ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/576837
- วันที่ 13 ม.ค. 2562 เวลา 10:25 น.

โดย อฐิณป ลภณวุษ
ริชาร์ด โคห์ ไฟน์ อาร์ต (Richard Koh Fine Art หรือ RKFA) นำเสนองานนิทรรศการแสดงงานกลุ่มโดย แอนน์ ซามัท, นาเดีย บามาดาจ, เจสัน วี, ตรงเจียเหงียน ที่ไทเป ดางได บูธ F08 ไทเป นานกัง เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 1 เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน ตั้งแต่วันที่ 18-20 ม.ค.นี้
ในช่วงเวลาที่บทสนทนาเกี่ยวกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่โลกต่างกำลังโน้มเอียงไปทางคุณค่า ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของมนุษยชน เกี่ยวกับการแสดงความคิดความรู้สึกของตัวเอง งานแสดงกลุ่มในเทศกาลไทเป ดางได พูดถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะความจำเป็นในการประเมินความหมายที่แท้จริง ของการเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์โลก รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
ประติมากรรมแบบติดตั้งบนกำแพงของ แอนน์ ซามัท รวบรวมคุณค่าของเหล่าชนเผ่าบนโลก รับรู้ผ่านตำนานเรื่องเล่าและระบบความเชื่อร่วมสมัย ประติมากรรมเหล่านี้สร้างสรรค์ขึ้นมาให้เหมือนมนุษย์ และมีเพศสภาพที่แตกต่าง ด้วยการนำเอาข้าวของเครื่องใช้ในบ้านและสิ่งของจากอุตสาหกรรมให้ปัจจุบันมากอปรขึ้นเป็นประติมากรรมที่มีกลิ่นอายของรูปแบบชนเผ่าแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะการนำเอากลไกการจักสานแบบท้องถิ่นแบบชนเผ่า ปัว คัมบู มาใช้ในประติมากรรมของเธอ เป็นการปะทะสังสรรค์กันระหว่างความละมุนละไมของงานสานแบบท้องถิ่นดั้งเดิม เข้ากับสิ่งหยาบๆ ที่เกิดจากอุตสาหกรรมให้ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ซึ่งแสดงให้เห็นความพยายามที่จะปรับตัวให้กลมกลืนไปกับสังคมสมัยนี้
สำหรับ นาเดีย บามาดาจ พูดคุยเกี่ยวกับอัตลักษณ์และเพศผ่านงานศิลปะขาวดำของเธอ ด้วยการสำรวจบทบาททางการเมืองและความกลัว ที่ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อผู้ด้อยโอกาส ดึงความหมายจากเรื่องในตำนานและประสบการณ์จากงานอาสาสมัครที่ได้ไปที่พักผู้ไร้บ้าน สำหรับบุคคลที่มีเพศสภาพไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพต้นกำเนิด
ภาพคนแนวคอลลาจที่วาดโดยใช้ถ่านชาร์โคลกับพื้นหลังโล่งๆ สีขาว แสดงให้เห็นถึงความคลุมเครือต่อโชคชะตาที่ไม่แน่นอน ระหว่างความเป็นจริง ความหวัง ความกลัว และความต้องการ ขณะที่เสี่ยงต่อการถูกคุกคามด้วยความ “แปลกแยก” ของพวกเขาเอง
ด้าน เจสัน วี ดำดิ่งสู่การค้นหาเรื่องเพศสภาพและตัวตนอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งศึกษาอัตลักษณ์ตัวตัวตนและตำแหน่งตัวเองในชุมชนบนโลกผ่านภาพเซลฟ์-พอร์เทรต ที่ประหนึ่งการบันทึกช่วงเวลาที่แปลกประหลาดของการหยั่งรู้ในตัวเอง
ศิลปินปรากฏกายในเซลฟ์-พอร์เทรต ด้วยรูปร่างของเป็นสัตว์ประหลาดในตำนานจากยุคกลางและเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่า ที่ถูกตราหน้าว่ามีคุณค่าต้อยต่ำกว่ามนุษย์ แสดงถึงความสับสนในจิตใจ การต้องการรักษาความสัมพันธ์หรือความคิดเห็น ที่ขับเคลื่อนโดยความกลัวหรือความกังวล คล้ายเป็นการพูดถึงคติสมัยใหม่เกี่ยวกับการขึ้นสวรรค์หรือลงนรก เจสันทำการสำรวจตัวเองเรื่องการมีส่วนร่วมในสังคม และการยอมรับผลหรือกรรมที่จะตามมา
ศิลปินรายสุดท้ายในกลุ่มนี้ ตรงเจียเหงียน สำรวจจิตใจของตัวเองเพื่อค้นหารูปแบบของสังคมและตัวตน สะท้อนผ่านงานประติมากรรมบันทึกเศษเสี้ยวของสิ่งที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นลูกครึ่งเวียดนาม-อเมริกัน ได้รับการศึกษาด้านศิลปะในกรุงโฮจิมินห์ ผลงาน “sNOwflake” และ “#MeToo” เล่าเรื่องความเป็นไปในสังคมธรรมดาๆ กับสังคมที่ตั้งข้อรังเกียจสตรีเพศ อีกด้านหนึ่งก็บอกเล่าความเชื่อมต่อกันระหว่างตัวตนของคนคน หนึ่งกับโลกกว้างภายนอก ด้วยการตั้งคำถามเกี่ยวกับการมีอยู่ของกำแพงสังคมที่อาจจะเป็นเพียงความลวงตาที่สร้างขึ้นเอง
ทั้ง 4 ศิลปินมารวมตัวกันเพื่อเป็นการยืนยันความหลากหลายของอัตลักษณ์และความตระหนักในความสำคัญของชุมชน ซึ่งจะเป็นการผสานความร่วมมือระหว่างชนชาติและวัฒนธรรม ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อสร้างจิดสำนึกของชุมชนของโลก
สำหรับ ริชาร์ด โคห์ ไฟน์ อาร์ต เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2005 เป็นผู้บุกเบิกการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยตะวันออกเฉียงใต้สู่ประเทศมาเลเซียและในภูมิภาค โดยเฉพาะการสนับสนุนศิลปินเกิดใหม่ที่มากด้วยความสามารถ และให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้างผ่านนิทรรศการศิลปะสมัยใหม่ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง



