ศิลปะออกแบบตกแต่งกลิ่นอายไทย แรงบันดาลใจจากพับจีบใบตอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/572035

  • วันที่ 26 พ.ย. 2561 เวลา 16:00 น.

ศิลปะออกแบบตกแต่งกลิ่นอายไทย แรงบันดาลใจจากพับจีบใบตอง

เรื่อง  วราภรณ์ ภาพ  วิศิษฐ์ แถมเงิน

ข้อมูลสถิติปริมาณขยะที่เข้าระบบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่าในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณขยะอุตสาหกรรมสูงถึง 31 ล้านตัน จากการเติบโตของระบบเศรษฐกิจ โรงงาน เขตนิคมอุตสาหกรรม การเร่งขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตลอดจนการเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกต่างประเทศและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสถิติปริมาณขยะในทะเลล่าสุดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าประเทศไทยติดอันดับ 6 ประเทศที่มีขยะในทะเลมากที่สุดในโลก แม้ประเทศไทยจะมีความรู้ความสามารถในการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ แต่ก็ทำให้สูญเสียงบประมาณในการจัดการกับขยะเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

จากสาเหตุดังกล่าววงการอุตสาหกรรมมากมายต่างหันมาให้ความสำคัญในการลดปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้น และเปลี่ยนขยะเหล่านั้นกลับมาให้ใช้ใหม่ได้อีกครั้ง ไม่เว้นกระทั่งวงการการออกแบบในรั้วมหาวิทยาลัยเอง เช่น สาขาการออกแบบสิ่งทอ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) คณาจารย์ในภาควิชาได้ส่งเสริมให้นักศึกษาใช้แนวคิดออกแบบสินค้าทั้งสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ของตกแต่งบ้าน โดยใช้วัสดุเหลือทิ้งและสิ่งของเหลือใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ มาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ในงานแสดงวิทยานิพนธ์จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ ภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม สาขาการออกแบบสิ่งทอ ณ สยามดิสคัฟเวอร์รี่ ชั้น 4 ที่เสร็จสิ้นไปแล้ว มีผลงานของ พัช-พัชญ์วิตรา กุลธนาเรืองนนท์ นักศึกษาปี 4 เรียนวิชาเอกสาขาการออกแบบสิ่งทอ วิชาโทออกแบบโลหะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โครงการของเธอคือการออกแบบของตกแต่งโรงแรมเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานพับจีบใบตอง สำหรับโรงแรมวิลล่ามหาภิรมย์ของเธอ ซึ่งเธอตั้งชื่อแบรนด์ว่า “Phabtong” ก็ได้โชว์ในงานด้วย ซึ่งการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยสอนให้เธอเกิดแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานโดยเฉพาะการออกแบบโดยใช้วัสดุเหลือใช้ที่เหลือจากขั้นตอนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย

“ก่อนเข้าเรียนหนูรู้อะไรไม่มาก แต่อาจารย์สอนให้หนูมีแนวคิด ที่มหาวิทยาลัยสอนเรื่องวิธีคิด สอนขั้นตอนการคิด การทำงาน จนถึงการผลิตจริงว่าทำได้อย่างไร จนหนูเกิดชิ้นงานนี้ ที่มีแรงบันดาลใจมาจากการจับจีบใบตอง ตอนแรกหนูคิดว่าประเทศญี่ปุ่นมีการพับที่เป็นศิลปะส่งเสริมประเทศของเขา หนูมองย้อนกลับมาที่เมืองไทยของเรา ก็มีงานพับไทยที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองเหมือนกัน น่าจะนำมาต่อยอดเป็นของตกแต่งบ้านได้”

สาเหตุที่พัชญ์วิตรามองไปที่ทำงานในหมวดของตกแต่งบ้านหรือโรงแรม เพราะเธอมองว่าประเทศไทยกำลังบูมเรื่องการท่องเที่ยว ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากฝั่งเอเชียและยุโรปเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้ส่วนมากเข้าพักในโรงแรม ที่พักในโรงแรมน่าจะเป็นสถานที่ที่เธออยากสอดแทรกศิลปะไทยที่แตกต่างจากชาติอื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักได้เห็นศิลปะไทยอันงดงามในจุดนี้ กว่าการพับจีบใบตองจะออกมาเป็นชิ้นงานตกแต่งผนัง โคมไฟ หรือฉากกั้นห้องได้ พัชญ์วิตราต้องใช้เวลาในการตกผลึก คิดต่อยอดอยู่นานเป็นปีทีเดียว ทำให้เธอพบกับอุปสรรคและค้นหาวิธีการแก้ไขมากมาย จนกว่าจะได้ลวดลายการพับใบตองที่สมบูรณ์

“ผลงานชิ้นนี้ค่อนข้างคิดนานค่ะ หนูเริ่มจากโปรเจกต์ตอนหนูเรียนอยู่ปี 3 ในวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ไทย ตอนนั้นหนูมองหาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของไทยเพื่อนำมาใช้ในงาน หนูมองและสนใจการพับใบตองอยู่แล้ว ทีแรกคิดจะทำเป็นกระเป๋า พอต้องทำชิ้นงานก่อนศึกษาจบ หนูต้องคิดต่อยอดทำเป็นชิ้นงาน และหนูคิดว่าถ้าความเป็นไทยจ๋ามากๆ ใช้ยาก ตอนนั้นกระเป๋าหนูทรงไทยมากๆ รูปทรงไทยๆ เหมือนกระเป๋าคลัตช์ ต่อมาหนูคิดพัฒนาเป็นของตกแต่งบ้านบ้างดีกว่า หนูเริ่มด้วยการลองพับทุกเทคนิคของไทย ด้วยการไปค้นคว้าว่ามีเทคนิคอะไรบ้างในการพับใบตอง หนูไปดูตามหนังสือต่างๆ ไปดูที่พิพิธภัณฑ์ดอกไม้ที่สามเสน พอไปดูหนูเห็นงานไทย งานพับ เขาสามารถประยุกต์พับเป็นดอกไม้ เครื่องแขวนอย่างไทย หนูรู้สึกตื่นตาตื่นใจและประทับใจมาก เหมือนได้เห็นแนวทางที่จะนำงานของหนูไปต่อยอดได้ ทำให้หนูพอเห็นอนาคตแล้ว ซึ่งตอนแรกหนูคิดแค่วิธีการพับ เหมือนยังไม่เป็นอุตสาหกรรมมาก แต่คำว่าอุตสาหกรรม คือ ทุกคนสามารถพับได้ หนูจึงคิดเป็นแพตเทิร์นในการพับก่อน จากนั้นคิดถึงการต่อลวดลายที่จะนำมาพิมพ์ลงบนทอเทปป้าย Tag มันก็คือป้ายชื่อแบรนด์บนเสื้อผ้านั้นแหละค่ะ หนูจึงสั่งโรงงานผลิตเทปทอเส้นยาวๆ เป็นม้วนๆ และลองนำมาพับดู สาเหตุที่หนูเลือกเทปทอ เพราะตอนแรกหนูทดลองด้วยวิธีอื่นๆ เช่น สกรีนฟอยล์คือ การใช้เทคนิคการพิมพ์ทองลงบนผ้า แต่มีปัญหาเรื่องความคมชัดของลาย เพราะด้วยความร้อนของแม่พิมพ์ ทำให้พิมพ์ไม่ชัด หนูจึงลองมาใช้เทคนิคการทอเทปบวกใช้เทคนิคย้อมด้วยสีดิสเพิร์ส คือ การย้อมสีลงบนผ้าใยสังเคราะห์ โดยผ่านการให้ความร้อนเรียกเทคนิคฮีตทรานส์เฟอร์ (Heat Transfer) คือเริ่มแรกทาสีลงบนกระดาษก่อนแล้วค่อยวางลงบนผ้า แล้วใช้เครื่องฮีตทรานส์เฟอร์ให้ความร้อน ตั้งอุณหภูมิและเวลาแตกต่างก็จะให้สีที่แตกต่างกัน แต่ก่อนหน้านั้นต้องคิดลวดลาย ออกแบบลวดลาย และแพตเทิร์นที่จะพับก่อนว่าเวลาพับแล้วลายจะไปอยู่ตรงส่วนไหนที่จะเกิดเป็นความสวยงาม”

เมื่อเธอคิดลายผ้าบวกเทคนิคการพับ ที่แบ่งลวดลายออกแบบเป็น 7 เทคนิคการพับ อาทิ การพับแบบกลีบเล็บครุฑ การพับแบบกลีบเล็บมือนางซ้อน ฯลฯ ซึ่งเป็นการนำเทคนิคการพับต่างๆ มาผสมกันจนเกิดเป็นเทคนิคการพับของตัวเอง พอได้ผ้าทอเทปเป็นชิ้นๆ แล้วเธอหาแพตเทิร์นในการขึ้นรูปออกมาเป็นโปรดักต์ว่าจะจับเรียงทอเทปชิ้นเล็กๆ ออกมาเป็นลวดลายอะไร เช่น จัดแพตเทิร์นเป็นวงกลมนำมาซ้อนกันสามารถสร้างสรรค์เป็นชิ้นงาน ฉากกั้นห้อง โคมไฟแขวน โคมไฟตั้งโต๊ะ ผลิตภัณฑ์ตั้งโชว์ในโรงแรม ผลิตภัณฑ์ตกแต่งผนัง รวมทั้งหมด 5 ชิ้นงาน

สิ่งที่พัชญ์วิตราคาดหวังจากงานชิ้นนี้คือ อยากให้คนไทยด้วยกันหันมาสนใจศิลปะแบบไทยๆ เพราะหากคนไทยสนใจแต่เทคนิคของเมืองนอก แต่ไม่ค่อยเห็นความสำคัญของสิ่งที่เรามีอยู่ เช่น การพับใบตอง ก็อยากให้คนไทยเห็นถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยบ้าง อีกทั้งเธอหวังว่างานโครงการออกแบบตกแต่งโรงแรมเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานพับจับจีบใบตอง สำหรับโรงแรมของเธอจะทำให้ชาวต่างชาติเล็งเห็นถึงศิลปะไทยอันงดงามบ้างก็นับเป็นเรื่องที่ดี

สำหรับสินค้าในโครงการนี้ของเธอ พัชญ์วิตราตั้งชื่อแบรนด์พับตอง (Phabtong) ในอนาคตเธออาจจะแตกไลน์ออกแบบของตกแต่งบ้านภายใต้แบรนด์พับตองอีกเร็วๆ นี้

“หนูสนใจของตกแต่งบ้านเพราะน่าจะเป็นสิ่งที่คนเห็นได้ง่ายเวลาไปสถานที่ต่างๆ หนูเรียนสาขาวัสดุ ซึ่งหนูยังไม่แตกฉานด้านแฟชั่นมากนัก หนูจึงขอทำในสิ่งที่หนูถนัดก่อนดีกว่า อีกทั้งหนูชอบการตกแต่งบ้าน เวลาเราจะมองใคร เราจะดูที่บ้าน บ้านเขาเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือพ่อของหนูทำธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง พ่อถือเป็นอีกแรงบันดาลใจหนึ่ง พ่อหนูจบด้านวิศวกร แต่พ่อทำอะไรเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง หนูก็เลยมุ่งมั่นด้านตกแต่งภายในค่ะ”

หากถามว่าการทำงานในฐานะคนรุ่นใหม่มีการทำงานสไตล์ไหน เธอบอกว่าความเป็นคนรุ่นใหม่มักชอบความเรียบง่าย ทันสมัย สะท้อนจากลวดลายการพับใบตอง เธอออกแบบมาให้มีความทันสมัยมากขึ้น ไม่ไทยจ๋า โดยลายของใบตองที่เธอนำมาใช้เป็นลายกราฟฟิก จึงมีความทันสมัยค่อนข้างมาก

ใครสนใจติดต่อได้ที่ ไอดีไลน์ patwitra เฟซบุ๊ก pwtkul หรืออีเมลแอดเดรส patwitra@gmail.com

1 thought on “ศิลปะออกแบบตกแต่งกลิ่นอายไทย แรงบันดาลใจจากพับจีบใบตอง

Leave a reply to ร้านผ้าม่านพาหุรัด เอทีเอ็ม เคดอร์ Cancel reply