อ่างเก็บน้ำซำตมขาว จากน้ำพระราชหฤทัย ในหลวงรัชกาลที่ 10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/582174

  • วันที่ 04 มี.ค. 2562 เวลา 11:40 น.

อ่างเก็บน้ำซำตมขาว จากน้ำพระราชหฤทัย ในหลวงรัชกาลที่ 10

เรื่อง : วราภรณ์ ผูกพันธ์ ภาพ : ปิดทองหลังพระ

ด้วยอุปสรรคทั้งเป็นที่เชิงเขาและที่ราบสลับลูกเนิน สภาพดินเป็นดินเหนียวปนทราย และการแผ้วถางทำลายป่า ทำให้น้ำฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ณ บ้านห้วยหมากหล่ำ หมู่ 6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ทำให้ผืนดินมีความแห้งแล้ง ราษฎรชาวเกษตรกรและเลี้ยงวัวภูเขาอยู่กันอย่างยากลำบาก คนรุ่นหนุ่มสาวต้องย้ายถิ่นไปรับจ้างทำงานอยู่นอกพื้นที่ จึงเกิดโครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านห้วยหมากหล่ำ หมู่ 6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2560 ซึ่งพื้นที่หมู่บ้านบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทม-ป่าข่า โดยมีร่องน้ำไหลมาจากเขาสวนกวาง คือร่องน้ำซำตมขาวไหลผ่านบริเวณพื้นที่หมู่บ้าน แต่ปริมาณน้ำในลำห้วยก็ไม่เพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ราษฎรส่วนมากยังชีพด้วยการเก็บของป่าและเลี้ยงสัตว์

ชาวบ้านค่อนข้างมีฐานะยากจน ต้องออกไปรับจ้างขายแรงงาน เพื่อแลกกับเงินมาซื้อข้าวและซื้อน้ำสำหรับใช้ในครัวเรือน แต่ในระยะ 3-5 ปีมานี้ มีปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น อันเนื่องเป็นผลมาจากสภาพป่าที่เสื่อมโทรมลง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ประกอบกับภูมิประเทศของหมู่บ้านห้วยหมากหล่ำ อยู่ในโซนที่มีฝนตกน้อย ปริมาณฝนเฉลี่ยของพื้นที่น้อยกว่าฝนเฉลี่ยของจังหวัด อีกทั้งยังขาดพื้นที่รองรับน้ำ ชาวบ้านที่นี่จึงต้องเผชิญกับสภาวะแห้งแล้งลำบาก อาศัยน้ำจากบ่อน้ำเล็กๆ ท้ายหมู่บ้าน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนไปได้บ้าง แต่จะต้องไปตักและแบกน้ำมาใช้เป็นระยะทางไกลหลายกิโลเมตร

ด้วยความยากลำบากของปากและท้อง เมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมา ราษฎรบ้านห้วยหมากหล่ำวัย 82 ปี ชาย ช่วยนา ร่วมกับสมาชิกภายในหมู่บ้านห้วยหมากหล่ำ หมู่ 6 ได้มีหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการ ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำซำตมขาว พร้อมระบบส่งน้ำจากกรมชลประทาน บริเวณห้วยหมากหล่ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ทำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านกว่า 50-60 หลังคาเรือน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากสร้างอ่างเก็บน้ำแล้วยังสร้างถนนให้ชาวบ้านได้ใช้อีกด้วย

“แต่เดิมชาวบ้านต้องซื้อน้ำใช้ถังละ 150 บาท มีปริมาณน้ำ 1,000 ลิตร/ถัง ใช้พอเพียงครั้งละ 2-3 วันเท่านั้น จึงต้องใช้อย่างประหยัด พอมีหนังสือจากสำนักพระราชวังให้ดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านก็มีการพูดคุยกันระหว่างป่าไม้ กรมชลประทาน และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) หาแนวทางร่วมกัน สรุปเหมาะที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้าน และในหลวงรัชกาลที่ 10 รับเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ และสร้างเสร็จอย่างรวดเร็วเมื่อปลายปี 2561 เร่งมือเพื่อเก็บน้ำให้เร็วทันหน้าฝนปี 2561

หน้าฝนที่ผ่านมา ฝนตกน้อยมาก ทำให้มีน้ำในอ่างซำตมขาวน้อยมากเช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำอื่นๆ ขณะนี้จึงมีน้ำเพียง 25% เท่านั้น ทาง จ.อุดรธานี จึงนำพันธุ์ปลามาปล่อย ได้แก่ ตะเพียนขาว ปลาบึก ปลานิล รวม 5 แสนตัว ปัญหาตอนนี้คือถ้าปล่อยน้ำให้ชาวบ้านนำไปใช้ เกรงว่าปลาจะตาย ชาวบ้านจึงลงมติว่า ให้กักเก็บน้ำเลี้ยงปลาในอ่างไว้ และเจียดน้ำไปที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ดูแลให้การศึกษาสำหรับลูกหลานในหมู่บ้านด้านล่างก่อน” อภิชาต ชุมนุมมณี ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน อุดรธานี เล่า

โครงการตามแนวพระราชดำริ

สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือ ลงวันที่ 3 เม.ย. 2560 แจ้งว่า ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว พร้อมระบบส่งน้ำ บ้านห้วยหมากหล่ำ ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2560 จากนั้นกรมชลประทานโดยสำนักงานชลประทานที่ 5 ได้ทำเรื่องขอสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กปร. ได้งบประมาณมาสร้างราว 46 ล้านบาท และดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2560

ด้วยการลงมือลงแรงช่วยแก้ปัญหาความแห้งแล้งขาดน้ำของชาวบ้าน กรมชลประทานได้เร่งมือสร้างอ่างเก็บน้ำให้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2561 มีพื้นที่รับน้ำฝนราว 2.12 ตารางกิโลเมตร ความจุอ่างที่ระดับกักเก็บน้ำ 204,100 ลูกบาศก์เมตร ความสูงทำนบดิน 15 เมตร ความยาวทำนบดิน 187 เมตร หลังทำนบดินกว้าง 6 เมตร รวมทั้งออกแบบระบบส่งน้ำไปถึงบ้านเรือนราษฎรได้โดยง่าย

มีระบบบริหารจัดการน้ำ มีระบบส่งน้ำความยาว 2,250 เมตร จุดจ่ายน้ำจำนวน 9 จุด คาดว่าจะสามารถเก็บกักน้ำต้นทุนและส่งน้ำสนับสนุนการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม และเลี้ยงสัตว์ให้แก่ราษฎรบ้านห้วยหมากหล่ำ จำนวน 50 ครัวเรือน โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชนรวม 200 ไร่ เมื่อน้ำพร้อมเพรียง กรมชลประทานจึงหาที่ทำกินให้ชาวบ้านคนละ 70 ตารางวา เพื่อชาวบ้านได้ใช้เพาะปลูกพืชผักสวนครัวให้มีกินในครัวเรือน สร้างรายได้และตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอีกด้วย

น้ำพระทัยจุดประกายความหวัง

เดิมทีชาวบ้านบ้านห้วยหมากหล่ำ หมู่ 6 คือราษฎรที่ย้ายถิ่นฐานมาจากที่อื่น มาปลูกอ้อย ปลูกมัน อยู่กันนานๆ ก็มาตั้งรกรากอยู่อาศัย ชาย ช่วยนา ผู้ถวายฎีกา วัย 83 ปี เล่าว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นอยากถวายฎีกาเพราะในหมู่บ้านของเขาไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเลี้ยงสัตว์ก็ไม่มี แต่ 5-6 ปี ไม่มีน้ำใช้เลย เพราะปลูกต้นยูคาลิปตัสที่รากดูน้ำในดินออกไปหมด บ้านแล้งไม่มีน้ำกินน้ำใช้ น้ำเลี้ยงสัตว์ก็ไม่มี พวกเขาจึงตั้งใจเขียนฎีกา โดยมีคนในหมู่บ้านช่วยกันเขียน แต่ลงชื่อลุงเพราะอายุมากที่สุด พอได้รับเรื่องว่าพระองค์ทรงมีน้ำพระราชหฤทัยให้สร้างอ่างเก็บน้ำ ยังความปลาบปลื้มให้ชาวบ้านอย่างหาที่สุดมิได้

“ดีใจและปลาบปลื้มใจมาก พอถวายฎีกาได้แล้ว ก็ดีใจกันทั้งหมู่บ้าน ตอนนี้อ่างเก็บน้ำเสร็จแล้ว เราจะได้น้ำมาใช้กันในครัวเรือน เลี้ยงปลาในกระชังบ้าง และจะได้ปลูกผัก เช่น ต้นหอม พริกขี้หนู ในพื้นที่ 70 ตารางวา ลุงไม่ได้เลี้ยงสัตว์แต่ลูกสาวตาเลี้ยงวัว 30 ตัว พอมีน้ำปลูกผักก็งามอยู่ ปลูกผักได้ขาย แม้ที่บ้านจะแห้งแล้งแต่ตาก็ยังอยู่ไม่หนีไปไหน แต่ลูกๆ ก็ออกไปทำมาหากินที่อื่น ตาอยากขอบคุณน้ำพระทัยของในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นอย่างมาก ที่ได้มาสานต่องานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ” ชาย ผู้ถวายฎีกาเล่า

ด้าน เภา ยาท้าว ผู้ใหญ่บ้านห้วยหมากหล่ำ หมู่ 6 เล่าว่า เมื่อชาวบ้านรู้ว่าในหลวงพระราชทานอ่างเก็บน้ำในหมู่บ้านแล้ว บางคนร้องไห้ดีใจเพราะลูกหลานจะได้ย้ายกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว และจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชาวบ้านดีใจมาก มั่นใจจากบางคนอยู่กระต๊อบ เปลี่ยนมาซื้อสังกะสีทำหลังคาแล้ว

“ครั้งแรกๆ ที่ผมย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน ตอนนั้นผมยังเป็นหนุ่ม แรกๆ ชาวบ้านทำไร่เลื่อนลอย ได้สัมปทานป่า ต้นไม้ใหญ่ถูกตัดออกไปหมด ส่วนผมมารับจ้างปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง และชาวบ้านก็ค่อยๆ ปลูกป่าขึ้นเรื่อยๆ แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา ภูเขาลูกนี้แห้งแล้งมาก มีน้ำใช้น้อยมาก จากชาวบ้านเลี้ยงวัวภูเขาก็เลี้ยงไม่ได้ เกิดความเดือดร้อนมาก ของบประมาณหลายครั้งพัฒนาส่วนตำบลมาสร้างแหล่งน้ำไม่พอ จึงปรึกษากับผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน องค์กรบริหารส่วนตำบล ทำเรื่องถวายฎีกา อีก 1 เดือนก็มีหน่วยงานต่างๆ มาดูพื้นที่ พบว่ามีแหล่งน้ำเพียงบ่อเล็กๆ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนหนักมาก

พอน้ำไม่พอก็ต้องซื้อน้ำใช้ ได้ประมาณ 2 เดือน ผู้หลักผู้ใหญ่จึงถวายฎีกา ที่นี่แล้งมาก ชาวบ้านมากกว่า 50 หลังคาเรือน อาศัยอยู่บนภูเขา ฝนตกก็ไม่มีแหล่งน้ำเก็บกักไว้ใช้ ต้นไม้ตายหมด สัตว์เลี้ยงไม่มีน้ำกิน ปัจจุบันชาวบ้านสามารถเลี้ยงวัวบนภูเขาได้ แต่ก่อนเดือดร้อนเรื่องน้ำกินน้ำใช้ ต้องอาศัยน้ำจากลำห้วยซำตมขาวประทังชีวิต แต่นับวันยิ่งแห้งขอดไปเรื่อยๆ พอชาวบ้านรู้ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชดำริให้สร้างอ่างเก็บน้ำซำตมขาวขึ้นที่หมู่บ้านของเรา ทุกคนดีใจมาก บางคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เพราะเราจะมีน้ำไว้ทำการเกษตร เมื่อมีน้ำเราจะมีแรงทำมาหากิน ชีวิตเราคงจะดีขึ้นกว่าเดิมที่เป็นอยู่” เภา บอก

พอมีอ่างน้ำเต็มอ่างพอใช้ได้แล้ว คาดว่าปีหน้าเภาตั้งใจว่าจะเปิดสปอตไลต์ปลูกผักทั้งวันทั้งคืนเลย โดยวางแผนว่าจะปลูกผักล้มลุก และพืชผักสวนครัว เช่น น้ำเต้า พริก อยากกินก็ไปเด็ดกินได้ ปลูกพืชผักให้เต็มพื้นที่ไม่ให้ว่าง ตั้งใจจะปลูกอะไรที่กินได้ก่อน อนาคตสดใสเมื่อมีน้ำใช้

“ตอนแล้งมากๆ แต่ก่อนต้องซื้อน้ำใช้เป็นถังๆ ถังละ 140-240 บาท/ถัง ถ้ามีอ่างแล้วก็ไม่ต้องซื้อน้ำ ผมเคยซื้อน้ำเดือนละ 5 ถัง/เดือน เพื่อใช้อุปโภคบริโภค รดสวนเล็กน้อย ใช้น้ำให้น้อยที่สุด เดือนหนึ่งซักผ้าทีหนึ่ง ผมทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ น้ำคือดวงใจ ในหลวงรัชกาลที่ 9 วางแผนชีวิตให้หมดแล้ว 3 ห่วงกับ 2 ขีด คิดเป็น ประมาณตน และรู้จักลงมือทำ สองขีด คือความรู้คู่คุณธรรม อย่าผลักต้นกล้าให้โตเร็ว ทำอะไรอย่าใจร้อน ล้มแล้วกล้าลุกขึ้น ทำอะไรก็ต้องรู้จักคิด ส่วนรัชกาลที่ 10 และเจ้านายทุกพระองค์ผมก็รู้สึกซาบซึ้ง เพราะพระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างที่สุด พระองค์ทำเพื่อประชาชนทุกคน

เดี๋ยวนี้พอได้ยินข่าวในหลวงพระราชทานอ่างเก็บน้ำ จาก 30 หลังคาเรือน ก็กลับมาบ้านปลูกบ้าน 70 หลังคาเรือนแล้ว ความหวังจะได้อยู่ได้พอกิน ไม่ไปรับจ้างตัดอ้อยตัดหญ้าที่อื่นแล้ว เราเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชแบบออร์แกนิก ใช้ปุ๋ยคอกปลูกผัก พยายามไม่ใช้สารเคมี ผักเลยงาม ปัจจุบันชาวบ้านทำอาชีพ เลี้ยงวัวภูเขา ปลูกพืช ปลูกผัก มีการตั้งกลุ่มอาชีพทำขนม จากราชภัฏมาสอน และงานจักสานสอนทำไม้กวาดจากดอกแถม เป็นหญ้าพื้นบ้านของพื้นถิ่น ช่วยทำรายได้ได้ดีทีเดียว มีรายได้ต่อเดือน เช่น การไปรับจ้างข้างนอก ทำให้ปากท้องของราษฎรเริ่มดีขึ้นจากน้ำพระทัยของในหลวง” เภา กล่าว

Leave a comment