ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/312498

ปลาร้าเงินล้าน! ธุรกิจนอกกระแส ยอดขายวันละพันโล อยากกินต้องเข้าคิวซื้อ (ชมคลิป)
ขายดิบขายดี!! ร้านปลาร้าเงินล้าน ธุรกิจไม่ตามกระแส ความเสี่ยงน้อย กำไรงาม การันตีอร่อยชัวร์ ลูกค้าต้องแย่งกันซื้อ
วันที่ 5 มกราคม ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นางทองดี ลาล้ำ อายุ 53 ปี ชาวบ้านสำโรง หมู่ที่ 9 ตำบลสนม อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ เจ้าของกิจการร้านนรินทร์พาณิชย์ ซึ่งเริ่มต้นจากธุรกิจในระดับครัวเรือน พาลูก พาหลาน และคนในครอบครัวช่วยกันทำ กลายมาเป็นผู้ผลิตในขนาดกลาง หลายร้อยโอ่งมังกร ซึ่งปลาร้ากลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจจากชาวอีสาน ที่นิยมนำปลาร้าไปประกอบอาหารสารพัดเมนู ชนิดผลิตแทบไม่ทันจะขาย รายได้หลักล้านต่อปี

ปลาร้าเป็นอาหารยอดฮิต ของคนอีสาน เพราะสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารสำเร็จรูปชนิดต่างๆ เพื่อรับประทาน และจำหน่ายได้ เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องตามกระแส ไม่ต้องตามเทรนด์ มีความเสี่ยงน้อย และไม่ต้องกังวลว่า ถ้าสินค้าขายไม่หมดจะเน่า เสีย และไม่ต้องกังวลในเรื่องของการขาดทุนพอเริ่มขายก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ มีลูกค้าขาประจำจำนวนมาก เพราะร้านปลาร้าทองดี รสชาติของปลาร้าให้ไม่เหมือนใคร เป็นปลาร้าที่มีคุณภาพดี สะอาด หอม รสชาติอร่อย ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน ไม่มีรสชาติเปรี้ยว และราคาไม่แพง ซึ่งปลาร้าแต่ละชนิดเราจะแยกประเภทอย่างชัดเจน เช่น ปลาร้าต้มสำหรับทำส้มตำ ที่ร้านจะปรุงรสชาติเฉพาะส้มตำ โดยลูกค้าซื้อไปไม่ต้องยุ่งยากสามารถใส่ส้มตำได้ทันที รับรองเลยว่าแซ่บอีหลี

นางทองดี ลาล้ำ อายุ 53 ปี เจ้าของร้านนรินทร์พาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันร้านนรินทร์พาณิชย์ มีมากมายหลากหลายปลา ไม่ว่าจะเป็น ปลาร้าปลากะดี่ล้วน ปลาร้าปลารวม ปลาร้ารวมรำ ปลาร้าบด ปลาร้าสับ ซึ่งปลาร้าทุกชนิดที่ขาย จะเป็นปลาร้าที่ทำเองและได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก แต่ที่ได้รับความนิยมที่สุดจะเป็นปลาร้าต้มส้มตำ เนื่องจากได้รับการการันตีจากพ่อค้าแม่ค้าส้มตำว่าขายดี รสชาติอร่อยเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า โดยกลุ่มลูกค้าทางร้านจะมีหลายกลุ่มอาทิ กลุ่มพ่อค้า แม่ค้าที่รับไปขายต่อตามตลาดสด รถเร่ ตลาดนัด กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร กลุ่มพ่อบ้าน แม่บ้าน และกลุ่มประชาชนทั่วไป

โดยราคาเริ่มต้นขายปลีกหน้าร้านคือ กิโลกรัมละ 30 บาท แต่ถ้าหากเป็นราคาขายส่งยกปี๊บ ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ปลาร้ารำรวม ปี๊บละ 300 บาท/20 กิโลกรัม ซึ่งจะได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 15 บาท เท่านั้น พ่อค้าแม่ค้าสามารถรับไปขายในกิโลกรัม 25-30 บาท ซึ่งจะได้กำไรเกือบเท่าตัว สำหรับยอดขายปลีกหน้าร้าน ต่อวัน 500-1,000 กิโลกรัมต่อวัน