มะกันตะลึง!อุโมงค์ขนยาใต้บ้านเม็กซิโกโผล่ร้านเคเอฟซีร้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/340636

มะกันตะลึง!อุโมงค์ขนยาใต้บ้านเม็กซิโกโผล่ร้านเคเอฟซีร้าง

อุโมงค์ขนยาเสพติด,เม็กซิโก,แอริโซนา,ร้านเคเอฟซีร้าง,บ้านในเม็กซิโก

ทางการสหรัฐค้นพบอุโมงค์ขนยาเสพติดสุดแยบยล เชื่อมบ้านในฝั่งเม็กซิโกโผล่ร้านฟาสต์ฟู้ดร้านในรัฐแอริโซนา

แผนกสอบสวนความมั่นคงภายใน (เอชเอสไอ)  กระทรวงความมั่นคงภายในสหรัฐ แถลงว่าได้รับเบาะแสเมื่อเดือนเมษายนว่า มีอุโมงค์ลับเชื่อมไปยังร้านเคเอฟซีที่ปิดบริการแล้ว ในเมืองซานหลุยส์ รัฐแอริโซนา ห่างจากชายแดนเพียง 200 หลา

มะกันตะลึง!อุโมงค์ขนยาใต้บ้านเม็กซิโกโผล่ร้านเคเอฟซีร้าง

ตำรวจจึงเริ่มแกะรอยหาตัวเจ้าของอาคาร ที่ทราบชื่อว่า อิวาน โลเปซ และเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม หลังจากพบโคเคน เฮโรอีน เมทแอฟเฟตามีน และเฟนทานิลหลายห่อ อยู่หลังรถกระบะของเขา คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์

การจับกุมนำไปสู่การตรวจค้นห้องพักและร้านเคเอฟซีที่ปิดบริการมานานกว่า 2 ปี ทำให้เจ้าหน้าที่พบทางลงอุโมงค์ลับที่เชื่อมไปยังบ้านหลังหนึ่งในเม็กซิโก อุโมงค์มีความลึก ราว 6.7 เมตร ระยะทางถึงบ้านในฝั่งเม็กซิโก 180 เมตร มีขนาดใหญ่มากพอสำหรับคนเดินลอดได้ไม่ลำบาก

เจ้าหน้าที่สอบสวน กล่าวว่า การพบอุโมงแห่งนี้และอีกหลายแห่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกว่าการทุ่มทรัพยากรหลายด้านและการตรวจตรา ทำให้อีกฝ่ายต้องใช้ช่องทางที่สิ้นเปลืองมากขึ้นในการขนยาเข้าสหรัฐ เพราะการสร้างอุโมงค์แบบใช้การได้ต้องใช้เงินมหาศาลและเวลานาน

สำหรับอุโมงค์ล่าสุด ทางการไม่ทราบว่าใช้มานานแค่ไหนแล้ว แต่โลเปซเพิ่งซื้ออาคารร้านเคเอฟซีเมื่อเดือนเมษายน ในราคา 3.9 แสนดอลลาร์

ในปี 2559 ทางการทลายอุโมงค์ความยาวเกือบครึ่งไมล์ เชื่อมเมืองโอเทย์ เมซา รัฐแคลิฟอร์เนีย กับรัฐตีฆัวนา ประเทศเม็กซิโก เอชเอสไอ ซึ่งมีคณะทำงานเฉพาะกิจ และสำนักงานปกป้องชายแดนและศุลกากร ที่มีเทคโนโลยีตรวจจับอุโมงค์ ค้นพบอุโมงค์ข้ามชายแดนเกือบ 200 แห่ง นับแต่ปี 2533

มะกันตะลึง!อุโมงค์ขนยาใต้บ้านเม็กซิโกโผล่ร้านเคเอฟซีร้าง

มะกันตะลึง!อุโมงค์ขนยาใต้บ้านเม็กซิโกโผล่ร้านเคเอฟซีร้าง

มะกันตะลึง!อุโมงค์ขนยาใต้บ้านเม็กซิโกโผล่ร้านเคเอฟซีร้าง

มะกันตะลึง!อุโมงค์ขนยาใต้บ้านเม็กซิโกโผล่ร้านเคเอฟซีร้าง

 

เครดิตภาพ U.S. Customs and Border Patrol

Leave a comment