ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/571882
- วันที่ 25 พ.ย. 2561 เวลา 10:16 น.

ยอดขาย “แบล็กฟรายเดย์” สดใส คาดเกือบ 2 ล้านล้าน โตสูงสุด 7 ปี ค้าออนไลน์ยังมาแรงจ่อพุ่งทุบสถิติใหม่
โกลบอลดาต้า รีเทล บริษัทวิจัยธุรกิจค้าปลีกในสหรัฐ คาดการณ์ว่า ยอดการจับจ่ายใช้สอยทั้งหมดในเทศกาลแบล็กฟรายเดย์ช่วงวันที่ 23 พ.ย. จะเพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อนหน้านี้ ไปอยู่ที่ 5.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.97 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011
ทั้งนี้ นีล ซอนเดอร์ส กรรมการผู้จัดการโกลบอลดาต้า รีเทล เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักหนุนการขยายตัวดังกล่าวมาจากผู้บริโภคจำนวนมากใช้จ่ายเงินซื้อสินค้ามากกว่าเดิม ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว บรรดานักช็อปใช้เงินมากขึ้น5.3%
ด้าน อะโดบี ดิจิทัล อินไซต์ส บริษัทวิจัยการตลาดดิจิทัล เปิดเผยว่า ยอดการซื้อของออนไลน์ช่วงแบล็กฟรายเดย์ปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อนหน้านี้ มาอยู่ที่ 6,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.11 แสนล้านบาท) ทุบสถิติใหม่ปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 5,030 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.66 แสนล้านบาท)
ก่อนหน้านี้ ยอดขายสินค้าออนไลน์ในวันขอบคุณพระเจ้าเมื่อวันที่ 22 พ.ย. พุ่งขึ้นทุบสถิติใหม่ไปอยู่ที่ 3,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.22 แสนล้านบาท)ปรับตัวขึ้นเกือบ 28% จากปี 2017 ที่ 2,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 9.5 หมื่นล้านบาท)
สำหรับในวันขอบคุณพระเจ้าปีนี้นั้น อะโดบี ระบุว่า ผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟน คิดเป็นสัดส่วนถึง 54.4% และซื้อจากแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ คิดเป็น 36.7% โดยอะโดบีเปิดเผยว่า วันขอบคุณพระเจ้าที่ผ่านมา นับเป็นวันแรกของปีที่ยอดขายสินค้าออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนมีมูลค่าแตะ 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.3 หมื่นล้านบาท)
“การจับจ่ายซื้อของผ่านสมาร์ทโฟนยังพุ่งทะยานต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ค้าปลีกหลายรายเข้าใจแล้วว่าการซื้อขายสินค้าบนสมาร์ทโฟนกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้บริโภคแล้วในตอนนี้” เทย์เลอร์ ชไรเนอร์ ผู้อำนวยการอะโดบี กล่าว
ก่อนหน้านี้ อะโดบีเปิดเผยผลสำรวจผู้บริโภคก่อนช่วงเทศกาลแบล็กฟรายเดย์ พบว่านักช็อป 60% วางแผนซื้อสินค้าออนไลน์ ขณะที่ 43% เตรียมไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า
ขณะเดียวกัน สมาคมผู้ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นอาร์เอฟ) คาดการณ์ว่า ยอดค้าปลีกช่วงเทศกาลวันหยุดในเดือน พ.ย.และเดือน ธ.ค.จะอยู่ที่ทั้งหมด 7.2 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 23.8 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 4.3% และ 4.8% จากยอดขายปี 2017 ที่ 7.17 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 23.7 ล้านล้านบาท)
ภาพ เอเอฟพี
