ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/326844

ชำแหละประวัติ‘ไพร่หมื่นล้าน ธนาธร’ จากหวังเป็นนักแต่งรถ ซิ่งสู่ฝัน’อนาคตใหม่’บนสนามการเมือง
ชำแหละประวัติ‘ไพร่หมื่นล้าน ธนาธร’ จากหวังเป็นนักแต่งรถ ซิ่งสู่ฝัน’อนาคตใหม่’บนสนามการเมือง
หลังจาก “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ยักษ์อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit มีใจความระบุว่า “ผมขอเชิญพี่น้องสื่อมวลชนมาร่วม #กินกาแฟกับธนาธร ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคมนี้ เพื่อร่วมพูดคุยเปิดใจกับกลุ่มเพื่อนธนาธร หลังจากนั้นเวลา 10.00 น.จะเดินทางไปยื่นเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองที่ กกต. ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ….” พร้อมกับขอบคุณแฟนเพจที่ร่วมแสดงความเห็นตั้งชื่อพรรคการเมือง
การประกาศตัวอย่างชัดเจนของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ครั้งนี้ ทำให้เกิดมีการตั้งคำถามว่ามาจากอุดมการณ์ล้วนๆของนายธนาธร เอง หรือมี “เป้าหมายอื่น” แฝงอยู่ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยเปิดตัวให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมาแล้วว่าอยู่ฝั่งเดียวกับ “กลุ่มคนเสื้อแดง”

สำหรับ นายธนาธร หรือ “เอก” เป็นนักธุรกิจชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ในปี 2561 เขาแสดงความต้องการเข้าสู่เส้นทางทางการเมืองในฐานะตัวแทน “คนรุ่นใหม่” ในการเลือกตั้งครั้งถัดไปที่จะมีขึ้น
นายธนาธร เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 5 คนของนายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ และนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงมีศักดิ์เป็น “หลานอา” ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย
เขาเข้าศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ ด้วยหวังจะเป็น “นักแต่งรถ”
เมื่อนายธนาธร เริ่มชีวิตในระดับมหาวิทยาลัย เขามีความรู้สึกท้อแท้กับการศึกษาและหมดแรงกระตุ้นในการเรียน เขามีความเชื่อว่า “ใบปริญญา” เป็นสิ่งหลอกลวง ไม่จำเป็นต้องมีปริญญาก็มีความรู้ได้

ตั้งแต่นั้นเขาก็หันไปเอาดีทางด้านกิจกรรมในมหาวิทยาลัย เขาได้รับเลือกเป็นอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2542 และได้รับเลือกเป็นรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยในปี 2543
ในช่วงที่เรียนอยู่ธรรมศาสตร์นี้เอง นายธนาธรได้มีโอกาสพาตัวเองเข้าไปร่วมม็อบของ “กลุ่มคนจน” หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของสมัชชาคนจน , กรรมกรไทยเกรียง , เครือข่ายสลัมสี่ภาค , การประท้วงกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลย์ เป็นต้น
ในครั้งที่ร่วมชุมนุมกับสมัชชาคนจน เขาเคยเคยปรากฏขึ้นหน้า 1 ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ขณะเป็นแนวหน้าให้ชาวบ้านสมัชชาคนจนที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่าง “ปีนทำเนียบรัฐบาล”เรียกร้องให้รัฐบาลชวน หลีกภัย เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ
เมื่อขึ้นชั้นปีที่ 3 นายธนาธร ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ ที่อังกฤษนี้เองเขาเริ่มศึกษาทฤษฎีของ “คาร์ล มากซ์ และ “วลาดีมีร์ เลนิน”

นายธนาธร ระบุว่า ตัวเองในช่วงนี้มีหัวคิดแบบ “สังคมนิยม” เขากลับมาทำงานด้านเอ็นจีโอที่ไทยได้ราวครึ่งปี บิดาของนายธนาธร เสียชีวิตในปี 2545 ในฐานะลูกชายคนโตของครอบครัว นายธนาธร ในวัย 23 ปี “จำใจ” ต้องกลับมารับช่วงบริหารบริษัทต่อจากบิดาและเข้าสู่ “วิถีทุนนิยม”ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยสนใจหรือยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวเลย

ตั้งแต่ที่นายธนาธร เริ่มเข้าไปบริหารไทยซัมมิท ทำให้ไทยซัมมิทเติบโตจากการมีรายได้ 16,000 ล้านบาทในปี 2544 เป็นมีรายได้ 80,000 ล้านบาทในปี 2560
นายธนาธร มีงานอดิเรก คือ “กิจกรรมผาดโผน” ทั้งการปีนเขา การพายเรือคายัค หรือการวิ่งระยะไกล
เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนไทยจำนวน 10 คน ที่ไปปักธงชาติไทยที่ “ขั้วโลกใต้” เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit