ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/327342

เปิดใจแกนนำเพื่อชาติไทย ‘คุณยุ้ย’ เมีย ‘บิ๊กจ๊อด’ ลั่นไม่เป็นนอมินีใคร-แทงกั๊กหนุน ‘ลุงตู่’ นั่งนายกฯ (มีคลิป)
ตกเป็นกระแสข่าวอยู่ระยะหนึ่งสำหรับการจัดตั้งกลุ่มการเมืองในนามพรรค “เพื่อชาติไทย” ที่นำทัพมาโดย “นางอัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร” หรือ “คุณยุ้ย” ภรรยาคนสุดท้ายของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ หรือ บิ๊กจ๊อด ที่หลายคนรู้จักกันในนาม “นายพลเสื้อคับ” อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เป็นผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อชาติไทย และนายเอกชัย ฐปนานนท์ เป็นเลขาธิการพรรคเพื่อชาติไทย เปิดใจกับทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ถึงขั้นตอนกระบวนการจดแจ้งจัดตั้งพรรค “เพื่อชาติไทย”
ถาม – จุดเริ่มต้นของการจดแจ้งจัดตั้งพรรคเพื่อชาติไทยคืออะไร
คุณยุ้ย – ได้เรียนรู้เรื่องการทหารมา 16 ปี ตอนที่อยู่กับ พล.อ.สุนทร ลึกๆ แล้วต้องสนใจทางด้านการเมือง แต่พอ พล.อ.สุนทร จากไป ตนก็ห่างหายจากวงการทหาร และการเมืองไปซักระยะหนึ่ง จนมารู้จักนายเอกชัย ได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิธรรมเสรี และได้ปรึกษากันว่าอยากจะช่วยผู้ที่มีปัญหาด้านคดีความ โดยมีการให้คำแนะนำไปในทางที่ถูกต้อง ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายและให้คำปรึกษาในด้านธรรมะด้วย ขณะที่มูลนิธิธรรมเสรีก็ได้มีการศึกษาด้านการเมืองมาตลอด
“เลยเห็นว่าในอดีตการเมืองไทยเป็นแบบผิดๆ เช่น มีการซื้อเสียง ส.ส.ให้มาลงเลือกตั้ง จึงทำให้บ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้ตลอดมา เรามีพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ประชาชนต่างฝ่ายก็ต่างรักและเทิดทูนพรรคการเมืองของตัวเอง มีการด่าทอ ทะเลาะขัดแย้ง จนถึงขั้นตีกัน พอทะเลาะกันเสร็จทหารก็ออกมาปฏิวัติ พอทหารปฏิวัติเสร็จ บางครั้งก็อยู่ได้นาน บางครั้งก็ไม่นาน แต่จุดอ่อนของการปฏิวัติคือทหารไม่ได้รับการเรียนรู้เกี่ยวกับระบอบการปกครอง หรือทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง ทหารถูกอบรมมาแค่ป้องกัน ต่อสู้ รักษาความมั่นคงเท่านั้นเอง”
ถาม – มองว่าการปฏิวัติเป็นอย่างไร
คุณยุ้ย – ปัญหาที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับนักปฏิวัติ คือ ขาดการยอมรับจากต่างประเทศ จึงเห็นได้ว่าการปฏิวัติ บางครั้งได้รัฐมนตรีที่เก่งจริง แต่เวลาไปติดต่อจะถูกปิดกั้นจากต่างประเทศ การซื้อขายก็ไม่สะดวก จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายุติปัญหา มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมๆ เก่าๆ ที่มาจากนักการเมืองที่เป็นต้นตอของปัญหาของการทะเลาะต่างๆ คสช.พยายามที่จะมีบทลงโทษประชาชนหรือข้าราชการที่มีการทำผิด หรือคอร์รัปชั่น ก็มีบทลงโทษออกมา ด้วยความมุ่งมั่นจริงๆ
“พูดจริงๆ เลยนะ ตอนสมัยของท่านจ๊อด เป็นแบบไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน ใครจะให้หรือเสนออะไร ท่านไม่เคยรุนแรงกับใครทั้งนั้น แต่ทุกวันนี้มันได้เปลี่ยนไป ที่เราได้เข้ามาจดแจ้งพรรคการเมืองในวันนี้ เป็นเพราะรัฐบาลได้เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองใหม่ โดยพรรคเพื่อชาติไทยได้มีจุดยืน เพื่อที่จะพัฒนาปรับเปลี่ยนความคิดของประชาชน คือการเลือกผู้นำที่ดี”

ถาม – แนวคิดของพรรคเป็นอย่างไร
คุณยุ้ย – แนวคิดอย่างหนึ่งของกลุ่มเรา คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชน 2 ฝ่าย กลับมามีอิสระทางด้านความคิด หรือมีความคิดใหม่ๆ คนที่เป็นต้นเหตุ เช่น นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ควรที่จะล้างมือไปเลย หรือประกาศแบบชายชาติทหารไปเลยว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะเป็นต้นเหตุทำให้ประชาชนทะเลาะกัน ขณะเดียวกันจะย้อนมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.จะต้องยุติบทบาทหน้าที่ตรงนี้เหมือนกัน
ขณะที่ นายเอกชัย ฐปนานนท ในฐานะเลขาธิการผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อชาติไทย กล่าวเสริมในรายละเอียดว่า ทั้ง 2 พรรคใหญ่ ทำให้ประชาชนทะเลาะกันโดยที่ไม่รู้ตัว ทั้งที่ประชาชนไม่เคยโกรธเกลียดกันมาก่อน เพราะฉะนั้นปัญหาบ้านเมืองจะสงบ และเป็นประชาธิปไตยได้นั้น ต้องมีอิสระจากผู้นำ โดยทั้ง 2 พรรคใหญ่ รวมถึงกลุ่มแนวร่วมทางการเมืองทั้งหมด ไมว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส. ควรประกาศเลิกเล่นการเมืองไปเลย เพื่อที่จะให้ประชาชนมีความคิดใหม่ในการที่จะเลือกผู้นำ ผู้นำที่ดีต้องเป็นไม่เป็นคนที่สะสมทรัพย์ ไม่เลือกข้าง ไม่ใช่อำนาจไปในทางบริหารทรัพย์ ต้องเป็นกลาง ให้ประชาชนได้กินได้ใช้ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า ผู้นำทางทหารจะไม่สืบทอดอำนาจทางการเลือกตั้งที่จะถึงนี้
ถาม – พรรคเพื่อชาติไทยตั้งมาเพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่
นายเอกชัย – ก็ต้องดูว่าพรรคการเมืองมีแบบไหนบ้าง ขณะนี้ก็มี 2 พรรคใหญ่ คือพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ และมี พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาด้วย เมื่อมาเช็คน้ำหนักดู ก็เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีน้ำหนักมากกว่าในการเป็นผู้นำ
ถาม – หากสนับสนุนจะถูกว่าเป็นพรรคนอมินีของ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่
นายเอกชัย – ต้องเข้าใจว่าการเป็นนอมินี ต้องถูกควบคุม และถูกตั้งโดยกลุ่มพวกเขา แต่ถ้าเราสนับสนุน มันคนละส่วนกับคำว่านอมินี ถามว่าวันนี้ เราจะสนับสนุนหรือไม่นั้น ตอบว่าไม่สนับสนุน แต่ถ้ากระบวนการทั้งหมดดำเนินการไปโดยขั้นตอนตามกฎหมาย แล้วเราจะเลือกใคร เพราะมีอยู่ 3 คน เราก็ไม่อยากจะเลือกเลยทั้ง 3 คน เราอยากจะเป็นฝ่ายค้านด้วยซ้ำ มาว่าเราเป็นพรรคนอมินีคงไม่ใช่
“เมื่อถึงจุดนั้น ถ้าเป็นกระบวนการที่จะต้องให้เลือก มันคงเหลือแค่ 3 ฝ่าย คือ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพล.อ.ประยุทธ์ เราก็จำเป็นต้องเลือกเพราะมีอยู่ 3 คน วันนี้เราพิจารณาลึกซึ้งแล้วว่า ต้องตีกันอีกหลังจากเลือกตั้งจบ และทหารต้องออกมาปฏิวัติอีกครั้ง มันเกิดความขัดแย้ง ทั้งที่ยังไม่เกิดการเลือกตั้งเลย ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้น”

ถาม – นโยบายของพรรคมีอะไรบ้าง
นายเอกชัย – ปัญหาหนี้สินของประชาชนรายรับกับรายจ่ายไม่สมดุลกันจึงเกิดหนี้สิ้นขึ้น นอกจากนี้จะแก้ปัญหาภาคการเกษตร โดยการลดการลิดรอนสิทธิ์ของผู้ประกอบการ ให้ชาวบ้านมีผลประกอบการมากขึ้น และเราจะไม่ให้รัฐเข้าไปถือหุ้นอยู่ในองค์กรรัฐวิสาหกิจ หรือที่รัฐต้องการเข้าไป นอกจากนี้ นโยบายอีกอย่าง คือ ให้รัฐบาล บริหารงานเฉพาะระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น ถือเป็นการผูกขาดผลประโยชน์มากว่า 10-20 ปี แต่เราจะให้ตรงนี้ไปขึ้นอยู่กับสภาวิชาชีพที่มีกว่า 3,000 อาชีพตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ และให้กลุ่มวิชาชีพเหล่านี้จะเข้ามาเป็นผู้ควบคุมรัฐวิสาหกิจ และรัฐบาลแทน รวมถึงยังมีการบริการด้านสาธารณสุข ทุกคนจะต้องได้รับบริการทางการแพทย์และเครื่องมือในระดับแล็ป แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงมีการจัดการเรียนการสอนที่ได้คุณภาพ
ถาม – การจัดหาสมาชิกพรรคเพื่อชาติไทย
นายเอกชัย – ทางพรรคเพื่อชาติไทยได้มีการพูดคุยและทาบทามสมาชิก โดยมีอาชีพที่แตกต่างกันไปและชำนาญงานในแต่ละด้านมารวมตัวกัน ขณะนี้มีสมาชิกประมาณ 600 ราย เราได้หาไว้ให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อคัดสรรสมาชิกที่มีความสามารถในด้านต่างๆ เช่น อดีต ส.ส. นักวิชาการ นักฎหมาย ทหาร ตำรวจ และอื่นๆ
สำหรับแนวทางการทำงานจะมีการให้สมาชิกที่เป็นนักวิชาการระดับดอกเตอร์ กับนักกฎหมายไปทำวิจัย แล้วสรุปปัญหาออกมาดูว่าตรงตามสายวิชาชีพใดที่ต้องแก้ปัญหา รวมถึงปรับแก้กฎหมายเพื่อให้ดำเนินการได้ในอนาคต เมื่อได้ข้อสรุปก็จะนำเข้าสู่มติที่ประชุมสมาชิกในพรรคทราบ ทั้งนี้ สมาชิกพรรคฯต้องมีแนวคิดที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ถาม – แนวทางของพรรคที่บอกว่าอยากให้ฝ่ายปฏิวัติกับฝ่ายประชาธิปไตยอยู่ร่วมกันได้จะดำเนินการอย่างไร
นายเอกชัย – การปฏิวัติครั้งแรกมีความหวังดีกับประเทศชาติ และฝ่ายประชาธิไตยก็มีความหวังดีกับประเทศชาติ แต่พออยู่ไปนานๆ ก็เกิดกิเลสและผลประโยชน์ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ก็เลยอยากให้เลิกกระทำสิ่งเหล่านี้ จะเหลือแต่เนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์และความหวังดีให้กับประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายทักษิณ ชินวัตร สามารถจับมือร่วมกันได้ เพื่อที่จะชนะประเทศอื่นๆ
ถาม – มีกระแสข่าวว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หากมาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นการสนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติหรือไม่
นายเอกชัย – ตอนนั้นที่พูดแบบนี้เพราะยังไม่รู้รายละเอียดของกฎหมาย แต่วันนี้เราพิจารณาดูแล้วว่ากฎหมายที่เกิดขึ้นมันไม่สุจริต แต่ทั้งนี้เห็นว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ มาตาช่องทางตามกฎหมายจริงๆ นั้น ไม่ควรที่จะกลับมาลงการเมืองอีกแล้ว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนร่างกฎหมายเอง
ถาม- มองว่าเป็นการปฏิวัติซ้อนปฏิวัติหรือไม่ หากเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
นายเอกชัย – ถูกต้อง แต่เป็นแค่การเข้าองค์ประกอบประชาธิปไตยกลายๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าละอาย และเป็นการปฏิวัตซ้อนปฏิวัติเพราะคนมีอำนาจเดิมมาออกกฎหมาย และเป็นคนวางกติกาการเลือกตั้งเองทั้งหมด ลงการเลือกตั้งเอง ผลที่ออกมาก็เป็น พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ดี ถ้าจะทำให้ คนไม่แครงใจ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกจาการเมืองไปเลย