่ละชุมชนออกแบบมาตรการในการลดเหล้า ลดเหตุของตนเอง ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และอัตลักษณ์ของตัวเอง มิใช่ยึดเอานโยบายจากส่วนบนมาทำแบบไม่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม” เพราะไม่อาจนำไปสู่การสร้างกติการ่วมกันที่เป็นจริง
ดวงพร เฮงบุณยพันธ์
นอกจากนี้ยังได้ดึงผู้บริหารท้องถิ่นที่สามารถเป็น “ตัวอย่าง” ในการลดดื่มเหล้า มาเชิญชวนชุมชนเข้าร่วมมาตรการลดแอลกอฮอล์ ทั้งนี้คาดว่าการลดพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชุมชนจะสามารถร่วมลดอุบิติเหตุได้ เนื่องจากสถานการณ์อุบัติเหตุที่ผ่านมาพบว่าสาเหตุหลักมาจากเมาแล้วขับกว่าร้อยละ 25 รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 17
สำหรับในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่ ได้เสนอมาตรการการลดแอลกอฮอล์ในเทศกาล 7 วันอันตราย โดยจะ “ดึงครอบครัวเข้ามาร่วมและผลักดัน” ให้เกิดครอบครัวต้นแบบ บุคคลต้นแบบในการลดแอลกอฮอล์ และมีการสร้างเป้าหมาย กติการ่วมกันในลดแอลกอฮอล์และอุบัติเหตุในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุลงเป็นศูนย์ และใช้มาตรการดึงคนเข้าวัดเพื่อสวดมนต์ข้ามปี
..การกำหนดเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ ยึดวิธีการที่ออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชุมชน ไม่ตัดเสื้อโหลที่เหมือนกันทั่วประเทศ ทำให้รูปแบบมาตรการที่เครือข่ายร่วมกันออกแบบจะเหมาะสมกับสภาพปัญหาในพื้นที่ของตัวเองมากที่สุด รูปแบบของมาตรการ การลดเหล้าของเครือข่าย จะมีด่านชุมชน แต่เป็นด่านชุมชนที่มีด่านครอบครัวที่คนในครอบครัวช่วยการดูแลครอบครัวตัวเองและดูแลครอบครัวเพื่อนบ้าน เพราะครอบครัวถือเป็นด่านที่เล็กที่สุด เพื่อสร้างคนต้นแบบในการเป็นแบบอย่างต่อไป..

มาตรการของ ต.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ดึงเอาเครือข่ายชุมชน 17 แห่งในพื้นที่มาร่วมกันจัดทำข้อมูลและลดความเสี่ยง มีเป้าหมายให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ในปีนี้ และตั้งด่านทุกหมู่บ้านให้มีชีวิตและดึงเอาเยาวชนเข้ามาร่วม และผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะ โดยให้อำเภอกำหนดเป็นนโยบาย เพื่อให้มีความปลอดภัยในการท่องเที่ยวมากที่สุด ภายใต้แนวคิดท่องเที่ยว 3 คืน อายุยืน 3 ปี
ส่วนมาตรการของ ต.นาเจริญ จ.อุบลราชธานี มีมาตรการสวดมนต์ข้ามปี 9 วัด เพื่อการลดอุบัติเหตุและมีด่านครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านต้นแบบ เพราะว่า เป็นหมู่บ้านนักดื่มสูงที่สุด และมีด่านชุมชนที่มีสมุนไพร ที่มีใบฝรั่งแก้เมา รางจืด มาช่วยลดการเมาในชุมชน และมีมาตรการส่งคนรักกลับบ้าน เพื่อสกัดคนเมาไม่ให้ขับขี่ ตามเป้าหมาย วิถีพุทธ คนนาเจริญลดเมาลดเหตุ
ต.เก่ายาดี จ.ชัยภูมิ มีการสวดมนต์ข้ามปี 5 วัด ซึ่งจะเชิญชวนเยาวชน คนในชุมชนเข้าร่วมประมาณ 500 คน โดยจะมีมาตรการจูงใจให้คนเข้าร่วม นอกขากนี้บริเวณขุดโค้งจุดเสี่ยงของถนนประมาณ 11 จุด ทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงจะเพิ่มป้ายสัญลักษณ์เพื่อเตือนในจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังเพิ่มด่านตรวจชุมชนที่มีน้ำสมุนไพรรางจืด และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวประเภท เสาวรส และสับปะรด ภายใต้การรณรงค์ “เธอจะลืมเมาที่เก่ายาดี” กำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดเพื่อดำเนินการลดอุบัติร่วมกันทั้งหมด
ต.นาข่า จ.อุดรธานี จัดตั้งศูนย์ป้องกันภัยตำบลเพื่อตรวจสอบและประชุมร่วมกันทุกเดือน ถ้ามีปัญหาอุบัติเหตุจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบหาสาเหตุ มีการวิเคราะห์พื้นที่ว่ามีความเสี่ยงอะไร และนำเข้าที่ประชุมประจำเดือน เพื่อแก้ไขปัญหาทันที นอกจากนี้จะเพิ่มลูกระนาดบน ถนน ติดไฟส่องสว่าง และมีสัญลักษณ์เตือนจุดเสี่ยงถนนที่อันตราย โดยตั้งเป้าหมายให้อุบัติเหตุลดลง
ต.ท่ามะปราง จ.สระบุรี ขับเคลื่อนทั้งตำบล คือ 5 หมู่บ้าน หลังพบว่าตลอดทั้งปีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตลอดเวลาเนื่องจากเป็นทางผ่านเดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้มีนโยบายลดเมา เพิ่มสุข มีด่านครอบครัว คนต้นแบบ ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเฝ้าระวัง 7 วันอันตราย โดยให้เยาวชนบันทึกข้อมูลว่ามีการดื่มหรือไม่ ถ้าดื่มก็ไม่ให้ออกจากบ้าน โดยให้ครอบครัวช่วยสอดส่องกันเองและจะผลักดันให้เกิดการสวดมนต์ข้ามปี และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย
ต.ร่องเคาะ จ.ลำปาง ใช้ครอบครัวต้นแบบกระจายเครือข่าย และเข้าสู่ด่านชุมชน หมู่บ้าน ในลักษณะ “ด่านมีชีวิต” ผ่านการเตรียมตัวของ อบต. นำเอาหลักการ ของหมู่บ้านของตัวเองมีด่านมีชีวิต ให้มีการสร้างการมีส่วนร่วม และมีการสร้างข้อตกลง กติกาอย่างชัดเจน และนำเอา “สภาเด็กและเยาวชน” มาร่วมตรวจสอบ โดยผลักดันทั้งหมดให้ประกาศเป็นนโยบาย
ต.บ้านต๊ำ จ.พะเยา สืบเนื่องจากในปีที่ผ่านมาสามารถลดอุบัติเหตุให้เหลือศูนย์ได้ ปีนี้จึงตั้งเป้าหมายว่าจะทำต่อไป โดยมีด่านนั่งพักที่เป็นด่านชุมชน หากเมาให้มานั่งพักก่อน มีบริการ มะขาม กาแฟ ก่อนเดินทางต่อนอกจากนี้จะเพิ่มจุดบริการเช่าหมวกกันน็อก พร้อมทั้งมีการเก็บข้อมูลการเดินทางของคนสัญจรไปมา เพื่อนำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์หาความเสี่ยงและแนวทางป้องกันต่อไป
บางตัวอย่างความสำเร็จในปีที่ผ่านมา นายชัยรัตน์ ทองใบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง กล่าวว่า ในพื้นที่มีการดื่มเหล้าจนเมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ จึงดึงเอาชุมชนมาร่วมลดตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา เริ่มต้นจาก “เครือข่ายคนลดเหล้า” แรกเริ่มมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คนปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 คน มีการติดตามว่าสามารถลดการดื่มได้จริง เน้นใช้กลไดครอบครัวและดำเนินการต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะเทศกาล โดยช่วงแรกจะให้งดเหล้าในเทศกาลเข้าพรรษาก่อน และมีมาตรการให้ลดดื่มในช่วงเวลาอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ นายเนตรนรินทร์ คำเรืองบุญ นายก อบต. ซับจำปา จ.ลพบุรี กล่าวว่า มาตรการลดเมา เพิ่มสุข เริ่มจากผู้บริหาร อบต. มาร่วมกันลดเมาก่อน “เป็นข้อตกลงร่วมกัน” และยังเพิ่มมาตรการในเรื่องด่านชุมชนถาวร ด่านชุมชน และด่านครอบครัว ซึ่งแต่ละด่านจะมีการให้บริการน้ำดื่มสมุนไพรเพื่อลดอาการเมา ส่วนด่านครอบครัวจะเน้นการให้สมาชิกลดดื่มในครอบครัวก่อน

เนตรนรินทร์ คำเรืองบุญ
“ผมเป็นครอบครัวต้นแบบเอง คือทำให้ตัวเองเป็นผู้ลดการดื่มเป็นตัวอย่างให้เห็นในชุมชนก่อน ซึ่งก็ได้ผลเพราะซึ่งมีครอบครัวผู้บริหาร อบต. ร่วมลดการดื่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อบต. ซับจำปา จะร่วมกับ อบต. อีก 3 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อร่วมมือกันลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลในพื้นที่ให้มากที่สุด” นายก อบต. ซับจำปา ระบุ
ทั้งนี้การตื่นตัวของ 160 อปท. จะช่วยให้เป็นด่านแรกในการลดอุบัติเหตุ ลดเมา ในระดับประเทศได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในถนนสายรอง
หรือก็คือในพื้นที่ชุมชนนั่นเอง!!!
ศูนย์สนับสนุนวิชาการ
เพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)

“แนวลดแรงกระแทกหากเกิดอุบัติเหตุ” ณ บ้านเหนือรุ่งอรุณ ม.12 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก