“เพื่อไทย” แบ่ง 3 ก๊ก สู้ศึกเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/347030

“เพื่อไทย” แบ่ง 3 ก๊ก สู้ศึกเลือกตั้ง

การเมือง,เพื่อไทย,3 ก๊ก,สู้ศึกเลือกตั้ง,ยุทธศาสตร์,แยกกันเดิน ร่วมกันตี

“เพื่อไทย” แบ่ง 3 ก๊ก สู้ศึกเลือกตั้ง ใช้ยุทธศาสตร์ แยกกันเดิน ร่วมกันตี ไม่มีการเกี้ยเซียะ เป็นนอมินี หรือมาประนีประนอมกัน

              แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยได้วางยุทธศาสตร์ไว้พร้อมแล้ว ซึ่งจะใช้ยุทธศาสตร์ แยกกันเดิน ร่วมกันตี ใช้แนวร่วม ทั้งพรรคหลัก พรรคร่วม พรรคมวลชน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

1. พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคหลัก ยังเป็นที่ชุมนุม ผู้สมัครเกรดเอ ประกอบด้วยผู้เคยดำรงตำแหน่งการเมืองสำคัญๆ ยังจะคงอยู่ในพรรคนี้ต่อไป ซึ่งเป็นเกมที่หวังดึงเอา ส.ส. ระบบเขตเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว 2. พรรคเพื่อธรรม ที่มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค จะเป็นพรรครองรับผู้สมัครที่พลาดหวังจากการที่ไม่ได้ลงสมัครในพรรคเพื่อไทยที่พื้นที่เต็ม ซึ่งเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง รองรับผู้สมัครเกรดบี เน้นนำคะแนนที่ได้มาคำนวณเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยหนึ่งในสามชื่อที่จะเสนอชื่อเป็น นายกฯ จะมีการใส่ชื่อ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลงไปด้วย

3. พรรคเพื่อชาติ ซึ่งมีแกนนำ นายทุนคนสำคัญเสื้อแดง อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ได้ร่วมจดตั้งมานานหลายปี ได้รับรองการเป็นพรรคโดยสมบูรณ์จาก กกต. จะเป็นพรรคสำหรับทางเลือกของแกนนำคนเสื้อแดง แนวร่วม ผู้เคยร่วมงานกับคนเสื้อแดงที่จะมาสังกัดลงสมัครรับเลือกตั้งในพรรคดังกล่าว ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งประสานหาหัวหน้าพรรค ที่ปัจจุบันกำลังมองไปที่มือทำงานฝ่ายเศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในรัฐบาลไทยรักไทย

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ความเคลื่อนไหวพรรคเพื่อชาติ ช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. ที่ ห้างอิมพีเรียล สำโรง เพิ่งจะมีการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2561 เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับพรรค แก้ไขโลโก้พรรคจาก ตัวอักษร พช. ไปเป็นรูปแบบใหม่ สัญลักษณ์ใหม่ รวมถึงเรื่องการขอย้ายที่ทำการพรรคจากย่านสมุทรปราการไปเป็นโซน กทม. จากนั้นจะได้มีการแจ้งเรื่องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่จะจัดขึ้นในเดือน พ.ย. ย่านชาน กทม.

ส่วนการวางยุทธศาสตร์การเลือกตั้งครั้งหน้า เป็นเพราะเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกบีบให้พรรคต้องหายุทธวิธีใหม่ แยกกันเดิน ร่วมกันตี โดยสูตรนี้จะเป็นการต่อสู้กันทางการเมืองอย่างเต็มกำลังในสนามเลือกตั้ง ไม่มีการเกี้ยเซียะ เป็นนอมินี หรือมาประนีประนอมกัน เพราะทุกคะแนนเสียงมีความหมาย พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้น ส.ส. ระบบเขตเลือกตั้งตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ถึงจะไม่ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียวก็ไม่เป็นอะไร

ขณะที่พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ ถ้าได้ ส.ส. เขตเข้ามาบ้าง ถือเป็นกำไร แต่ถ้าไม่ได้ถือเป็นการเก็บตกคะแนนเสียงที่ไม่ทิ้งน้ำ ต้องไม่ลืมว่าทุกคะแนนมีความหมาย ซึ่งมีการประเมินออกมาเบื้องต้นแล้ว พรรคที่ได้คะแนน 7 หมื่นคะแนน จะได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คน เพราะมีการยืนยันแล้วว่าจะมีการส่งผู้สมัคร ส.ส. ครบทุกเขต 350 เขต ในระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว ผู้ชนะทุกพรรคจะได้คะแนนลดลง แต่ผู้แพ้ ถ้าได้คะแนนเฉลี่ย 5 พันคะแนน คูณจำนวนเขต หาร 7 หมื่น ออกมาจะได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อถึง 25 ที่นั่ง การวางยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้นำเสนอคนทางไกลให้ทราบเป็นระยะๆ และต่างเห็นด้วยเพราะ รัฐธรรมนูญ กฎหมายใหม่ เขียนไว้ให้ รวมกันแพ้ แต่แยกกันแล้วชนะ

สำหรับความเคลื่อนไหวอดีต ส.ส. พรรรคเพื่อไทย ทุกภาค เช่น ภาคเหนือ อีสาน กทม. นัดหมายเดินทางไปหา นายทักษิณ ชินวัตร ที่เกาะฮ่องกง โดยมีการแยกวงกันพูดคุย ซึ่งแต่ละคนต่างมีประเด็นต้องการนำไปเสนอหารือ เช่นเดียวกับ พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรม ที่ยังมีอดีต ส.ส. บางส่วน ไม่เข้าใจในวัตถุประสงค์การตั้งพรรค เพราะเดิมทีนายทักษิณมีความกังวลต่อการถูกยุบพรรค ต้องการทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร้าง ให้อดีต ส.ส. เพื่อไทย ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อธรรมให้หมด แต่แกนนำพรรคเพื่อไทยบางส่วน คัดค้าน

ทั้งนี้ ยืนยันต้องการใช้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคหลักในการต่อสู้ ถึงแม้ถูกยุบจริง คะแนนเสียงจากประชาชนคงจะเทมาให้พรรคที่เป็นแนวร่วมอย่าง เพื่อธรรม เพื่อชาติ อย่างถล่มทลายอยู่ดี ซึ่งเมื่อได้รับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย นายทักษิณต่างลำบากใจ จึงขอให้แกนนำแต่ละฝ่ายมาร่วมพูดคุยหาทางออกที่เหมาะสมในการวางยุทธศาสตร์เลือกตั้งให้ลงตัวที่สุด เลยให้ต่างฝ่ายต่างทำ แต่ทั้งหมดจะมาเป็นพันธมิตรการเมืองร่วมกันในวันข้างหน้า หากได้จำนวนคะแนนเสียงจำนวนมาก เชื่อว่า พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่ยังแทงกั๊กทางการเมือง จะมาร่วมงานการเมืองกับฝ่ายประชาธิปไตยแน่นอน

Leave a comment