ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/313137

อดีตเชฟสาวหวนคืนบ้านเกิด พลิกทำ‘ขนมจีบ-ซาลาเปา’ขาย ชม.เดียวเกลี้ยง
อดีตเชฟสาวอาหารไทย-ยุโรปโรงแรมชื่อดัง ตัดสินใจกลับมาอยู่กับครอบครัวที่บุรีรัมย์ หันทำ“ขนมจีบ-ซาลาเปา”ขาย ลูกค้าเข้าคิวซื้อแน่นหมดเกลี้ยงทุกวัน
8 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าว จ.บุรีรัมย์ ถ่ายทอดเรื่องราวของอดีตเชฟสาวอาหารไทย-ยุโรปโรงแรมชื่อดัง ตัดสินใจกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ จ.บุรีรัมย์ แล้วใช้ประสบการณ์ฝีมือจากที่เคยเป็นเชฟ ทำขนมจีบหมูสูตรโบราณ ซาลาเปาไส้หมูสับไข่เค็มขายในตลาด มีทั้งความสุขกับครอบครัว และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
อดีตเชฟสาวผู้นี้ คือ น.ส.เกศิณี เกตุศรี อายุ 30 ปี อดีตเชฟสาวอาหารไทย-ยุโรปโรงแรมชื่อดังที่ จ.ชลบุรี ซึ่งตัดสินใจกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ จ.บุรีรัมย์ ใช้ประสบการณ์และฝีมือจากที่เคยเป็นเชฟ ทดลองทำขนมจีบหมูสูตรโบราณ ตั้งโต๊ะขายในตลาดสด หน้าโรงพยาบาลบุรีรัมย์
ด้วยสูตรขนมจีบโบราณที่คิดค้นเองไม่เหมือนใคร ซึ่งทำจากหมูล้วนๆ ไม่ผสมแป้ง เพียงใส่ไข่ไก่ และต้นหอม ให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น แล้วห่อใส่แผ่นเกี๊ยวเท่านั้น ก็ทำให้เป็นที่ถูกปากถูกใจของลูกค้า
หลังจากเปิดขายได้ประมาณ 2 เดือน มีลูกค้า ทั้งข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และประชาชน ที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ ต่างมาเข้าคิวรอซื้อกันอย่างคึกคัก และนอกจากจะมีขนมจีบหมูสูตรโบราณแล้ว ยังมีซาลาเปาไส้หมูสับไข่เค็ม หมูสับไส้กรอก และซาลาเปาหมูแดง ให้ลูกค้าได้เลือกซื้ออีกด้วย
แต่ละวัน “เชฟเกศิณี” จะทำซาลาเปา มาขายวันละ 300 ลูก ขนมจีบวันละ 700 – 800 ลูก ขนมจีบจะขายในราคา 7 ลูก 20 บาท ส่วนซาลาเปาทุกไส้ขายลูกละ 10 บาท โดยจะขายตั้งแต่เวลา 06.00 – 09.00 น. ที่ตลาดสดหน้าโรงพยาบาลบุรีรัมย์ทุกวัน แต่บางวันโดยเฉพาะเสาร์ – อาทิตย์ จะขายดีเป็นพิเศษ บางสัปดาห์เพียงชั่วโมงเดียวก็หมดเกลี้ยง
น.ส.เกศิณี บอกว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นเชฟตามโรงแรมที่ จ.ชลบุรี มาถึง 7 ปี เงินเดือนก็ประมาณ 30,000 บาท แต่พอแต่งงานก็อยากกลับมาอยู่กับครอบครัว จึงตัดสินใจลาออก แล้วมาหาสมัครงานในตำแหน่งเชฟตามโรงแรมที่บุรีรัมย์ แต่ก็ยังไม่มีโรงแรมไหนเรียกตัว ช่วงที่รอก็ไม่อยากอยู่เฉย จึงได้นำความรู้จากที่เคยเป็นเชฟ ทดลองทำขนมจีบสูตรโบราณที่คิดค้นเอง โดยตอนแรกก็ทำกินเอง ทั้งให้ญาติและเพื่อนบ้านชิม ก็ได้รับคำชื่นชมว่ารสชาติอร่อยถูกปาก จึงลองทำออกมาวางขายที่ตลาด
ช่วงแรกก็ยังขายไม่ค่อยดี เพราะยังไม่มีคนรู้จัก แต่พอลูกค้าได้ซื้อไปรับประทานแล้ว ก็ติดใจกลับมาอุดหนุนเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ก็ขายหมดเกลี้ยงทุกวัน ทั้งยังมีออเดอร์จากแม่ค้าพ่อค้ามาสั่งจะรับไปขายต่อ แต่ก็ยังไม่ตอบตกลงเพราะกลัวจะทำไมทัน เพราะไม่ได้ใช้เครื่องบดทุกขั้นตอนทำเองกับสามีสองคน
