ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/585080
- วันที่ 31 มี.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

ใครๆ ก็ทำกัน ‘พักนอนลากยาวในวันหยุด’ สูตรสำเร็จเพื่องานเสร็จทันเวลา หรือแค่วิธีการตายผ่อนส่ง
คิดผิดคิดใหม่ สำหรับคนวัยทำงานที่โหมงานหนัก ทำงานหามรุ่งหามค่ำช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ แล้วคิดว่าค่อยมานอนชดเชยกับเวลาที่ขาดไปในวันหยุด โดยเข้าใจว่าวิธีนี้น่าจะทดแทนการนอนที่ขาดไประหว่างสัปดาห์ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันจะสามารถนอนทดแทนเวลากันได้จริงหรือ?
มีผลการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Johns Hopkins ยืนยันแล้วว่า การนอนไม่เพียงพอระหว่างสัปดาห์ และกักตุนมานอนชดเชยในช่วงวันหยุดแทนนั้น…”ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างใด” เพราะนอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาการพักผ่อนไม่พอแล้ว ยังจะเพิ่มความเสี่ยงเรื่องความอ้วน โรคเบาหวาน รวมทั้งความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และอื่นๆ ได้ด้วย
นักวิจัยได้ศึกษาพฤติกรรมการนอนชดเชยในช่วงวันหยุด และพบว่ากลุ่มที่นอนไม่พอระหว่างสัปดาห์และพยายามนอนชดเชยนั้น มักจะมีปัญหาน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพราะเมื่อเรานอนไม่พอ ร่างกายจะเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น ทำให้เราหิวบ่อยขึ้นและมักกินผิดเวลา
นอกจากนั้น การนอนไม่พอยังส่งผลต่อฮอร์โมนที่สำคัญสองชนิดในร่างกายด้วย หนึ่งคือฮอร์โมน Leptin ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและลดความอยากอาหาร ซึ่งเมื่อเรานอนไม่พอฮอร์โมน Leptin นี้จะลดลง ในขณะที่ฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งชื่อ Ghrelin ซึ่งเพิ่มความอยากอาหารจะมีระดับสูงขึ้น แต่ที่สำคัญต่อสุขภาพมากกว่าน้ำหนักตัวหรือรอบเอว ก็คือการนอนไม่พอและพยายามหาเวลานอนชดเชยในช่วงสุดสัปดาห์ จะส่งผลต่ออินซูลินในกล้ามเนื้อและตับ ซึ่งก็หมายถึงว่าร่างกายของคนที่นอนไม่พอจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมน้ำตาลในเลือดและเพิ่มปัญหาความเสี่ยงของการเป็นเบาหวานได้
ส่วนคำเตือนของแพทย์ในเรื่องนี้มีอยู่ว่า การนอนไม่พอและพยายามนอนชดเชยในช่วงวันหยุดนั้น นอกจากจะทำให้ระบบการย่อยอาหารของร่างกายเสียสมดุล ทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักตัวเพิ่ม มีไขมันเกาะที่บริเวณ รอบเอว มีระดับโคเลสเตอรอลที่ผิดปกติ มีน้ำตาลในเลือดสูง และมีความดันโลหิตสูงแล้ว ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ สมองขาดเลือดหล่อเลี้ยง โรคเบาหวาน ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่ายทำงาน ผิดปกติ จนอันตรายถึงโรคมะเร็งลำไส้
ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของเวลาการนอนที่พอดีกับช่วงอายุ โดยข้อมูลจากมูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติ ในสหรัฐ ระบุระยะเวลาในการนอนหลับที่เหมาะสมแบ่งตามอายุ ดังนี้
- เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) ควรนอน 14-17 ชั่วโมงต่อวัน
- เด็กทารก (อายุ 4-11เดือน) ควรนอน 12-15 ชั่วโมง
- เด็ก (อายุ 1-2 ปปี) ควรนอน 11-14 ชั่วโมง
- วัยอนุบาล (3-5 ปี) ควรนอน 10-13 ชั่วโมง
- วัยประถม (6-13 ปี) ควรนอน 9-11 ชั่วโมง
- วัยมัธยม (14-17 ปี) ควรนอน 8-10 ชั่วโมง
- วัยรุ่น (18-25 ปี) ควรนอน 7-9 ชั่วโมง
- วัยทำงาน (26-64 ปี) ควรนอน 7-9 ชั่วโมง เท่ากับตอนวัยรุ่น
- วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) ควรนอน 7-8 ชั่วโมง
