#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/610752
- วันที่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 18:23 น.

ตะวันออกกลางส่อระอุ อิหร่านลั่นจะตอบโต้อย่างสาสม หลังสหรัฐปลิดชีพนายพลมือขวาผู้นำอิหร่าน
จากปฏิบัติการที่สหรัฐใช้โดรนโจมตีทางอากาศใส่ขบวนรถยนต์ใกล้สนามบินนานาชาติกรุงแบกแดด จนเป็นเหตุให้พลเอกกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ซึ่งเป็นกองกำลังสำคัญในสังกัดของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านเสียชีวิต พร้อมกับพรรคพวกอีก 5 ราย ซึ่งรวมถึงนาย Abu Mahdi al-Muhandis ผู้นำกองทัพอิรักและรองผู้นำกลุ่มฮาชด์ชาบีซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน ก็เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ด้วย
การปลิดชีพนายพลโซเลมานีของสหรัฐ เทียบได้เท่ากับการสาดน้ำมันเข้าเปลวไฟอย่างแท้จริง เนื่องจากนายพลโซเลมานีคือ”มือขวา”คนสนิทของอายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และนับเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลเบอร์สองของกองทัพอิหร่าน
เรื่องดังกล่าวส่งผลให้กระทรวงต่างประเทศอิหร่านได้ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ภายหลังจากที่กลาโหมสหรัฐยืนยันปฏิบัติการปลิดชีพว่า การโจมตีของสหรัฐถือเป็นการกระทำอันโง่เขลา
“การกระทำของสหรัฐนับเป็นการก่อการร้ายในระดับสากลอย่างชัดเจน การพุ่งเป้าสังหารนายพลโซเลมานีผู้เป็นบุคคลสำคัญในการนำกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน เป็นการกระทำที่โง่ สหรัฐจะต้องรับผิดชอบกับผลพวงทั้งหมดจากการกระทำเยี่ยงอันธพาลของตนเอง”
อายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน
นอกจากนี้ สื่อทางการของอิหร่านยังรายงานอีกว่า อายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศเตรียมแก้แค้นสหรัฐอย่างสาสม โดยตอนหนึ่งนายคอเมเนอีระบุว่า “ผู้ใดก็ตามที่ปลิดชีวิตของนายพลโซเลมานีและพรรคพวก จงรอคอยการแก้แค้นอย่างสาสม”
นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์หน้า ฝ่ายต่อต้านสหรัฐในอิรักจะเสนอญัตติ ขับไล่กองกำลังสหรัฐออกจากแผ่นดินอิรัก เข้าสู่การพิจารณาของสภาอิรักหลังสหรัฐมีปฏิบัติการสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่าน
กัสซิม โซเลมานี คือใครทำไมสหรัฐต้องปลิดชีพ?
นายพลโซเลมานี วัย 62 ปี ขึ้นเป็นผู้บัญชาการ Quds Force ตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ทรงอิทธิพลมากนัก กระทั่งเขาได้ทำให้หน่วย Quds Force กลายเป็นกองกำลังสำคัญที่สุดของอิหร่าน และเป็นกองทหารที่ทรงอิทธิพลสุดในตะวันออกกลาง
กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) มีอีกชื่อเรียกในภาษาเปอร์เซียว่า Pasdaran
Quds Force เป็นส่วนหนึ่งของ Pasdaran นับว่าเป็นกองทหารลับที่ทรงอิทธิพลที่สุดของตะวันออกกลาง ภารกิจของ Quds Force มุ่งปฏิบัติการแทรกแซงในหลายประเทศทั้งอิรัก ซีเรีย เลบานอน อัฟกานิสถานและฉนวนกาซา ความไม่สงบหลายเหตุการณ์ในอิรักในหลายครั้งเชื่อมโยงกับ Quds Force โดยสัญลักษณ์ของหน่วยทหารสังกัดนี้เป็นรูปกำปั้นและปืนด้านบนมีโองการอัลกุรอานที่แปลความหมายได้ว่า “จงเตรียมพร้อมสำหรับเผชิญหน้าอย่างเต็มความสามารถ อันได้แก่กำลังอย่างหนึ่งอย่างใด”
กองกำลัง Quds Force ซึ่งคาดว่ามีกำลังพลราวๆ 15,000 นาย และในทุกปฏิบัติการต่างๆของหน่วยนี้มักได้รับคำสั่งหรือต้องรายงานโดยตรงกับอายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านเท่านั้น
ว่ากันว่านายพลโซเลมานี คือบบุคคลผู้ทรงอิทธิพลเบอร์สองของอิหร่าน รองจากอายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี และเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่อาจขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำอิหร่านรุ่นใหม่
สำหรับประวัติส่วนตัวของโซเลมานี น้อยคนที่จะรู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังของชายผู้นี้ บางรายงานระบุว่า เขาเกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 1957 นอกเมือง R?bor เมืองขนาดเล็กใกล้เทือกเขาทางใต้ของอิหร่าน แต่จากข้อมูลของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า เขาเกิดที่เมือง Qom ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาของอิหร่าน
แม้ประวัติจะคลุมเครือ แต่ทว่าชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักในอิหร่านรวมถึงถูกจับตามองจากสหรัฐมานานหลายปี ในฐานะมือขวาของอายะตุลลอฮ์ นักวิเคราะห์บางรายมองว่า “นายพลโซเลมานีอาจมีความสำคัญกว่าประธานาธิบดีอิหร่านเสียอีก เขาสามารถพูดคุยได้กับทุกฝ่าย และขึ้นตรงต่อผู้นำสูงสุดอิหร่าน รวมถึงรับผิดชอบนโยบายระดับภูมิภาคของอิหร่าน”
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐ ได้ขึ้นบัญชีดำกองกำลัง (IRGC) ของอิหร่าน ในฐานะองค์กรก่อการร้ายตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่าน
สหรัฐให้เหตุผลการสังหารนายพลโซเลมานีว่า “นายพลโซเลมานี กำลังวางแผนโจมตีสถานทูตสหรัฐหลายแห่ง รวมถึงกองกำลังทหารอเมริกันในอิรักและในภูมิภาค นายพลโซเลมานีและกองกำลังภายใต้การนำของเขามีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของทหารอเมริกันและพันธมิตรหลายร้อยนาย รวมถึงเหยื่อผู้บาดเจ็บอีกนับพันคน”
แต่ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม การปลิดชีพมือขวาผู้นำอิหร่านครั้งนี้ ได้จุดชนวนไฟแห่งความความขัดแย้งวุ่นวายในตะวันออกกลางขึ้นมาอีกครั้ง



