ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/331261

ปธ.สอท.ชี้ดัน’พลังงานทางเลือก’ขึ้นเป็นตัวหลักผลิตไฟฟ้าวันนี้ยังยาก
4 เม.ย.61 นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวในเวทีเสวนา “ทางเลือกพลังงานไฟฟ้าไทย ถ้าไม่พึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” ซึ่งจัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ – TDRI) ณ รร.ฮอลิเดย์ อินน์ สีลม ว่า ไฟฟ้ามีความหมาย 2 แบบ คือ 1.ไฟฟ้าในเชิงสาธารณูปโภค หมายถึงการใช้ไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย ดังนั้นจะมีมากบ้างน้อยบ้างก็ไม่เป็นอะไรเท่าใดนัก กับ 2.ไฟฟ้าในเชิงปัจจัยการผลิต หมายถึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในภาคอุตสาหกรรม จึงต้องเป็นไฟฟ้าที่มีคุณภาพและมีความสม่ำเสมอ
ดังนั้นการใช้พลังงานทดแทนจึงต้องดูความเหมาะสม เช่น พลังงานแสงอาทิตย์อาจเหมาะกับกิจการห้างสรรพสินค้า เพราะช่วงกลางวันมีแสงแดดจัดพร้อมๆ กับอากาศร้อน จึงมีความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าค่อนข้างมากในเวลาดังกล่าว แต่อาจไม่เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรม เพราะเดินเครื่องจักรผลิตสินค้า 24 ชั่วโมง และถึงแม้จะมีระบบกักเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์แต่อย่างไรก็ยังไม่เพียงพอ

เจน นำชัยศิริ
“พลังงานทดแทนเป็นผู้ช่วย ถามว่าเป็นตัวหลักเลยได้ไหม ตอนนี้ผมคิดว่าถึงราคาถูกเท่าไหร่ เรื่องของความไม่แน่นอน ไม่เสถียร เรื่องของการมีเวลาจำกัดของมัน มันก็ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ใช้ในบางประเภททำไม่ได้ อย่างไรก็ต้องมีโรงไฟฟ้าที่เป็นเบสโหลด (Base Load) หรือโรงไฟฟ้าที่ใช้ตลอดเวลา นิ่งๆ เดินเครื่องตลอดเวลา 24 ชั่วโมง” ปธ.สอท.กล่าว
นายเจน กล่าวต่อไปว่า แต่ก่อนเราอาจใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าหลักหรือเบสโหลดที่ร้อยละ 60 ใช้จากแหล่งอื่นๆ ร้อยละ 40 แต่หากต่อไปแหล่งอื่นๆ มีเทคโนโลยีที่ราคาถูก มีความเสถียรมากขึ้น ระบบสมาร์ทกริด (Smart Grid-เทคโนโลยีระบบบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ) ก็จะเข้ามาช่วยให้คนสามารถผลิต ซื้อหรือขายไฟฟ้าได้เอง ตรงนี้การใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าหลักก็จะลดลงได้อีก จากร้อยละ 60 ลงมาเหลือที่ร้อยละ 45 – 50 แต่จะให้ต่ำกว่านั้นคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นโรงไฟฟ้าหลักจึงยังมีความจำเป็น

สัดส่วนเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตกระแสไฟฟ้า ประจำปี 2560
ภาพประกอบ : egat.co.th (เว็บไซต์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย – กฟผ.)
“กำลังการผลิตไฟฟ้าบ้านเราอาจอยู่ที่ 40,000 เมกกะวัตต์ (MW) ถ้าเราบอกต้องการเบสโหลด 25,000 MW ก็แสดงว่าต้องการจากโรงไฟฟ้าอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแก๊ส ซึ่งเราสามารถเดินเครื่องเร่งเครื่องขึ้นลงได้ตลอดเวลา อันนี้สำคัญ ตรงนี้จะประกอบด้วยอะไรบ้างเราต้องมาคิดกัน แม้จะเอาเรื่องแบตเตอรี่มาอยู่ในสมการ แต่แสงอาทิตย์มี 5 ชั่วโมง คือ 10 โมงเช้า – บ่าย 3 โมง หลังจากนั้นหมดแล้ว จะกักเก็บอย่างไรให้ใช้ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่ใช้ตอนเย็นอีก 3 – 4 ชั่วโมง โรงงานอุตสาหกรรมเขาใช้ 24 ชั่วโมง มันไม่เหมือนกัน” นายเจน ระบุ
ปธ.สอท. ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันกำลังผลิตไฟฟ้าของไทยพึ่งพาพลังงานจากแก๊สธรรมชาติที่ 1 ใน 3 เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่แก๊สในอ่าวไทยก็ใกล้จะหมด นอกจากนี้แก๊สธรรมชาติจากอ่าวไทยเป็นแก๊สเปียกมีวัตถุดิบด้านปิโตรเคมีติดมาด้วย การนำขึ้นมาใช้จึงมีประโยชน์หลายต่อต่างจากแก๊สที่นำเข้ามาจะไม่ได้ตรงนี้ ฉะนั้นในส่วนโรงไฟฟ้าถ้ามองไปที่แก๊สเป็นหลักอย่างเดียวจะไหวหรือไม่ จะไม่มั่นคงหรือเปล่า

“Smart Grid” (สมาร์ทกริด) หรือระบบบริหารจัดการเครือข่ายพลังงานอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้สำหรับคำนวณการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลงให้สอดคล้องกับปริมาณที่ใช้งานจริง โดยมีระบบเซ็นเซอร์ ระบบเก็บข้อมูล และเทคโนโลยีทางด้านการควบคุมอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ระบบไฟฟ้ารับรู้ข้อมูลสถานะต่างๆ เพื่อใช้ในการตัดสินใจผลิตไฟฟ้าได้อย่างอัตโนมัติ สมาร์ทกริดเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกิดความรวดเร็ว และแม่นยำสำหรับการอ่านค่าและประเมินข้อมูลย้อนหลัง จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีการคำนวณค่าไฟฟ้าหรืออย่างอื่นผิดพลาด
ภาพประกอบและคำอธิบาย : nsm.or.th (เว็บไซต์องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ – อพวช.)
นอกจากนี้ที่พูดกันถึงทางเลือก แต่คำถามคือทางเลือกมีจริงหรือไม่ เพราะทุกทางเลือกล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แก๊สธรรมชาติข้อดีข้อหนึ่งคือใช้อยู่แล้วไม่มีการประท้วงต่อต้าน แล้วก็สะอาดในระดับหนึ่ง ส่วนถ่านหินเป็นพลังงานที่มีปัญหามลพิษเยอะที่สุดและไม่แก้ปัญหาโลกร้อน ซึ่งถ้าต้องการให้สะอาด ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินก็จะเพิ่มขึ้น ตรงนี้ก็ต้องคิดว่าถ่านหินเป็นทางเลือกทางหนึ่งหรือไม่ ถ้าใช่ก็หมายถึงว่าต้องยอมรับเรื่องการขนส่ง เรื่องมลภาวะ เรื่องคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น
“ผมเชื่อว่าถ่านหินยังต้องมีอยู่ ปัจจุบันโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ยังเดินอยู่ แต่สิ่งที่ต้องถามคือถ้าเราลดถ่านหินจะเอาอะไรมาแทน แก๊สธรรมชาติไหม ตอนนี้ก็ใช้อยู่แล้ว 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ ถ้าลดการใช้ถ่านหินก็ต้องเพิ่มเป็น 75 – 80 เปอร์เซ็นต์ ยอมไหม ถ้ายอมก็ไปได้ แต่ถ้าเราบอกไม่เอา แล้วถ่านหินก็ไม่เอา ถามว่าที่สุดแล้วเราจะเอาอะไร ยกเว้นนิวเคลียร์ นิวเคลียร์ให้คำตอบที่ดีที่สุดตรงที่ไม่มีคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ทุกคนก็ชี้ไปที่ฟุกุชิมะ (เมืองในญี่ปุ่นที่มีเหตุกัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหล) สังคมไทยต้องทำความเข้าใจและคิดให้รอบด้าน” นายเจน กล่าวย้ำ