ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/356674
แนะพ่อแม่ลดมายาคติสร้างเด็กไทยคิดวิเคราะห์
รายงาน โดย… หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ qualitylife4444@gmail.com –
ปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนพยายามทำทุกวิถีทางที่ให้ “ลูก” เรียนเก่ง สอบได้คะแนนดีๆ เกรดสูง เพื่อเข้าโรงเรียนที่ดีให้ได้ ด้วยการทุ่มกำลังทรัพย์จ่ายค่าเรียนพิเศษ ติวให้ลูก เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะระบบการศึกษาไทยมุ่งเน้นเรื่องเนื้อหาให้นักเรียนท่องจำ ทำคะแนนเวลาสอบให้ได้สูงๆ ทำข้อสอบให้ได้มากๆ เพื่อจะได้สอบเข้าเรียนมหาวิิทยาลัยที่มีชื่อเสียง สร้างสังคมที่ดีให้แก่ลูกในภายภาคหน้า ด้วยความเชื่อว่าสถาบันที่ดีย่อมมีคอนเนกชั่นที่ดีและนำไปสู่การมีชีิวิตที่ดีตามมา
ทว่าระบบการศึกษาไทยมุ่งเน้นเรื่องเนื้อหา มากกว่ากระบวนการคิด ไม่ได้สนับสนุนให้มีการคิดเชิงวิพากษ์หรือการเรียนรู้แบบสืบหาข้อเท็จจริง จึงทำให้นักเรียนไม่เกิดความเข้าใจที่แท้จริง เกิดปัญหาในการประยุกต์ใช้ความรู้แม้แต่ในระดับพื้นฐาน เนื่องจากบรรยากาศในห้องเรียนของไทยไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เด็กซักถาม คิดสงสัย ที่นำไปสู่กระบวนการคิด
คำถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น “สุจารี ชู” กรรมการผู้จัดการ บริษัทสถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ประเทศไทย ในฐานะศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดและนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง อธิบายว่า เป็นเพราะการจัดการเรียนการสอนแบบไทยๆ อาทิ การเน้นการเรียนแบบท่องจำ ส่งผลให้ขาดทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ในห้องเรียน เมื่อมารวมกับค่านิยมของสังคม เช่น พ่อแม่คนไทยหลายคนต้องการให้ลูกเรียนจบปริญญาตรีภายในประเทศเพื่อการสร้างเครือข่าย “คอนเนกชั่น” ในอนาคต กลับกลายเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการวางแผนและเลือกมหาวิทยาลัยสำหรับนักเรียนไทย
เมื่อผนวกกับครูไทยสอนนักเรียนให้ท่องจำ เนื่องจากระบบคัดเลือกก็ใช้ข้อสอบแบบท่องจำมาคัดเลือกศึกษาต่อในระดับต่างๆ ตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา ทำให้เด็กต้องท่องจำมากกว่ากระบวนการคิดเชิงวิพากษ์หรือการเรียนรู้แบบสืบหาข้อเท็จจริง ทำให้นักเรียนไม่เกิดความเข้าใจที่แท้จริง ส่งผลให้เกิดปัญหาในการประยุกต์ใช้ความรู้แม้แต่ในระดับพื้นฐาน
ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดและนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง เสนอว่า ถ้าจะเปลี่ยนให้เด็กไทยรู้จักการคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงเหตุผล รู้จักทักษะพื้นฐานการคิด อภิปราย ครูต้องเปลี่ยนวิธีสอนให้เด็กมีความกล้าซักถาม รู้จักตั้งคำถาม และสืบค้น ซึ่งต้องแก้ตั้งแต่ระบบคัดเลือกเข้าเรียนต่อ และสถาบันการศึกษาที่ผลิตครูรุ่นใหม่ออกมาสอนนักเรียนก็ต้องปรับวิธีสอนบัณฑิตสายครูออกมาใหม่ด้วย เชื่อว่าทำได้ เพราะทุกวันนี้สื่อการเรียนการสอนต่างๆ ทันสมัยและเด็กรุ่นใหม่ก็เข้าถึงได้มากขึ้นกว่าในอดีต
“บ่อยครั้งที่นักเรียนไทยไม่พร้อมเมื่อต้องเข้าร่วมการอภิปราย หรือขาดการคิดอย่างเป็นระบบเมื่อต้องแข่งขันในเวทีระดับโลก ดังนั้น นักเรียนไทยจึงต้องเข้าใจว่า การเรียนรู้เป็นการรับทักษะ หรือรับความสามารถในการเรียนรู้ วิเคราะห์ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ ไม่ใช่มองว่าเป็นเพียงการรับเพียงตัวข้อมูลหรือเนื้อหาเท่านั้น ถึงจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้แบบคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผล”
หากครูไทยปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้เด็กไทยรู้จักคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงเหตุและผลเข้าด้วยกันได้แล้ว เชื่อว่าจะทำให้ผลการประเมินในโปรแกรมประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิก(PISA) ประเทศไทย ที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 54 จาก 70 ประเทศ ดีขึ้นได้ การแก้ปัญหานี้ต้องจัดการกับต้นเหตุของปัญหา ซึ่งก็คือ บรรทัดฐานทางสังคมสำหรับวัฒนธรรมไทยให้ได้
“พ่อแม่หลายคนอยากให้ลูกเรียนเก่ง เข้าโรงเรียนดังๆ ดีๆ เพื่อเอาคอนเนกชั่นไว้ให้ลูกเพื่อใช้ในอนาคต หากทำงานจะมีเครือข่ายเพื่อนฝูง ซึ่งเป็นบรรทัดฐานทางสังคมสำหรับวัฒนธรรมไทย ที่บางครั้งก็เป็นการปิดกั้นการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ บางครั้งลูกเลือกเรียนตามพ่อแม่ ทำให้ถูกจำกัดความคิด ทำให้โอกาสทางอาชีพหลังจากนี้ไม่ได้เปิดกว้างเท่าที่ศักยภาพของเด็กมี อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน”
เธอ กล่าวว่า ทางที่ดี พ่อแม่ควรจะเป็นโค้ชในการเลือกทางเดินให้แก่ลูก ด้วยการเปิดกว้างให้โอกาสลูกได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเลือกทางเดินของเขาเองว่ารักและชอบด้านไหน จะได้เลือกเรียนและเรียนจบออกมาประกอบอาชีพอย่างมีความสุข ที่สำคัญเมื่อเด็กเลือกและทำในสิ่งที่รัก ส่วนมากพวกเขาจะทำได้ดี และมีความสุข สุดท้ายนำไปสู่การประสบผลสำเร็จในชีวิต
“หากจะปรับระบบการศึกษา ให้สอนเด็กคิดวิเคราะห์ซึ่งเป็นทักษะในศตวรรษที่ 21 แล้ว รัฐบาลก็ต้องปรับรูปแบบการคัดเลือก ครูปรับรูปแบบการสอน ที่สำคัญผู้ปกครอง ต้องลดมายาคติลง ไม่ใช่ว่าเด็กเก่งต้องเรียนเป็นหมอ เด็กเก่งต้องเป็นครู แต่ต้องเปิดโอกาสให้เด็กเป็นคนเลือกทางเดินเพื่ออนาคตของตัวเอง เพราะบางครั้งเด็กเลือกเรียนตามพ่อแม่ ตามเพื่อน ทำให้โอกาสทางอาชีพหลังจากนี้ไม่ได้เปิดกว้างเท่าที่ศักยภาพของเด็กมี”
“สุจารี” กล่าวว่า ผู้ปกครองควรได้รับคำแนะนำการศึกษาหากลูกของเขาเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวมถึงตัวเด็กนักเรียนต้องเตรียมตัวตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเป็นโอกาสในการสอบหรือสอบทุนเพื่อเข้าศึกษาต่อ ต้องวางแผนควรเลือกเรียนวิชาและการสอบอย่างไร เพื่อให้ได้เข้าเรียนสถานศึกษาที่ดี ที่สำคัญในส่วนของนักเรียนเองต้องรู้ตัวเองว่ามีความสามารถด้านไหน และมีความชอบด้านไหน จะได้พัฒนาให้ตรงจุด มีเป้าหมายที่ชัดเจนและวางแผนการเดินไปสู่เป้าหมายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและมีระเบียบวินัย อดทนและทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
อย่างไรก็ตามการจะสอนให้เด็กไทยคิดวิเคราะห์เป็น ควรปลูกฝังตั้งแต่ปฐมวัย โดยครูผู้สอนในศูนย์เด็กเล็กต้องเปิดกว้างให้เด็กอายุ 2-4 ปี ได้เรียนรู้และเลือกเล่นในสิ่งที่พวกเขาต้องการ มีมุมหนังสือ ของเล่น ให้เลือก โดยในแต่ละวันควรมีช่วงเวลาให้เด็กได้มาเล่า ให้เพื่อนๆ ฟังว่า พวกเขาได้อะไรจากการเล่นบ้าง เพื่อเป็นการฝึกให้รู้จักคิด และการนำเสนอไปพร้อมกับการฝึกให้รู้จักฟัง ซึ่งเป็นพื้นฐานของการคิดวิเคราะห์ได้ในอนาคตนั่นเอง
“สุจารี” เล่าประสบการณ์ในการเรียนในต่างประเทศ ว่าการเรียนการสอนในต่างประเทศ ทำให้เปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้ของเธอมากกว่าการเรียนในประเทศไทยมาก เพราะครูผู้สอนจะให้ผู้เรียนอ่านหนังสือมาก่อน และใช้วิธีเลกเชอร์แต่น้อย แต่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าแลกเปลี่ยนและอภิปรายร่วมกัน ซึ่งนำไปสู่องค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการเรียนรู้แบบคิดวิเคราะห์มากขึ้น
“บรรยากาศการเรียนรู้ในห้องเรียนทำให้เกิดการติื่นตัวมากเมื่อเทียบกับเมืองไทย จากที่เรารู้สึกว่าเตรียมอุดมนี่เรียนหนักแล้วสุดยอดแล้ว แต่ที่ฮาร์วาร์ด นี่คนละเรื่องเลย เพื่อนร่วมชั้นแต่ละคนเขากระตือรือร้นอยากเรียนรู้กันมาก ทำให้เราต้องตื่นตัวและปรับตัวตาม”
ปัจจุบัน “สุจารี” เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทสถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ประเทศไทย ที่นักเรียนมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาสามารถเข้าถึงการให้คำปรึกษาด้วยทางการเชื่อมต่อทางออนไลน์ และแพลตฟอร์มการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ “คริมสัน ฮับ” (Crimson Hub) รวบรวมวิดีโอกว่า 5,000 รายการ ที่มีทั้งคำปรึกษาและคำแนะแนวจากนักศึกษาที่ประสบความสำเร็จ จากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ กว่า 2,000 คนทั่วโลก มี Crimson Youth Fund ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ ดูข้อมูลได้ที่
Website:https://pages.crimsoneducation.org/crimsonyouthfund.htmlRobertson Scholarship
