ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/333045

‘เรือมตร๊ด’!การละเล่นโบราณกว่าพันปี…ไม่สืบสานก็สาบสูญ(ชมคลิป)
“เรือมตร๊ด” การละเล่นพื้นเมืองโบราณกว่าพันปี ของชาวไทยเชื้อสายเขมร“สุรินทร์” ในงานบุญ“แคแจ๊ต”หรือ“รำตรุษสงกรานต์” ไม่สืบสาน…ก็สาบสูญ
ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่บ้านขยอง หมู่ 10 ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีการแสดงพื้นเมืองสุรินทร์โบราณที่มีการสืบทอดกันมาหลายพันปี จากรุ่นสู่รุ่น คือ “รำตร๊ด” ซึ่งภาษาเขมรพื้นถิ่นสุรินทร์ หรือแปลเป็นไทยว่า “การรำตรุษสงกรานต์” ซึ่งเป็นการละเล่นของชาวไทยเชื้อสายเขมรจะนิยมเล่นในช่วงสงกรานต์ หรือที่ชาวเขมรเรียกว่า “แคแจ๊ต” พบได้ในเขตอีสานใต้ที่พูดภาษาเขมรเป็นส่วนมาก
ทั้งนี้ ในจังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ก็ยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง แต่วิธีการเล่นและทำนองเพลงจะแตกต่างกันกับของฝั่งไทย แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ เพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวไทยเชื้อสายเขมร จ.สุรินทร์ ไม่ให้สาบสูญ หายไปกับกาลเวลา และเพื่อนำเงินเข้าวัด
.jpg)
สำหรับวิธีการเล่นจะคล้ายๆกัน คือ เดินเป็นกลุ่มๆ มีกลองเป็นเครื่องดนตรีหลักในการประกอบจังหวะ มีคนร้องนำ 1 คน เดินเรี่ยไรขอบริจาคตามบ้านผู้คน
องค์ประกอบของ “ขบวนเรือมตร๊ด” ประกอบด้วย “ตังเคา” คือ อาจารย์ผู้นำพิธี ที่จะเป็นคนรับบริจาค ต้องสามารถสวดมนต์เพื่อทำน้ำมนต์ประพรมอวยพรให้แต่ละบ้าน ที่ต้อนรับขบวนตร๊ดได้ , “แม่เพลง” คือ ผู้นำร้องเพลงตร๊ด , “ลูกคู่” คือ ทุกคนที่ร่วมขบวนเรือมตร๊ด ต้องร้องเพลงตร๊ดตามแม่เพลง ดนตรี ประกอบด้วยกลอง ฉิ่ง หรือฉาบ
หลายแห่งต้องมี “ปันแซร” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทำให้เกิดเสียง ใช้ไม้ด้ามยาว ยอดทำเป็นไม้ไขว้และผูกโยงเชือก ประดับริ้วกระดาษสี แขวนกระป๋องหรือวัสดุที่ทำให้เกิดเสียง ใช้กระทุ้งนำขบวนเรือมตร๊ด หรือเครื่องดนตรีอื่นๆที่มีในชุมชน ปัจจุบันมีเครื่องเสียงใส่รถเข็นตามเป็นองค์ประกอบเพิ่มเติม และดอกไม้ธูปเทียน ใส่ขันหรือภาชนะ เพื่อรับบริจาค
ขั้นตอนการเล่น…เมื่อถึงวันนัดหมาย แม่เพลงและตังเคาจะนัดรวมพลกัน ณ จุดใดจุดหนึ่งของหมู่บ้าน เพื่อทำพิธีไหว้ครูเพลงก่อนที่จะเริ่ม ซึ่งการไหว้ครูเพลงจะประกอบด้วยพานดอกไม้ธูปเทียน(ขัน 5) และเหล้า ตังเคาจะเป็นผู้ประกอบพิธีให้ จากนั้นตังเคารดน้ำมนต์และอวยพรให้คณะเรือมตร๊ด แม่เพลงจะร้องเพลงสามรอบก่อนจะนำขบวนออกไปรับบริจาคทานจากแต่ละบ้าน หลังจากนั้นขบวนจะเดินไปตามบ้านต่างๆ เมื่อถึงหน้าบ้านที่พร้อมจะรับคณะตร๊ด แม่เพลงจะเริ่มร้องเพลงเพื่อขอเข้าบ้าน ขอรับบริจาค จากนั้นตังเคาจะเดินเข้าบ้านเพื่อไปรับบริจาคในบริเวณที่เจ้าบ้านจัดไว้ให้
.jpg)
การจัดเตรียมของเจ้าบ้าน บริเวณนอกบ้าน ต้องตั้งถังน้ำไว้ เพื่อไว้รับคณะเรือมตร๊ด ให้คณะเรือมตร๊ดสามารถรำไปเรื่อยๆรอบถังน้ำนั้น จนกว่าตังเคาจะทำพิธีรับบริจาคเสร็จ ส่วนภายในบ้าน เตรียมดอกไม้ธูปเทียน น้ำดื่ม น้ำหวาน หรืออื่นๆ ตามศรัทธาเพื่อมอบให้กับคณะเรือมตร๊ดโดยมรตังเคาเป็นผู้รับ เมื่อตังเคาสวดมนต์ ประพรมน้ำมนให้พรเจ้าบ้าน เจ้าบ้านจะต้องนำแป้งมาทาให้ตังเคา และออกมาทาแป้งให้คณะเรือมตร๊ดด้านนอก
จากนั้นน้ำในถังที่เตรียมไว้ก็จะนำมารดกันสนุกสนานท่ามกลางความร้อนระอุ จากนั้นแม่เพลงก็จะเริ่มร้องเพลงลาเจ้าบ้านพร้อมทั้งอวยชัยให้พรเจ้าบ้านให้นาได้ข้าวทำอะไรให้โชคดี ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบทุกบ้าน สำหรับเจ้าบ้านที่รับคณะเรือมตร๊ดเชื่อกันว่าจะนำพาความอุดมสมบูรณ์และความโชคดีมาให้แก่บ้านนั้นๆ
เมื่อเข้าสู่วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ถือว่าเป็นวันฉลองสงกรานต์ เช้าวันนี้ที่วัดดอมรินราราม คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากหลายหมู่บ้าน พิธีสงฆ์เริ่มขึ้นจากนั้นทำพิธีฉลองสงกรานต์ และแห่พระสงกรานต์รอบศาลาวัด วัดสังข์มงคล บ้านขยอง ต.ตาอ็อง อ.เมืองสุรินทร์ การแห่นี้ผู้มาร่วมงานแต่ละคนจะทำธง เรียกว่า “การดอดตวง” โดยจะแห่ธงรอบศาลา 3 รอบจากนั้นจะนำธงมาปักรอบกองทรายและหิ้งพิธีที่ทำไว้เพื่อบูชาเพทยา นางฟ้า ผีบรรพบุรุษ พระแม่ธรณี
.jpg)
บ่ายวันเดียวกัน คณะเรือมตร๊ดจากแต่ละหมู่บ้านจะนำปัจจัยต่างๆ ที่ได้รับบริจาคมา แห่มารวมกันที่วัด บรรยากาศครื้นเครง จากนั้นจะทำการถวายปัจจัย ภายหลังจะทำพิธีสรงพระ โดยมีพิธีอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะนำมาสรงพระและรดน้ำดำหัวผู้อาวุโสตามลำดับ ในอดีตนั้นวันฉลองสงกรานต์จะสนุกสนานมากเพราะมีการละเล่นทั้งเรือมอันเร สะบ้า โชง ฯลฯ
การละเล่นเหล่านี้เล่นยาวไปจนถึงวันแรม 14 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งเป็นวันส่งท้ายสงกรานต์ เรียกว่า “แห่โดนจังการน” ซึ่งเชื่อกันว่าบรรพบุรุษทั้งหลายได้ลงมาวันสงกรานต์วันนี้ต้องส่งปู่ย่าตายายกลับภูมิภพ ต้องมีกรทำข้าวปลาอาหารส่งให้บรรพบุรุษอย่างอุดมสมบูรณ์ ในวันนี้มีการละเล่นเรือมอันเร สะบ้า ฯลฯ อย่างสนุกสนานเป็นการส่งท้าย ก่อนจะทำบุญตักบาตรในวันรุ่งขึ้น เป็นอันสิ้นสุดประเพณีบุญเดือน 5 ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลผลิตรอบใหม่
