ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/life/590388
- วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

กรมควบคุมโรค เชิญชวนประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี!! เริ่มให้บริการ 1 มิ.ย.นี้
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนประชาชนใน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี โดยเป็นวัคซีนแบบ 3 สายพันธุ์ เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทย ซึ่งมีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันอาการรุนแรงและลดการเสียชีวิตได้ เริ่มให้บริการ 1 มิ.ย. นี้ ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนใกล้บ้านที่ร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในทุกๆปี กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงฟรี เนื่องจากในช่วงนี้ของทุกปีอากาศมักจะเปลี่ยนแปลงประกอบกับไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ทำให้โรคติดต่อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่มีโอกาสที่จะแพร่กระจายเพิ่มมากขึ้น โดยในปีนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เตรียมวัคซีนไว้จำนวน 4 ล้านโด๊ส เพื่อให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ เพื่อป้องกันการเกิดโรคและแพร่กระจายสู่ผู้อื่น
สำหรับวัคซีนที่ใช้เป็นวัคซีนที่ป้องกันได้ 3 สายพันธุ์ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คือ
- A Michigan (H1N1)
- A Switzerland (H3N2)
- B Colorado (Victoria lineage)
ซึ่งจากการเฝ้าระวังศึกษาการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เชื้อในไทย ปี 2562 ข้อมูลถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แยกเป็น A(H1N1) ร้อยละ 23.51 A(H3N2) ร้อยละ 18.17 และ B ร้อยละ 58.32 โดยการวิเคราะห์สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่แยกได้ในประเทศไทยได้ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2562 โดยพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ A(H1N1) พบเป็น A Michigan (H1N1) ร้อยละ 100 , A(H3N2) พบเป็น A Switzerland ร้อยละ 35.00 และ A Singapore ร้อยละ 65.00 สวนเชื้อ B ในปีนี้มีความหลากหลายสายพันธุ์มากกว่าหลายปีที่ผ่านมาคือพบ B Victoria lineage ร้อยละ 99.00 ที่เหลือเป็น B Phuket (Yamagata lineage) ร้อยละ 1.00 ซึ่งพบเชื้อที่ก่อโรคตรงกับสายพันธุ์ในวัคซีน 3 สายพันธุ์ดังกล่าว โดยถือว่ามีความคุ้มค่าและมีความปลอดภัย เพราะมีประสบการณ์การใช้ในประเทศไทยยาวนานกว่า 10 ปี และยังเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทยและทั่วโลก
โดยวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันอาการรุนแรงและลดการเสียชีวิตได้ ส่วนวัคซีน 4 สายพันธุ์นั้น มีองค์ประกอบเหมือนกับวัคซีน 3 สายพันธุ์ แต่จะมีสายพันธุ์ B Phuket (Yamagata lineage) เพิ่มเข้ามา จึงสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ในประเทศไทยมักป่วยด้วยเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่บรรจุอยู่ในวัคซีน 3 สายพันธุ์อยู่แล้ว นอกจากนี้วัคซีน 4 สายพันธุ์ยังมีราคาสูงกว่า ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะพิจารณานำมาใช้เมื่อวัคซีนดังกล่าวมีความคุ้มค่า และประเทศมีความพร้อม หากประชาชนมีความต้องการฉีดวัคซีน 4 สายพันธุ์ซึ่งเป็นวัคซีนอีกทางเลือกหนึ่ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับการฉีดวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ได้ ทั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ในปีนี้ได้เตรียมวัคซีนไว้จำนวน 4 ล้านโด๊ส แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ได้แก่
- หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์มากกว่า 4 เดือน
- เด็ก อายุ 6 เดือน-2 ปี
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด
- ผู้สูงอายุ มากกว่า 65 ปี
- ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
- โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ)
- โรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กก./ BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อ ตรม.
นอกจากนี้ ได้เตรียมวัคซีนสำหรับบุคลากรกลุ่มที่ 2 ซึ่งมีความเสี่ยง 4 แสนโด๊ส ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สอบสวนควบคุมโรค เจ้าหน้าที่ทำลายสัตว์ปีก เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ นักศึกษาทางการแพทย์และสาธารณสุข
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยขอรับบริการวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนที่ร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน- 31 สิงหาคม 2562 ตามวันและสถานที่ดังกล่าว หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
ภาพ : freepik
