ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/317103

ชาวบ้านถือป้ายโวย‘วัดป่าคลอง11’ปิดทาง วัดแจงไม่เกี่ยวข้อง
ชาวบ้านถือป้ายประท้วง“วัดป่าคลอง 11”ให้เปิดถนนเข้าออก ขณะที่ทางวัดแจงเป็นที่ดินส่วนบุคคล วัดไม่เกี่ยวข้อง
28 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปทุมธานี ว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. มีชาวบ้านประมาณ 30 คน ถือป้ายประท้วงอยู่ในพื้นที่ข้างวัดป่าคลอง 11 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เพื่อเรียกร้องให้ทางเจ้าอาวาสวัดเปิดทางเข้าออกวัด ที่เคยมีปัญหากันมานาน โดยชาวบ้านชุมนุมอยู่บริเวณลาดจอดรถฟรีป้าดุ่ย ที่อยู่ติดกับด้านข้างวัด พร้อมถือป้ายมีข้อความว่า “วัดควรเปิดรั้วให้ประชาชนเข้าไปทำบุญ” , “ไม่เอาวัดพุทธพาณิชย์” เป็นต้น
น.ส.นภาวรรณ สำราญราษฎร์ แกนนำกลุ่มชาวบ้าน กล่าวว่า ที่พวกตนมายืนถือป้ายร้องเรียนในวันนี้ เนื่องจากทางวัดจะทำการนำเสามาทำกำแพงบริเวณถนน ที่เป็นทางเดินเข้าออกข้างวัดที่ติดกับที่ดินของตน ซึ่งตนถมที่ดินแล้วให้ชาวบ้านเข้ามาจอดรถฟรี ซึ่งก่อนหน้านี้มีการทำที่จอดรถและมีการเก็บเงินคันละ 40 บาท ก่อนที่จะต้องเดินมาขึ้นรถกอล์ฟต่อเข้ามาในวัดอีก แต่ที่ดินของตนนั้นติดกับวัด และให้จอดรถฟรีด้วย

“แต่ก็มีบุคคลที่เสียผลประโยชน์กำลังจะมาปิดทางเข้าออก ซึ่งเรื่องนี้เคยร้องเรียนสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อประมาณเดือน พ.ย.60 ที่ผ่านมา แต่วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำเสาปูนมาวางพร้อมกับบอกว่าจะมีการก่อสร้างรั้วปิดบริเวณถนนที่คนเดินทาเข้าออกอีก ฉันและชาวบ้านจึงได้มายืนถือป้ายประท้วงดังกล่าว” น.ส.นภาวรรณ กล่าว
ด้านคณะลูกศิษย์ของวัดป่าคลอง 11 โดยนายอภิสิทธิ์ สนองรัมย์ ทนายความตัวแทนเจ้าของที่ดิน พร้อมด้วย นายวันชัย สำราญราษฏร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 และนายพลพิธาน์ เลขะวิจิตเลิศ ลูกศิษย์วัดป่าคลอง 11 ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว พร้อมกับชาวบ้าน ที่ลานปฎิบัติธรรมวัดป่าคลอง 11

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางเจ้าของที่ดินกำลังจะซ่อมแซมกำแพงกันที่ดินของตน ซึ่งเป็นถนนเข้าวัดป่า เนื่องจากเกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ติดกับพื้นที่ของผู้ที่มาร้องเรียน ซึ่งวัดมีเนื้อที่ 16 ไร่ไม่รวมกับถนน เพราะถนนเป็นที่ดินของอีกคนหนึ่งไม่ใช่ของวัด ซึ่งที่ดินถนนดังกล่าวเป็นภาวะจำยอมให้ทางวัดใช้ในการเข้าออก แต่ก็ได้กั้นรั้วไว้เป็นขอบเขตจากประตูวัด จนไปสุดถนนปากทางเข้าวัด
ส่วนนายวันชัย กล่าวว่า เมื่อก่อนวัดไม่ได้เป็นที่รู้จักกับประชาชนทั่วไป ทำไม่มาถมดิน พอวัดดังและมีประชาชนศัทธาเดินทางมาทำบุญที่วัดจำนวนมาก กลับมาถมที่ดิน และให้แม่ค้าเข้ามาขายของ และมีการร้องเรียน และโจมตีวัดอยู่ตลอดเวลา

ขณะที่นายพลพิธาน์ กล่าวว่า ตนได้เข้ามาเป็นลูกศิษย์วัดตั้งแต่สมัยที่วัดไม่ดัง ก็สามารถขับรถมาถึงภายในวัดได้เลย จนกระทั่งวัดเริ่มดัง ก็มีประชาชนเข้ามาทำบุญที่วัดกันมากขึ้น ทำให้รถเพิ่มมากขึ้นและเข้ามาจอดในวัดไม่ได้ ก็ต้องจอดบริเวณข้างถนนเป็นเหตุให้รถติดยาวเป็น 10 กิโลเมตร และมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงวัดได้รับผลกระทบจากรถติด ทางวัดก็ได้ร่วมกันประชุมเพื่อหาทางออก โดยก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านไปถมดินเพื่อทำลานจอดให้กับประชาชน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ
ต่อมามีบริษัทยื่นข้อเสนอเพื่อเข้ามาจัดการระบบในวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยการถมดินสร้างที่จอดรถ และมีการนำรถกอล์ฟมาบริการให้กับประชาชน โดยจะเก็บค่าบริการคนละ 20 บาท โดยคนพิการ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็กส่วนสูงไม่เกิน 135 ซม.ให้ใช้บริการรถกอล์ฟฟรี โดยไม่ต้องเสียเงิน และเงินทั้งหมดจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างคนขับรถ ค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ที่เหลือก็จะเข้าวัดทั้งหมด

“หลังจากที่ทำแบบนี้แล้ว การจราจรก็ไม่ติดขัด ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็ใช้รถใช้ถนนได้ตามปกติ ส่วนเรื่องที่ทางเจ้าของที่ดินจะมาทำรั้วกันที่ดินของเขานั้น ทางวัดไม่ได้มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นของเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่ของวัด ส่วนเรื่องที่อ้างว่าวัดปิดกั้นประชาชนให้เข้ามาทำบุญนั้น วัดก็ไม่ได้ปิดกั้นแต่อย่างใด เพราะถนนทางเข้าวัดก็มีมาตั้งแต่แรก แต่น่าจะมีการเสียผลประโยชน์จากการซ่อมแซมรั้วของเจ้าของที่ จึงได้มีการมาถือป้ายประท้วง” นายพลพิธาน์ กล่าว