ส่องตัวเลขผลตรวจสุขภาพประจำปีดัชนีชี้สุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/595669

  • วันที่ 24 ก.ค. 2562 เวลา 17:00 น.

ส่องตัวเลขผลตรวจสุขภาพประจำปีดัชนีชี้สุขภาพ

หนึ่งในสวัสดิการด้านสุขภาพของคนทำงานคือ “การตรวจสุขภาพประจำปี” ซึ่งผลของการตรวจจะปรากฏเป็นตัวเลข โดยแต่ละค่ามีความหมายว่าอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบ

คนส่วนใหญ่เชื่อว่า สุขภาพดี คือการไม่มีโรคประจำตัว ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ซึ่งนั่นเป็นการสังเกตหรือประเมินในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะคนที่เราเข้าใจว่าสุขภาพดีและใช้ชีวิตปกติ อาจมีสัญญาณเตือนการเกิดโรคในอนาคตแอบแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว เพราะไม่เคยตรวจเช็กสุขภาพ ซึ่งการตรวจสุขภาพประจำปี หรือ Health Check-Up ถือเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพที่จะทำให้เราไม่ประมาทนั่นเอง

เลือดเราสุขภาพดีหรือไม่

มองหาคำว่า ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด “CBC” (Complete Blood Cell) เพื่อค้นหาความผิดปกติของส่วนประกอบทั้งหมดของเลือด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ความเข้มข้นของเลือด ซึ่งอาจบ่งบอกถึงสภาวะความผิดปกติของเลือด ภาวะโลหิตจาง ภาวะที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกาย และรูปร่างของเม็ดเลือดแดง ดังนั้้น ค่าฮีโมโกบิน (Hemoglobin) ของผู้ชายจะต้องอยู่ที่ประมาณ 13-18 และผู้หญิงจะอยู่ที่ประมาณ 12-16 หากมีค่าต่ำกว่าอาจจะเป็นโรคโลหิตจาง หรือธาลัสซีเมีย

น้ำตาลสูงวัดกันที่ตัวเลขเท่าไหร่

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เป็นการตรวจหาข้อบ่งชี้ของโรคเบาหวาน โดยที่ระดับกลูโคส หรือ Blood Glucose จะต้องไม่เกิน 100 หากเกิน 126 คุณอาจจะกำลังเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ผลตรวจอาจจะยังมีความไม่แน่นอนนัก อาจจะต้องมีการตรวจหาเบาหวานเพิ่มเติมในวันอื่นๆ ด้วยเพื่อความแน่นอน การตรวจระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (GlycatedHb – HbA1c) เป็นอีกหนึ่งวิธีในการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะเป็นการตรวจน้ำตาลสะสมในเลือดในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เพื่อความแม่นยำในการตรวจเบาหวาน โดยจะต้องมีค่าไม่เกิน 7 หากมีค่าตัวเลขสูงกว่า 6.5 ขึ้นไปคุณอาจจะเป็นการยืนยันว่าคุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่

ไขมันดีไม่ดีรู้ได้อย่างไร

การตรวจระดับไขมันในเลือด เป็นการตรวจทั้งคลอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ เพื่อหาความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้องกับโรคความดัน หลอดเลือดหัวใจ เส้นเลือดสมอง โดยจะมีการตรวจระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด (Cholesterol) จะต้องมีค่าไม่เกิน 200 แต่ถ้าหากมีค่ามากกว่า 240 คุณอาจจะกำลังเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจสูง ดังนั้น ให้สังเกต 4 ค่าหลักๆ คือ

  • โคเลสเตอรอลรวม ซึ่งไม่ควรให้สูงเกิน 200 มก.ต่อเดซิลิตร
  • LDL หรือไขมันเลว หากมีมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด ซึ่งไม่ควรเกิน 160 มก.ต่อเดซิลิตร
  • HDL หรือไขมันดี ตัวนี้ยิ่งมีมากยิ่งดีต่อร่างกาย หรือควรมีไม่ต่ำกว่า 50 มก.ต่อเดซิลิตรขึ้นไป เพราะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือด ซึ่งการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยได้
  • ไตรกลีเซอไรด์ เป็นกรดไขมันที่ร่างกายได้จากการย่อยอาหาร โดยระดับไตรกลีเซอไรด์ไม่ควรเกิน 170 มก.ต่อเดซิลิตร

การทำงานของตับดีหรือกำลังแย่

การตรวจการทำงานของตับ เป็นการตรวจหาเอ็นไซม์ของตับเพื่อดูว่าตับมีการทำงานปกติอยู่หรือไม่ โดยดูได้จากค่า SGOT และ SGPT ซึ่งค่าปกติคือประมาณ 40 U/L หากมีค่าเกินกว่านี้แสดงว่าคุณอาจจะมีภาวะตับอักเสบอยู่ก็ได้ การตรวจเอนไซม์ในเซลล์เยื่อบุท่อน้ำดีของตับ (Alkaline Phos) เป็นหนึ่งในการตรวจหาความปกติของการทำงานของตับเช่นกัน โดยเป็นการหาการอุดตันของตับ ถ้ามีค่ามากกว่า 280 อาจจะมีความเสี่ยงภาวะตับแข็ง หรือมีนิ่วในถุงน้ำดี หรือเป็นมะเร็งในตับก็ได้

ไตทำหน้าที่ปกติดีหรือไม่

การตรวจการทำงานของไต หรือ Blood Urea Nitrogen (BUN) เป็นการวัดระดับปริมาณของเสียในร่างกายที่ร่างกายจะสามารถขับออกไปได้ ซึ่งค่าปกติของการทำงานของไตคือ 5-20 หากคุณตรวจวัดได้ค่าที่มากกว่านี้ คุณอาจจะกำลังมีภาวะไตเสื่อม เพราะร่างกายไม่สามารถขับของเสียออกไปได้ตามปกติ และการตรวจระดับครีเอตินินในเลือด (Creatinine) ก็เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจการทำงานของไตที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคไตอยู่หรือเปล่า ดังนั้น ค่ามาตรฐานของครีเอตินสำหรับผู้หญิงคือ 0-0.95 มก.ต่อเดซิลิตร ส่วนผู้ชาย คือ 0-1.17 มก.ต่อเดซิลิตร ถ้าหากมีค่ามากกว่านี้คุณอาจจะกำลังเสี่ยงเป็นโรคไต

ปัสสาวะบอกอะไร

การตรวจปัสสาวะ (UA) สามารถวัดความผิดปกติได้หลายอย่าง แต่หลักๆ แล้วการตรวจปัสสาวะจะเป็นการหาความถ่วงจำเพาะ หรือก็คือพฤติกรรมการดื่มน้ำของเรา โดยคนปกติค่าจะอยู่ที่ 010 – 1.020 ถ้ามากกว่าแสดงว่าร่างกายขาดน้ำ หรือเราดื่มน้ำน้อยเกินไป แต่ถ้าน้อยกว่านี้แสดงว่าเราดื่มน้ำมากเกินไป ร่างกายจึงต้องกำจัดน้ำออกมาทางปัสสาวะหรืออาจจะกำลังเป็นโรคเบาจืดอยู่ก็ได้เช่นกัน

การตรวจกรดยูริคในเลือด (Uric Acid) เป็นการตรวจเกลือยูริคในเลือดหรือหาโรคเก๊าต์นั่นเอง โดยคนปกติหรือผู้ชายปกติจะต้องมีค่าไม่เกิน 5 และผู้หญิงจะต้องไม่เกิน 8

อย่างไรก็ตามผลการตรวจสุขภาพต่างๆ เหล่านี้ยังต้องผ่านการพิจารณาจากคุณหมอเพื่อความแม่นยำและแน่ชัดในการวิเคราะห์ ค่าวัดผลต่างๆ เป็นเพียงตัวเลขที่บ่งชี้หลังจากการตรวจสุขภาพเบื้องต้น การวินิจฉัยต่างๆ จะต้องอยู่ในดุลยพินิจของหมอด้วย

 

ภาพ freepik

Leave a comment