ปม 150 วันหลอนเลื่อนเลือกตั้งจนโมฆะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic/analysis/576248

  • วันที่ 08 ม.ค. 2562 เวลา 08:21 น.

ปม 150 วันหลอนเลื่อนเลือกตั้งจนโมฆะ

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เรื่องการเลื่อนการเลือกตั้งกำลังมีประเด็นที่หลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนได้ถึง เมื่อไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางกฎหมายตามมา

ฝั่งรัฐบาลตีความเรื่องนี้ตามรัฐธรรมนูญ คือ ภายใน 150 วันนับตั้งแต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 มีผลใช้บังคับ หมายความว่า วันสุดท้ายของการจัดเลือกตั้งได้นั้นจะต้องไม่เกินวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งเป็นไปตามที่ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ระบุภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

การตีความตามรัฐบาลทำให้เป็นที่มาว่าการเลือกตั้งน่าจะสามารถจัดขึ้นได้ในช่วงปลายเดือน มี.ค. เพื่อที่ อย่างน้อยบรรดากระบวนการต่างๆ ภายหลังการเลือกตั้งน่าจะผ่านพ้นช่วงงานสำคัญของคนไทยทั้งประเทศไทยในช่วงเดือน พ.ค.ไปแล้ว

ทว่ามีอีกฝ่ายหนึ่งได้มีการตีความประเด็นเวลา 150 วัน แตกต่างออกไป และเห็นว่าการเลือกตั้งอย่างช้าที่สุดควรจะต้องไม่เกินวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายการเมืองเริ่มวิเคราะห์กัน และยังเป็นปมที่ กกต.ชุดเก่าเคยตั้งข้อสังเกตเอาไว้ด้วย

กล่าวคือ กำหนดเวลา 150 วัน เกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งนั้นถูกกำหนดไว้ในกฎหมายสองฉบับ ได้แก่ รัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

มาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ บัญญัติว่า “ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับแล้ว”

ปัจจุบันกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 268 พูดถึงนั้นมีผลใช้บังคับแล้ว

จากนั้น มาดูกันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 171 ซึ่งบัญญัติว่า “ในวาระเริ่มแรก ให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีผลใช้บังคับ

และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งต้องไม่ช้ากว่า 150 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับ”

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าในแง่ของเวลา 150 วันของทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง สส.ระบุแตกต่างกัน

รัฐธรรมนูญใช้คำว่า “ให้ดำเนินการเลือกตั้ง…” ส่วนกฎหมายเลือกตั้ง สส.ใช้คำว่า “กำหนดวันเลือกตั้ง…” แม้ประเด็นนี้ “มีชัย ฤชุพันธุ์” เมื่อครั้งทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะยืนยันว่า 150 วันตามรัฐธรรมนูญเป็นการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งที่ต้องมีขึ้นภายใน 150 วัน ไม่ใช่กรอบเวลาของการจัดการเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งวันลงคะแนนเลือกตั้ง ไปจนถึงการรับรองผลการเลือกตั้งที่ต้องอยู่ภายในกรอบ 150 วัน แต่ต้องไม่ลืมว่าความเห็นของอาจารย์มีชัยไม่ได้เป็นที่สิ้นสุดเหมือนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

มองในมุมนี้ หากรัฐบาลและ กกต.ตัดสินใจให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. อาจทำให้เกิดการตีความว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ได้อยู่ในกรอบ 150 วัน

รัฐธรรมนูญมาตรา 85 กำหนดให้ กกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้ง สส.ภายใน 60 วัน เพื่อให้มี สส. 95% หรือ 475 คน จากทั้งหมด 500 คน เพื่อเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก หมายความว่ากำหนด 60 วัน จะไปครบในช่วงปลายเดือน พ.ค. ซึ่งพ้นกรอบเวลา 150 วัน ที่สิ้นสุดวันที่ 9 พ.ค. เว้นเสียแต่ กกต.จะทำการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้เร็วกว่านั้น

ความไม่คลุมเครือตรงนี้เองจึงเริ่มเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าถ้าปล่อยให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นปลายเดือน มี.ค. ตามที่รัฐบาลส่งสัญญาณและ กกต.ใช้เวลาในการรับรองผลการเลือกตั้งเต็มเพดาน 60 วันจนพ้นวันที่ 9 พ.ค.ไป อาจเกิดการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความได้ว่าการ เลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่

ถ้าประเมินกันแบบสุดโต่ง คือ มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความและมีคำวินิจฉัยออกมาว่าการจัดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ความอลหม่านทางกฎหมายและการเมืองคงตามมาอีกมาก

โดยเฉพาะกรอบเวลาของการจัดเลือกตั้งอีกครั้ง จัดใช้กรอบเวลาไหน เพราะเมื่อถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะเสียแล้ว กรอบเวลา 150 วันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ย่อม ไม่สามารถใช้บังคับได้อีก

ครั้นจะใช้กรอบเวลากำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ใน 2 กรณี จะทำได้หรือไม่ ซึ่งได้แก่

1.มาตรา 102 กรณีของการ เลือกตั้งภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ

2.มาตรา 103 กรณีของการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน ภายหลังการยุบสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อเป็นเช่นนี้ช่องว่างของกฎหมายจะเกิดขึ้นและการเลือกตั้งจะถูกเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด

เงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้เกิดมาจากฝ่ายการเมืองแต่ล้วนเป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาแทบทั้งสิ้น

อย่าได้แปลกใจว่าทำไมระยะหลังนี้คะแนนความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงได้อยู่ในระดับที่น่าใจหายและสร้างความวิตกให้กับนักเลือกตั้งจมูกไวในพรรคพลังประชารัฐ

Leave a comment