ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/333333

‘อู๊ดด้า’ชวนชิมเมนูฮอตเมืองภูเก็ต ‘หมี่ผัดฮกเกี้ยน’
nn…เก็บตกเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องเดินสาย“ไปอวยพร-ไปรับพรสงกรานต์”หลายที่….สำหรับอดีต สส.พังงาหลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ “อู๊ดด้า–จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รวมถึงพาครอบครัวไปเยี่ยมคุณพ่อที่บ้านในสวน ท้ายเหมือง…เป็นที่รู้กันว่าในการเดินทางทุกครั้งอู๊ดด้าจะนำเสนอร้านอาหารอร่อย พร้อมเมนูขึ้นชื่อให้แฟนคลับตาร้อน ยั่วพยาธิอยากไปชิมบ้างทุกที ครั้งนี้ก็เช่นกันเจ้าตัวไปลุยภูเก็ต…พร้อมทำหน้าที่อู๊ดด้าชวนชิมตามเคยว่า ถ้าใครไปภูเก็ต ไม่ได้แวะไปรับประทาน“หมี่ผัดฮกเกี้ยน” ถือว่าไปไม่ถึงภูเก็ต ก่อนจะนำเสนอเมนูเด็ดที่เจ้าตัวภูมิใจชวนชิมว่า “หมี่ผัดฮกเกี้ยน” ที่ใช้หมี่กลมเส้นเหลืองผัดกับหมู กุ้ง ปลา ลูกชิ้นปลา ปลาหมึก ตามแต่สรรหาใส่ลงไปได้… สำคัญผักที่ใส่ลงไปผัดด้วยต้องเป็น“ผักกาดกวางตุ้ง”เท่านั้น ถ้าไปใช้ผักอย่างอื่น เสร็จเลย เสียเอกลักษณ์ของความเป็นหมี่ผัดฮกเกี้ยนทันที…
…สำหรับร้านประจำของเฮียอู๊ดด้า ทุกทีที่ไปภูเก็ตอย่างน้อยมื้อเที่ยงหนึ่งมื้อ ต้องแวะไปลิ้มรสหมี่ผัดฮกเกี้ยนเจ้าประจำนั้น ตั้งอยู่กลางเมืองภูเก็ต พิกัดโรงหนังเฉลิมตันเก่า ชื่อร้าน“ลกเที้ยน” อยู่ตรงมุมสี่แยกพอดี ทีเด็ดนะหรือ “…ร้านนี้จะผัดทีละจาน ผัดทีควันโขมง ส่งกลิ่นยั่วยวนชวนชิมไปทั้งร้าน มีทั้งหมี่เหลือง หมี่เหลืองผสมเส้นหมี่ หรือที่คนภูเก็ตกับคนพังงาบ้านผมเรียกว่า“บีหุ้น” มีทั้งเส้นใหญ่ที่จะผัดขลุกขลิกแบบหมี่เหลือง หรือทำแบบราดหน้าแต่ใส่ผักกาดกวางตุ้งก็ได้ ร้านนี้แปลกกว่าร้านอื่นตรงที่ใส่หมูแดงลงไปผัดด้วยทุกจาน….”…อ่านแล้วน้ำลายสอ ได้ทั้งภาพทั้งกลิ่น ตบท้ายตอกย้ำกระตุ้นแฟนคลับอยากจะให้ไปชิมซะเหลือเกิน “ร้านนี้สำหรับผม…ถูกใจทั้งรสทั้งกลิ่น กินเข้าไปแล้วเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นโบราณจริงๆ”…นอกจากเมนูหมี่ผัดแล้ว…เมนูเด็ดอีกอย่างของร้านนี้ยังมี “เปาะเปี๊ยะสดโบราณ” ไม่เท่านั้น ยังมี“บีหุ้น ป้าฉ่าง” มี“โล้บะ” มีหมูสะเต๊ะและพระเอกอีกตัวคือ “องเอ๋ว”หรือน้ำแข็งไสราดน้ำแดงที่มีวุ้นนิ่มๆใสๆ ก้อนใหญ่ซ่อนอยู่ข้างใน…เรียกว่า สงกรานต์ปีนี้อู๊ดด้าสดชื่นสุดๆ เพราะรับประทานมื้อเที่ยงพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว แถมยังได้ไปกินอาหารร้านโปรดที่ภูเก็ตอีกต่างหาก อิ่มอกอิ่มใจพร้อมอิ่มท้องอีกต่างหาก…ตาร้อนผ่าวๆเลยเจ้าค่ะ…nn
nn…ส่วน อดีต สส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ “ผ่องศรี ธาราภูมิ”สาวแกร่งอีกคน ก็ไม่น้อยหน้า หลังเดินสายรดน้ำดำหัวขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพแล้ว ก็ไปประจำการที่วังนารายณ์ สถานที่จัดงานฉลองปีใหม่ไทยยิ่งใหญ่ของเมืองลพบุรี เจ้าตัวยังได้ร่วมรำวงมาตรฐานกับสมาชิกเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุในงาน..สำราญใจวันครอบครัว..คนลพบุรี มีผู้ว่าราชการจังหวัดพารำอย่างพร้อมเพรียง..เห็นภาพแล้ว ท่วงท่ารำ ตั้งวง ใช้ได้อยู่…แว่วว่า ทุกคนที่มาเที่ยวชมงาน ต้องเจอประแป้งแต่งดินสอพอง ของดีเมืองลพฯ ที่ผสมน้ำหอมน้ำปรุง แตะด้วยดอกดาวเรืองไปประลงบนใบหน้า ทั้งแก้มซ้ายแก้มขวา ด้วยมารยาทไทย ที่เจ้าตัวเรียกว่าเล่นแป้งพองามวิถีไทย โดยต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง ตลอดสงกรานต์ปีนี้ ผู้แทนฯผ่องศรีเลยถูกยกเป็นมือวางอันดับ 1 ประแป้งให้คนที่มาร่วมงานถ้วนหน้า ชื่นมื่นกันไป…
…แถมท้าย ผู้แทนฯสาวแกร่งเมืองลพฯยังมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆมาฝากถึงไฮไลท์ ที่เป็นสิริมงคลยิ่งกับชีวิตสำหรับชาวเมืองลพบุรี นั่นก็คือ “น้ำศักดิ์สิทธิ์” จาก 9 แหล่งน้ำประวัติศาสตร์แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เตรียมไว้สำหรับให้ประชาชนใช้สรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จาก 11 อำเภอในจ.ลพบุรี ที่อัญเชิญมาให้ประชาชนสรงน้ำในเทศกาลสงกรานต์..ณ วังนารายณ์ อีกทั้งยังใช้ในพิธีทำน้ำพระพุทธมนต์…ไล่เลียงที่มาน้ำศักดิ์สิทธิ์ เริ่มจาก 1.วัดเชิงท่า..วัดเส้นทางเสด็จฯจากชลมารคขึ้นสู่พระราชวัง..พระอาจารย์เมตตาให้น้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากทุกแหล่งในวัด..รวมเป็น 1 เดียว วัดนี้มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์..ท่อประปาดินเผาของเก่าครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2.วัดกวิศรารามวรวิหาร..วัดหลวงประจำพระราชวัง วัดนี้มีน้ำในบ่อโบราณ นำน้ำมาใช้ประกอบพิธีสำคัญ อาทิ พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา 3.วัดพรหมมาสตร์-แม่น้ำลพบุรี-วัดมณีชลขันธ์..วัดร่วมสมัยในแผ่นดินพระนารายณ์ 4.วัดพระยาออก(ร้าง)-หลวงพ่อขาว ในรร.พิบูลวิทยาลัย..มีบ่อน้ำโบราณ
…มาถึงแหล่งที่ 5.วัดตองปุ..วัดสำคัญร่วมสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 6.น้ำจากอ่างซับเหล็กนอกเมืองลพบุรี แหล่งน้ำต้นกำเนิดประปาในรัชสมัยพระนารายณ์ 7.น้ำจากแม่น้ำบางขาม สายน้ำสำคัญ..ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม 8.น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และ9.น้ำจากบ่อน้ำโบราณดั้งเดิมในวังนารายณ์ หน้าพระที่นั่งสุทธาสวรรย์…หลังสงกรานต์นี้ ถ้าใครอยากจะย้อนรอย “ออเจ้า”อีกสักรอบ น่าจะลองออนทัวร์แหล่งที่มาน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 แห่งนี้ เพราะน่าสนใจไม่น้อยทีเดียวเชียว…nn