ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/321873

เปิดใจ’ต่อตระกูล ยมนาค’ ทำไมบิ๊กตู่ต้องปลดบิ๊กป้อมพ้น’คตช.’
สืบเนื่องจากกรณีที่ ต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ทำหนังสือที่ คตช. (อนปก) /15 เมื่อ 14 ก.พ. 2561 ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน คตช. กรณีนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
โดยในหนังสือดังกล่าว นายต่อตระกูล ระบุว่า กังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความเลื่อมใสศรัทธาต่อ คตช. ที่ คสช. ได้แต่งตั้งขึ้น โดยมีนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤติศรัทธาต่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเร็ว เพื่อเป็นแบบอย่างตามที่เคยประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง รวมถึงเป็นนโยบายของรัฐบาลที่สำคัญและเร่งด่วนของชาติด้วย
ทั้งนี้ นายต่อตระกูล เปิดใจถึงที่มาที่ไปของเรื่องที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การตัดสินใจออกหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่เป็นประธาน คตช. ดังกล่าว จึงขอนำบทสัมภาษณ์แบบคำต่อคำ มานำเสนอให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบกัน
คำถาม : สาเหตุที่ต้องทำหนังสือถึงนายกฯ เพราะอะไร?
“เพราะในฐานะประธานอนุกรรมการ ต้องทำหน้าที่เหมือนกับที่เราทำหน้าที่มาตลอด 3 ปี ว่ามีเรื่องอะไรที่นายกฯ ทำได้ สามารถสั่งการได้ แล้วจะช่วยในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พล.อ.ประวิตรเป็น 1 ในกรรมการ คตช. ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประธาน คตช. เหมือนกับนายวิษณุ เครืองาม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่สามารถให้ความเห็นได้ เรามองว่ามันสำคัญ”
คำถาม : จุดประสงค์ที่ยื่นคือต้องการให้นายกฯ เอาพล.อ.ประวิตร ออกไปใช่หรือไม่?
“นายกฯอาจจะทำเรื่องอื่นไม่ได้ แต่อย่างน้อยใน คตช. ท่านอาจจะพิจารณา หรือขอร้อง พล.อ.ประวิตรให้ลาออกได้ เพราะนายกฯ มีอำนาจตรงนี้ โดยไม่ต้องคิดว่า ต้องรอให้มีการชี้มูลหรือตัดสินความผิดก่อน เพราะกรณีนี้มันเป็นเรื่องของจริยธรรม และจรรยาบรรณ เป็นสิ่งที่นายกฯ ทำได้ เพื่อเป็นตัวอย่าง”
“..ที่ผ่านมาท่านใช้มาตรา 44 ในการโยกย้ายข้าราชการที่มีแค่ข้อหาออกจากตำแหน่งมาประจำที่สำนักนายกฯ ทำไปหลายร้อยคนแล้ว ดังนั้น นายกฯ ทำได้เลย โดยการขอให้ลาออก หรือพิจารณาให้ออก เพราะตำแหน่งกรรมการ คตช.เป็นเพียงตำแหน่งเล็กๆ..”
คำถาม : มีข่าวว่าหากนายกฯ ไม่พิจารณา อนุกรรมการหลายคนจะลาออกจากการเป็นกรรมการจริงหรือไม่?
“มีบางคนพูดกันอยู่ แต่ไม่ได้มาจากสาเหตุนี้เรื่องเดียว เพราะมันมีหลายเรื่อง ตอนนี้อนุกรรมการทุกคณะ นั่งรอมา 4 -5 เดือนกว่าแล้ว ว่าเมื่อไร คตช. จะนัดประชุม ไม่เหมือนแรกๆ ที่มีการประชุมกันทุกเดือน แต่ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมาว่างเว้นไปนาน ยอมรับว่า กรรมการต่างๆ ที่ถูกแต่งตั้งมาเคยทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่นมาโดยตลอด ทำงานด้วยความลำบากใจ”
“..บรรยากาศมันต่างจากวันแรกๆ ที่พอเราเสนออะไรไป วันสองวันนายกฯ จะนำเข้าที่ประชุม ครม.ทันทีเพื่อออกมามาตรการต่างๆ อย่างรวดเร็ว เรียกว่า นายกฯ อยากให้เร็วยิ่งกว่าคนที่อยู่ในวงการมานาน ทั้งนี้ การที่ทำหนังสือถึงนายกฯ นั้น เราตั้งใจให้เป็นเรื่องภายในของผู้ที่ทำงานกับนายกฯ โดยส่งหนังสือเป็นทางการไปที่ทำเนียบรัฐบาลตามขั้นตอน ไม่ได้ต้องการให้เป็นข่าวอย่างที่ออกมา..”
ส่วนกรณีการถือครองนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตรที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. นั้น เดิมทีเรานึกว่า ป.ป.ช.คงเต็มที่กับเรื่องนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเหมือนกับทำงานได้ไม่เต็มที่ ทั้งที่ความจริงการตรวจสอบกรณีไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน โดยอ้างว่ายืมมาจากเพื่อน มีกรณีของ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นตัวอย่างอยู่แล้ว โดยกรณีของนายสุพจน์ นอกจากข้อหาร่ำรวยผิดปกติที่ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว ในส่วนของรถโฟล์คที่นายสุพจน์ อ้างว่ายืมมา ป.ป.ช.ก็ฟ้องข้อหาไม่แจ้งหนี้สินไปด้วย