ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/355778
4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาล พปชร.
“4 พรรคการเมือง” เห็นพ้อง เลือกตั้งปี 62 ได้ “ประชาธิปไตย” ครึ่งใบ “ธนาธร” เชื่อ โคตรโกง “จุรินทร์” เตือน พฤษภาทมิฬ ภาค 2
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 61 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ในงาน ไทยแลนด์ สมาร์ท มันนี่ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 9 เทศกาลการเงิน – ลงทุน จัดเสวนาหัวข้อ Smart outlook “เศรษฐกิจการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง” โดยมีวิทยากร นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการบริหาร และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
นายพิชัย กล่าวในการเสวนาตอนหนึ่งถึงการเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 จะไม่นำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 60 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะเกิดปัญหา และหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้ง ประเทศไทยจะถอยหลังไปอีก 5 – 20 ปี เพราะไม่มีวิสัยทัศน์ และในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงไปมาก รวมถึงปีหน้าด้วย หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เศรษฐกิจจะเสื่อมถอยไปเรื่อย
นายจุรินทร์ กล่าวเห็นด้วยว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จะไม่นำไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง เนื่องจากการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 62 นี้ อยู่ภายใต้บริบท ประชาธิปไตยครึ่งใบ เนื่องจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เกิดจากคนที่มีอำนาจสูงสุดคือ คสช. ไม่ใช่ กกต. และมาตรา 44 ก็ยังคงอยู่จนการเลือกตั้งเสร็จสิ้น การแก้รัฐธรรมนูญปี 60 ทำได้ยาก มีเงื่อนไขหลายประการ เช่น ต้องได้เสียงในรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่ง และต้องรับฉันทามติเห็นพ้องต้องกัน ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา และบางประเด็นในรัฐธรรมนูญ หากจะแก้ไข ต้องทำประชามติ
นายจุรินทร์ มองอีกว่า การเลือกตั้งปี 62 สามารถเป็นได้ทั้งจุดเริ่มต้นของการสร้างประเทศได้ ถ้าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ทุกฝ่ายยอมรับ ในขณะเดียวกัน จะกลายเป็นจุดจบของประเทศ หากการเลือกตั้งไม่ยุติธรรม คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ มีการเอื้อประโยชน์บางพรรคการเมือง และจะได้รัฐบาลชุดใหม่ เกิดจากการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม สร้างชนวนแตกแยก เกิดพฤษภาทมิฬภาค 2 และหากได้ นายกฯ คนเดิม บริบทบริหารราชการแผ่นดินเหมือนเดิม เศรษฐกิจ 4 ปี จีดีพี เติบโตต่ำสุดในอาเซียน ยกเว้น สิงคโปร์ บรูไน เศรษฐกิจเติบโตฐานบน แต่ฐานล่างเกิดปัญหา
นายกิตติรัตน์ บอกว่า ไม่รู้สึกกังวลเรื่องความไม่ยุติธรรมในการเลือกตั้ง หากคนกระทำไม่มีความละอาย ต้องปล่อยให้ดำเนินการ ซึ่งประชาชนทั้งประเทศจับจ้องอยู่ อย่างไรก็ตาม มองว่าการเลือกตั้ง ปี 62 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีการเมืองไปสู่ประชาธิปไตย แต่ผลการเลือกตั้งออกมาทางใด ทางหนึ่ง ต่อให้จะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไร หากได้รับการเลือกตั้งถล่มทลาย คะแนนจะบ่งบอกความต้องการของประชาชน คนได้คะแนนสูงสุดจะมีความชอบธรรมในการเปลี่ยนแปลง และจะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหา แต่ กกต. ต้องดูแลเลือกตั้งให้เกิดความยุติธรรม
นายธนาธร เห็นว่า การเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 62 มีแนวโน้มสูง การเลือกตั้งโกงมากที่สุด ทั้งกติกา เส้นแบ่งเขต บัตรเลือกตั้ง มีการดูด ส.ส. หัวคะแนน โดยใช้ทั้งเงิน การข่มขู่ด้วยกฎหมาย หรือตำแหน่ง หรือแม้แต่การใช้ภาษีของประชาชนเพื่อหนุนบางพรรคการเมืองที่เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกรัฐมนตรี และการเลือกตั้ง เป็นกึ่งประชาธิปไตย และหากไม่ต้องการอยู่บนความขัดแย้ง และเข้าสู่ประชาธิปไตยโดยไม่เกิดความวุ่นวาย ผ่านกระบวนการรัฐสภา 1. หยุดการสืบทอดอำนาจ คสช. 2. แก้รัฐธรรมนูญ 60 ทั้งฉบับ 3. ล้มผลพวงคณะรัฐประหาร
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งปี 62 ประชาชนฝากความหวังไว้มาก ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ อยากเป็นตัวเลือกของประชาชน และต้องให้เกียรติประชาชนเป็นผู้เลือกว่าพอใจอะไร เชื่อว่า หลังเลือกตั้งประชาชนได้เข้าสู่สภาวะปกติ ประเทศเดินหน้า ส่วนการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ขณะนี้ท่านยังไม่ตัดสินใจ และพรรคก็ยังไม่ได้คิดตรงนี้เพราะยังเร็วเกินไป ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับ ให้ประชาชนตัดสินใจว่าเอาหรือไม่ และวันที่ 24 ก.พ. 62 คนไทยจะได้เฉลิมฉลองการเลือกตั้งอีกครั้ง ส่วนเศรษฐกิจในช่วง 4 ปี เติบโต 2 – 3% นั้น ต้องกลับไปถามประชาชนว่า เศรษฐกิจโตไม่ได้เพราะอะไร เนื่องจากเราเสียเวลาอยู่บนความขัดแย้งมา 10 กว่าปี และพรรคประชารัฐ เป็นทางเลือกหนึ่งให้ประชาชนไม่กลับไปสู่ความขัดแย้ง
นอกจากนี้ 4 พรรคการเมือง ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะนายจุรินทร์ประกาศสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพียงผู้เดียว และเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคใดจะมาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ต้องดูจากคะแนนเสียงของประชาชน






