สาวเวียด-อินโดฯช็อก!ศาลมาเลเซียรับฟ้องคดีฆ่า “คิมจองนัม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/339415

สาวเวียด-อินโดฯช็อก!ศาลมาเลเซียรับฟ้องคดีฆ่า “คิมจองนัม”

คิมจองนัม,ศาลรับฟัง,คดีมีมูล,เวียด-อินโด

คดีมีมูล ศาลมาเลเซียสั่งเดินหน้าพิจารณาคดีลอบสังหารพี่ชายต่างแม่ของคิมจองอึน คบคิดผู้ต้องสงสัยเกาหลีเหนือ

(คมชัดลึกออนไลน์ 16 ส.ค. 61) ผู้พิพากษา อัสมี อาริฟฟิน แห่งศาลชาห์อาลามในกรุงกัวลาลัมเปอร์  มีคำตัดสินในวันนี้ว่า การไต่สวนมูลฟ้องคดีที่สตรีสองคน ได้แก่ ดวน ธี เฮือง ชาวเวียดนาม กับ สิติ ไอสยาห์ ชาวอินโดนีเซีย  ถูกกล่าวหาลอบสังหาร คิมจองนัม พี่ชายต่างมารดาคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว พบหลักฐานมากพอ บ่งชี้ว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดเตรียมการอย่างดี กับกลุ่มผู้ต้องสงสัยชาวเกาหลีเหนือที่อยู่ระหว่างหลบหนี  จึงสั่งให้เดินหน้าพิจารณคดีต่อไป

หลังทราบผลตัดสินว่าศาลไม่ยกฟ้อง สตรีทั้งสอง ซึ่งจะต้องเข้าเบิกความในชั้นแก้ต่าง ตกอยู่ในอาการช็อก และร่ำไห้

คาดว่าการพิจารณาคดีจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายนนี้ และจะใช้เวลาหลายเดือน  ไอสยาห์ วัย 26 ปี จะเบิกความคนแรกเมื่อการพิจารณาคดีเปิดฉาก

ครอบครัวยืนยันว่า ทั้งคู่ถูกหลอกให้มาร่วมกับการลอบสังหารช็อกโลกโดยไม่รู้ตัวและไม่มีเจตนา ขณะทนายก็มั่นใจว่าศาลจะยกฟ้อง แต่ผลตัดสินตรงกันข้าม

สตรีทั้งสองถูกกล่าวหาฆาตกรรมคิมจองนัม ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกวางตัวเป็นทายาทการเมืองผู้นำเกาหลีเหนือ เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2560  ด้วยการป้ายสารวีเอ็กซ์ที่หน้าเหยื่อที่กำลังรอขึ้นเที่ยวบินกลับมาเก๊า จากสนามบินกัวลาลัมเปอร์  แต่ผู้ต้องหายืนยันว่า พวกเธอตกเป็นเหยื่อของแผนแยบยลโดยสายลับเกาหลีเหนือ คิดว่ากำลังร่วมถ่ายทำรายการเรียลริตีแนวล้อกันเล่น  แต่อัยการที่เปรียบคดีลอบสังหารนี้กับแนวหนังสายลับ”เจมส์บอนด์” ยืนยันว่าทั้งคู่คือมือลอบสังหารผ่านการฝึกมาอย่างดี  รู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

สาวเวียด-อินโดฯช็อก!ศาลมาเลเซียรับฟ้องคดีฆ่า "คิมจองนัม" 

( คิมจองนัม ) 

ระหว่างไต่สวนหลายเดือน ศาลรับฟังว่า ชาวเกาหลีเหนือ 4 คน ซึ่งถูกกล่าวหาในคดีเดียวกัน เป็นผู้บงการ และว่าจ้างสตรีอินโดนีเซียกับเวียดนามสองคนนี้  จัดหายาพิษให้ใช้ในวันลงมือ ก่อนหลบหนีออกจากมาเลเซีย ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เปิดในศาล แสดงให้เห็นว่าหลังลงมือแล้ว  จำเลยรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ และออกจากสนามบินด้วยรถแท็กซี

ผู้พิพากษา กล่าวว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงชัดว่าทั้งคู่รู้ว่า ของเหลวติดมือ คือสารพิษ
แต่ทนายจำเลย แย้งว่าหลักฐานที่แสดงในศาลนั้นไม่ชัด มีแต่ภาพเบลอของใครบางคนที่อัยการอ้างว่าเป็นสิติ ไอสยาห์ รีบรุดออกจากที่เกิดเหตุ ลูกความเป็นแพะรับบาป เพราะทางการไม่สามารถจับตัวฆาตกรตัวจริงได้ จึงต้องหาคนผิด

Leave a comment