ปฎิภาณ ยุวนะวณิช มุ่งมั่นเป็นพิธีกรมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/582179

  • วันที่ 04 มี.ค. 2562 เวลา 15:30 น.

ปฎิภาณ ยุวนะวณิช มุ่งมั่นเป็นพิธีกรมืออาชีพ

เรื่อง อณุสรา ทองอุไร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เยาวชนไทยวัยทีนยุค 4.0 จะเรียนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเรียนดีและกิจกรรมก็ต้องเด่น ภาษาที่ได้ก็ต้องมากกว่า 2 ภาษา เพราะสังคมยุคนี้เป็นยุคของการแข่งขัน ใครดี เก่ง ใครมีคุณภาพล้นมากกว่าคนอื่นย่อมได้เปรียบ ผู้ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้านเท่านั้นจะได้อยู่อย่างสตรอง

เด็กหนุ่มหน้าตาเรียบร้อย บุคลิกภาพอ่อนโยนนุ่มนวล น้องต้น-ปฎิภาณ ยุวนะวณิช นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ เอกวิทยุ กระจายเสียง วิชาโทวารสารศาสตร์ และวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เขาบอกว่าเรียนในระดับปานกลาง มีเกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.63 มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้ประกาศข่าวและพิธีกร

เนื่องจากเขามีความฝันที่อยากทำอย่างชัดเจนเช่นนี้ตั้งแต่เด็กๆ เขาจึงตั้งเป้าหมายและเลือกคณะวิชาตามที่ตั้งใจไว้ ด้วยการทำกิจกรรมทั้งนอกและในมหาวิทยาลัยอย่างยิ่งยวดทุกครั้งที่มีโอกาส โดยกิจกรรมในมหาวิทยาลัยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการพูด ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกชมรมปาฐกถาและโต้วาที พิธีกร งานคณะ งานมหาวิทยาลัย ชมรมอนุรักษ์มารยาทไทย เรียกว่ามาสายพูดกันแบบเนื้อๆ เน้นๆ อย่างมั่นใจมาตลอดเวลา

“ผมเข้าชมรมทุกชมรมที่เกี่ยวข้องกับการพูด เคยชนะโต้วาทีมาตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยม ประกาศสุนทรพจน์ ปาฐกถา ต่างๆ ของโรงเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย เรียกว่ามาสายพูดอย่างแท้จริง เพราะมีไอดอลในดวงใจ เป็นพิธีกรและผู้ประการข่าวอย่างพี่ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้ว อยากเดินตามรอยทางพี่ต๊ะ ชอบทุกอย่าง บุคลิกท่าทาง ดูดี ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป อีกคนที่ชอบมากๆ ก็คือ พิธีกรผู้ประกาศข่าวช่อง 9 พี่ตั๋ว-สุทิวัส หงส์พูนพิพัฒน์”

ดังนั้น พอเข้ามหาวิทยาลัยเขาก็เริ่มกิจกรรมด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้นบ้าง โดยสมัครโครงการประกวดทางด้านวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทย จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดมารยาทไทยในโครงการธนชาต ริเริ่ม…เติมเต็มเอกลักษณ์ไทย ครั้งที่ 47 ประจำปี 2561 โดยรับถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เขาบอกว่า การเรียนมหาวิทยาลัยนั้นนอกเหนือจากการเรียนแล้วควรทำกิจกรรมสักสองสามอย่างด้วย เพื่อเป็นการได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น ฝึกความรับผิดชอบ ฝึกการบริหารเวลา เพื่อใช้เวลาที่มีอยู่แบบเป็นประโยชน์ ความเป็นทีมเวิร์ก เพื่อทดสอบเรียนรู้นิสัยใจคอของตนเองว่าเมื่อทำกิจกรรมเป็นคนใจร้อนหรือไม่ รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นหรือไม่ เวลาจบออกไปทำงานจะได้ชัดเจนว่าชอบแบบไหน อย่างไร และมีบุคลิกในการทำงานแบบไหน จะได้ปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

เขาบอกว่าในการแบ่งเวลานั้น ตอนแรกเป็นเรื่องยากมากๆ เพราะมีทั้งเรื่องเรียนที่ต้องรักษาเกรดไว้ให้คงที่ไม่ตกต่ำไปจากที่เคยได้ เรื่องกิจกรรมอื่นๆ งานในชมรม งานที่อาจารย์แต่ละวิชามอบหมายด้วย แล้วยังอยากมีเวลาไปไหนกับเพื่อนๆ บ้าง จึงต้องใช้เวลาระหว่างที่ว่างอย่างคุ้มค่าที่สุด

อีกทั้งรายได้ในครอบครัวไม่ได้มากมายนัก เขาจึงพยายามแบ่งเบาภาระครอบครัวด้วยการใช้เวลาว่างในการทำงานพิเศษบ้าง เช่น เป็นสตาฟฟ์ตามงานต่างๆ รับงานพิธีกร เป็นวีเจแอพไลฟ์สตรีมมิ่ง ทุนการศึกษาจากการไปแข่งขันตามงานต่างๆ เป็นต้น เพื่อหาทุนการศึกษาหรือซื้อของใช้จำเป็นในการเรียนด้วยตัวเอง เพื่อรับผิดชอบภาระส่วนตัวต่างๆ เท่าที่จะทำได้

ดังนั้น พอเข้ามหาวิทยาลัยเขาก็เริ่มทำกิจกรรมตั้งแต่อยู่ปี 1 กันเลยทีเดียว และมักจะได้รางวัลติดไม้ติดมือในการรับประกันการเข้าร่วมแต่ละกิจกรรมทุกครั้งเสมอ เช่น 2 ปีที่แล้วเขาได้รางวัลชนะเลิศการประกวดมารยาทไทย โครงการมหาวิทยาลัยรามคำแหง อนุรักษ์เอกลักษณ์ วัฒนธรรมไทยระดับอุดมศึกษา ครั้งที่ 5 ประจำปี 2560

รางวัลชนะเลิศการประกวดมารยาทไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ระดับอุดมศึกษา ครั้งที่ 2 ประจำปี 2560 จัดโดยมหาวิทยาลัยศรีปทุม และรางวัลนักศึกษากิจกรรมดีเด่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประจำปีการศึกษา 2560

เขาเผยถึงเคล็ดลับในการประกวดกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ว่า มีความจริงจัง ตั้งใจ แล้วก็ซ้อมให้มากๆ เน้นการซ้อมให้เยอะ จับโจทย์ให้แตก ทำจริงจัง ฝึกบ่อยๆ พูดจาให้ชัด ควบกล้ำให้ชัดเจนในชีวิตประจำวันด้วย

“เพราะในการประกวดโครงการเหล่านี้ การพูดเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการถ่ายทอด สื่อสาร และแสดงทัศนคติช่วยทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ดี รวมไปถึงการร่วมกันอนุรักษ์ไว้ซึ่งภาษาไทย อันเป็นมรดกของชาติ การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมในด้านการพูด รวมไปถึงการใช้ภาษา”

เนื่องจากจะเป็นการฝึกฝนตนเองแล้ว ยังจะเป็นการร่วมธำรงไว้ซึ่งมรดกของชาติ ที่พร้อมจะเป็นเมล็ดพันธ์ุ ถ่ายทอดไปสู่เยาวชนรุ่นหลัง ให้ได้รับรู้ถึงความงดงามของภาษาที่ใช้กันอยู่

สำหรับการประกวดในปีที่ผ่านมาเขาก็ได้รางวัลเพิ่มเติมมาอีกหลายประเภท เช่น การชนะเลิศการประกวดสุนทรพจน์เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก ครั้งที่ 5 ในโครงการสุดยอดนักพูดปี 2018 ภาษาไทยระดับอุดมศึกษา จัดโดยชมรมพุทธศาสตร์สากล

รางวัลชนะเลิศการประกวดอ่านออกเสียง เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ รางวัล ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ประจำปี 2561 จัดโดยคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กลุ่มเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาศิลปวัฒนธรรม ประจำปี 2561 และเขาเป็นประธานชมรมปาฐกถาและโต้วาที มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประจำปี 2561 เป็นพิธีกรทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย แล้วเขายังเคยประกวดร้องเพลงลูกกรุงและเพลงไทยสากลอีกด้วย

“มีคนถามเยอะว่าทำไมผมจะประกวดกิจกรรมแต่แนวนี้ ก็เพราะผมชอบ และคิดว่าเหมาะกับบุคลิกหน้าตาของผม ซึ่งดูเป็นคนเรียบร้อย แล้วผมชอบพูดชอบใช้เสียง มันเป็นจุดเด่นที่สุด เพราะคิดว่าเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง จะไปประกวดเต้น ประกวดแสดงอะไรก็ไม่เหมาะกับตัวเองเท่าไร ทำไปก็ฝืน มันไม่ใช่ตัวตนของเรา ก็เลยต้องเลือกอะไรที่ใกล้และเป็นตัวของตัวเองที่สุด ถ้าได้ทำในสิ่งที่เป็นตัวเองที่สุดมันจะทำได้ดีกว่า” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

เขาบอกว่าถ้าคนเรามีความชัดเจนในตัวเองว่าชอบอะไรแล้วโฟกัสไปที่จุดนั้นอย่างตั้งใจ ทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ชอบ ก็จะได้ไม่ไปเสียเวลากับเรื่องอื่น มุ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ “ผมเคยจะลองไปทำกิจกรรมย่างอื่นบ้างอยู่เหมือนกัน แต่ทำแล้วรู้สึกฝืนใจ มันไม่อินก็เลยไม่ทำดีกว่า เพราะไม่มีความสุข เมื่อได้ลองทำหลายๆอย่างเราจะได้คำตอบเองว่าอันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่ แล้วเลือกที่ใช่แล้ว ทำมันให้สุดๆ ไปเลย ผมจึงโฟกัสในเรื่องนี้เต็มที่

ผมประกวดเวทีของธนชาตมาสองครั้งและได้รางวัลทุกครั้ง ปีหน้าก็จะสมัครอีกในประเภทอื่นๆ ปีนี้ชนะเลิศประกวดมารยาทไทย ปีหน้าก็จะประกวดในหัวข้อการอ่านฟังต่อไปคือต้องการชนะเลิศในทุกประเภทของการประกวดทางด้านเอกลักษณ์วัฒนธรรมเลย” เขากล่าวอย่างมุ่งมั่น

Leave a comment