ตีแผ่เบื้องหลังการ์ดอวยพรปีใหม่ ที่แท้มาจากหยาดเหงื่อนักโทษในจีนที่ถูกใช้เยี่ยงทาส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610607

  • วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 19:58 น.

ตีแผ่เบื้องหลังการ์ดอวยพรปีใหม่ ที่แท้มาจากหยาดเหงื่อนักโทษในจีนที่ถูกใช้เยี่ยงทาส

เบื้องหน้าของการ์ดที่สวยงามที่เราส่งให้กันในเทศกาลปีใหม่ กลับมีเบื้องหลังที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อของนักโทษในเรือนจำของจีน

ประเด็นการบังคับใช้แรงงานนักโทษของจีนเยี่ยงทาสกลายเป็นที่สนใจไปทั่วโลกอีกครั้งหลังจาก ฟลอเรนซ์ วิดดี้คอมบ์ เด็กหญิงวัย 6 ขวบชาวอังกฤษ พบข้อความขอความช่วยเหลือในการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสที่ซื้อมาจากเทสโก้ ห้างค้าปลีกรายใหญ่ในอังกฤษ โดยการ์ดดังกล่าวถูกเขียนโดยผู้ต้องขังในเรือนจำของจีน

ข้อความในการ์ดที่ผลิตโดยบริษัท เจ้อเจียง หยุนก่วง พรินติ้ง ของจีนซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของเทสโก้ ระบุว่า “เราเป็นนักโทษชาวต่างชาติในเรือนจำชิงผู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ของจีน ถูกบังคับให้ทำงานโดยปราศจากความสมัครใจ ได้โปรดช่วยพวกเราและแจ้งเรื่องนี้ไปยังองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนด้วย”

เรื่องราวอื้อฉาวนี้ถูกตีแผ่ครั้งแรกโดยหนังสือพิมพ์ The Sunday Times ซึ่งรายงานว่า เจ้าของข้อความขอความช่วยเหลือยังขอร้องให้ผู้ที่พบข้อความดังกล่าวติดต่อไปยัง ปีเตอร์ ฮัมฟรีย์ ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษที่เคยถูกจำคุกที่เรือนจำแห่งเดียวกันนี้ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งพ่อของหนูน้อยคนนี้ได้ทำตามคำขอที่ว่า

ขณะที่ฮัมฟรีย์นอกจากจะเปิดโปงการใช้แรงงานทาสในเรือนจำกับ The Sunday Times แล้ว ยังติดต่อไปยังอดีตนักโทษในเรือนจำต้นทางซึ่งหลายคนยืนยันว่ามีการบังคับใช้แรงงานผู้ต้องขังต่างชาติจริง โดยหนึ่งในอดีตผู้ต้องขังเผยว่าเคยถูกบังคับให้บรรจุหีบห่อและติดป้ายสินค้าของเทสโก้อย่างน้อย 2 ปี ส่วนฮัมฟรีย์เองก็เคยเห็นป้ายสินค้าแบรนด์เนมช่วงที่ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำชิงผู่

ล่าสุด The Sunday Times รายงานเพิ่มเติมว่า หนึ่งในนักโทษชาวในจีเรียในเรือนจำของจีน เผยว่าเขากับเพื่อนนักโทษชาวในจีเรียอีกคนหนึ่งรวมกันเขียนข้อความขอความช่วยเหลือลักษณะนี้ 10 ฉบับ ก่อนที่หนูน้อยวัย 6 ขวบจะพบหนึ่งในนั้น

แม้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเทสโก้ บริษัทผู้ผลิต และทางการจีนจะยืนยันว่าไม่มีการใช้แรงงานผู้ต้องขังตามที่เป็นข่าว แต่กรณีล่าสุดนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวว่านักโทษในจีนแอบเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือใส่มาในสินค้าที่ส่งออกไปยังประเทศตะวันตก

เมื่อปี 2012 จูลี คีธ จากรัฐโอเรกอนของสหรัฐ พบข้อความจากชุดอุปกรณ์แต่งตัวเทศกาลฮาโลวีนเขียนว่า “หากคุณซื้อสินค้าชิ้นนี้กรุณาส่งจดหมายนี้ไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชน คนนับพันที่ถูกรัฐบาลจีนลงโทษจะขอบคุณและจดจำคุณตลอดไป”

จดหมายที่ระบุพิกัดว่าเขียนจากหน่วยที่ 8 แผนก 2 ค่ายแรงงานหม่าซันเจียใกล้กับเมืองเสิ่นหยางในมณฑลเหลียวหนิงของจีนแผ่นนี้ยังเขียนต่ออีกว่า ผู้ต้องขังถูกบังคับให้ทำงานวันละ 15 ชั่วโมงทุกวัน มิฉะนั้นจะถูกทรมาน

อีก 2 ปีต่อมา แคเรน วิซินสกา จากไอร์แลนด์เหนือ พบข้อความที่มาจากเรือนจำในมณฑลหูเป่ยซ่อนอยู่ในกางเกงที่ซื้อจากร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่น ไพรมาร์ก (Primark) ระบุว่า “งานของพวกเราในเรือนจำคือผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับส่งออก พวกเราทำงานวันละ 15 ชั่วโมง ส่วนอาหารที่พวกเรากินแย่ยิ่งกว่าอาหารหมูอาหารหมาเสียอีก”

ข้อความทำนองเดียวกันนี้ยังถูกพบในการ์ดวันคริสต์มาสเมื่อปี 2017

อันที่จริงการใช้แรงงานผู้ต้องขังไม่ถือว่าละเมิดกฎขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) แต่ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของนักโทษ และสภาพของการทำงาน รวมถึงค่าตอบแทนต้องเทียบได้กับการทำงานของบุคคลทั่วไปที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน

ส่วนกฎหมายของจีนกำหนดให้การใช้แรงงานเป็นส่วนหนึ่งของการรับโทษ และส่วนใหญ่ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง

ทว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนภายนอกจะรู้ว่ากฎหมายข้อบังคับต่างๆ ถูกปฏิบัติตามมากน้อยเพียงใด ดังที่องค์กรส่งเสริมสิทธิแรงงาน Ethical Trading Initiative ระบุว่าบริษัทต่างๆ มักจะถูก “หลอกลวง” ให้เชื่อว่าการใช้แรงงานผู้ต้องขังเป็นไปตามมาตรฐานของ ILO

ขณะที่บริษัทชื่อดังหลายแห่ง อาทิ H&M, 3M, C&A รวมทั้งเทสโก้ที่จำหน่ายการ์ดที่มีข้อความขอความช่วยเหลือในกรณีล่าสุด ล้วนมีข้อห้ามชัดเจนว่าไม่ให้ซัพพลายเออร์บังคับใช้แรงงาน ไม่ใช้แรงงานผู้ต้องขัง หรือแรงงานผิดกฎหมาย หากพบฝ่าฝืนจะยกเลิกสัญญาทันที และยังมีการสุ่มตรวจโรงงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

อย่างไรก็ดี ฮัมฟรีย์ เคยระบุไว้ในบทความเรื่อง Chinese prisoners allegedly made products for H&M and C&A (ดูเหมือนว่านักโทษจีนจะผลิตสินค้าให้กับ H&M และ C&A) เมื่อปีที่แล้วว่า หากมีการใช้แรงงานผู้ต้องขังจริง บริษัทเหล่านี้อาจจะไม่รู้ตัว เนื่องจากบริษัทต่างๆ จะใช้วิธีทำสัญญากับโรงงานโรงงานหนึ่งให้ผลิตสินค้า แต่หลังจากนั้นโรงงานอาจไปว่าจ้างโรงงานอื่นอีกทอดหนึ่ง

ดังนั้น แม้จะสุ่มตรวจโรงงานก็จะไม่พบการบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมาย เพราะบริษัทตรวจเฉพาะโรงงานที่ตัวเองทำสัญญาด้วยเท่านั้น ไม่มีทางรู้เลยว่าบริษัทที่ทำสัญญาช่วงมีสภาพการทำงานอย่างไร

ในบทความนี้ยังระบุอีกว่า มีรายงานว่าบริษัทสิ่งทอของจีนบางแห่งว่าจ้างโรงงานในเกาหลีเหนือให้ผลิตสินค้า แล้วติดป้าย “Made in China” รวมทั้งมีการว่าจ้างแรงงานผู้ต้องขังในจีนด้วย เพราะมีค่าแรงต่ำ

Leave a comment