ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/582806
- วันที่ 10 มี.ค. 2562 เวลา 18:00 น.

เรื่อง ลีโอ
กวี ปฐมบูรณ์ หนุ่มกราฟฟิก ที่หลงรักโยคะตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัส หลังจากที่ย้ายงานมาประจำด้านกราฟฟิกที่ สตูดิโอ โยคะ เอลลิเม้นท์ส (Yoga Elements) ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้จักโยคะเสียด้วยซ้ำ รู้แต่ว่าเป็นคนที่รักสุขภาพเป็นทุนเดิม และเป็นจังหวะดีที่ทางสตูดิโอที่ทำงานอยู่นั้นอบรมด้านโยคะให้กับพนักงานทุกคนฟรี
“ผมมาทำกราฟฟิกที่นี่แล้วโลกเปลี่ยนเลยครับ เพราะนอกจากได้ทำกราฟฟิกเหมือนเดิมแล้ว เรายังได้เรียนโยคะ ทั้งที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าโยคะคืออะไร มีแค่ภาพในหัวว่าโยคะก็คือผู้หญิงสวยๆ หุ่นดีๆ ออกกำลังด้วยท่าสวยๆ แต่พอได้มาสัมผัสคลาสโยคะ ทุกอย่างเปลี่ยน เป็นการเปิดโลกใหม่ ยังจำได้เลยว่าตอนนั้นเหมือนเราเป็นอลิซในอินวันเดอร์แลนด์ที่ตกลงไปโพรงกระต่าย ทำให้เรารู้จักกับร่างกายเรามากยิ่งขึ้น เอ้ย…นี่แขนเราเหรอ นี่ขาเราเหรอ นี่ร่างกายเราเหรอ เราไม่เคยได้รู้จักกับมันอย่างลึกซึ้งมาก่อน ทำให้เราเข้าใจจิตใจและร่างกายเรามากยิ่งขึ้น”
หลังจากหนุ่มกวีได้เรียนรู้ไปสักพักเขาก็เริ่มรักโยคะ ซึ่งสอนให้รู้จักคำว่ารักตนเองมากยิ่งขึ้น
“โยคะทำให้เราเข้าใจลมหายใจของตัวเอง เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง และมีสมาธิเพิ่มขึ้น และทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น มีสติรู้ว่านี่ตัวเรา รู้ความรู้สึกของร่างกายมากขึ้น อย่างการนั่ง การวางเท้าเราจะรู้ว่าเราต้องวางน้ำหนักเท้าลงอย่างไร จากเมื่อก่อนผมจะเป็นคนขี้อาย และหลังค่อมเพราะเราทำงานหน้าคอมพ์ แต่พอเรามาเรียนโยคะเขาจะสอนให้เรายืดกระดูกสันหลัง ทำให้เรารู้ว่ายืดหลัง ยืดอก และเดินหลังตรงเป็นอย่างไร เราจะถ่ายรูปเก็บไว้ดูแล้วเห็นว่าเออเราดูบุคลิกภาพดีขึ้น และยังเอื้อไปถึงการทำกราฟฟิกของเรา เพราะเราเข้าใจโยคะมากยิ่งขึ้น งานก็สะท้อนออกมาอย่างเข้าใจ”
จากนั้นไม่นานนัก หนุ่มกวีก็ก้าวข้ามจากนักเรียน มาเป็นครูฝึกโยคะ ขณะที่ยังทำงานกราฟฟิกและรีเซฟชั่นควบคู่ไปด้วย จากจุดเริ่มต้นเป็นครูสอนในกรณีที่ครูคนอื่นติดธุระ จนกระทั่งก้าวสู่การเป็นครูที่มีคลาสสอนเป็นของตนเอง
“ผมเรียนแล้วได้ฝึกโยคะจนหลงรัก แล้วพอดีที่สตูเขาเปิดสอนคอร์สครูโยคะ แล้วให้ผมไปเรียนฟรี เรียนได้ 3 เดือนก็ได้เป็นครู ที่นี่เขาจะเน้นเรื่องจิตวิทยาในการสอน การทำเสียงสูง เสียงต่ำ รวมไปถึงท่าโยคะ สอนครั้งแรกจำได้เลยว่า เหมือนเราป็นนักร้องที่ต้องมายืนหน้าห้อง จากคนขี้อาย พอเริ่มสเต็ปเราก็เหมือนเป็นนักร้องที่ต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็ค่อยๆ ปรับไปเรื่อยๆ จนฟีดแบ็กออกมาดีเราก็ดีใจ และมีความสุข”
จนถึงวันนี้โยคะไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ของหนุ่มกวีอีกต่อไป แต่ในทุกวันนี้และวันต่อไปโยคะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทำให้เขารักตัวเอง รวมถึงรู้จักแบ่งปันถึงคนอื่น
“โยคะเปลี่ยนผมเยอะมาก เปลี่ยนตั้งแต่ตอนที่เรารู้จักกับโยคะ คือทำให้เรารู้จักร่างกายของเรามากยิ่งขึ้น รู้จักจิตใจมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งลมหายใจที่เราเข้าใจมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเรารักตัวเองมากยิ่งขึ้น จากก่อนหน้านี้ผมจะกินเหล้าหนักมาก เพราะอกหัก เมาวันเว้นวัน จนมาเจอโยคะทำให้เราห่างเหล้า และรักตัวเองมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนตอนที่เราเป็นครู มันทำลายกำแพงของเรา จากที่ขี้อาย พูดไม่เก่ง ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วเรารู้ว่าเรามี เราทำได้ แต่ไม่กล้าแสดงออก พอได้เป็นครูก็ทำให้เรารู้จักแบ่งปันให้กับคนอื่น มันทำให้เรารู้สึกว่าเรามีคุณค่าในตัวเองมากยิ่งขึ้นครับ”
หนุ่มกวียังส่งท้ายถึงผู้ที่ไม่รู้จักโยคะดีว่า โยคะนั้นสามารถเรียนได้ทุกเพศ ทุกวัย แม้กระทั่งคนป่วย อย่าง ออฟฟิศซินโดรม เพียงแค่คุณรู้จักเปลี่ยนจุดก็จะพบกับจุดเปลี่ยนของชีวิต

