#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/610766
- วันที่ 04 ม.ค. 2563 เวลา 11:18 น.

สถานการณ์ตะวันออกกลางส่อเค้าระอุ สหรัฐส่งทหารเข้าพื้นที่ 3,000 นาย พร้อมเตือนพลเมืองออกจากอิรัก
จากเมื่อช่วงรุ่งสางของวันที่ 3 มกราคมตามเวลาท้องถิ่นในกรุงแบกแดดของอิรัก สหรัฐได้มีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศปลิดชีพนายพล กัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังหน่วยรบพิเศษ Quds Force และถือเป็นทหารคนสำคัญที่เป็น”มือขวา”ของอายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน
ปฏิบัติการสังหารครั้งนี้ยังส่งผลให้นาย Abu Mahdi al-Muhandis ผู้นำกองทัพอิรักและรองผู้นำกลุ่มฮาชด์ชาบีซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน กับพวกอีก 5 ราย เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ด้วย
ปฏิบัติการปลิดชีพทหารผู้เป็นคีย์แมนคนสำคัญของอิหร่าน แน่นอนว่าทำให้อิหร่านไม่มีทางอยู่นิ่งเฉย โดยภายหลังจากคำยืนยันการเสียชีวิตของนายพลโซเลมานี มีความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางเกิดขึ้นรอบ 24 ชั่วโมงหลังการสังหารนายพลอิหร่านดังนี้
- สหรัฐแถลงยืนยันการปลิดนายพลโซเลมานี โดยคำสั่งโจมตีมาจากประธานาธิบดีทรัมป์โดยตรง สหรัฐให้เหตุผลว่า ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force เตรียมวางแผนการโจมตีสถานทูตสหรัฐทั้งในกรุงแบกแดดอีกหลายแห่งในภูมิภาค รวมถึงรวมถึงกองกำลังทหารอเมริกันในอิรักและในภูมิภาค โซเลมานีและกองกำลังของเขามีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของทหารอเมริกันและพันธมิตรหลายร้อยนาย รวมถึงเหยื่ออีกนับพันคน
- อายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ในทันทีว่า “ผู้ใดก็ตามที่ปลิดชีวิตของนายพลโซเลมานีและพรรคพวก จงรอคอยการแก้แค้นอย่างสาสม” พร้อมประกาศไว้อาลัย 3 วัน
- อาเดล อับดุล มาห์ดี รักษาการนายกรัฐมนตรีอิรัก ประณามการโจมตีของสหรัฐ โดยมองว่าเป็นการแสดงความก้าวร้าวต่อรัฐบาลและชาวอิรัก
- เจ้าหน้าที่ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ลั่นจะแก้แค้นสหรัฐอย่างสามสมที่สังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force โดยอิหร่านเตรียมจัดการกับ”ผลประโยชน์ของสหรัฐทั้งในตะวันออกกลาง และทั่วโลกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”
- อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศแต่งตั้งนายเอสมาอิล กานี เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force คนใหม่
- สถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดดเตือนชาวอเมริกันรีบเดินทางออกจากอิรัก หลังสถานการณ์ในภูมิภาคส่อเค้าตึงเครียด แถลงการณ์ระบุว่า “เนื่องจากมีความตึงเครียดมากขึ้นในอิรักและในภูมิภาค ทางสถานทูตจึงขอเรียกร้องให้ชาวอเมริกันเดินทางออกจากอิรักโดยทันที โดยควรเดินทางด้วยเครื่องบินหากเป็นไปได้ มิฉะนั้น ควรเดินทางไปยังประเทศอื่นโดยใช้เส้นทางบก”
- ชาวเตหะรานหลายหมื่น ออกมาเดินขบวนเพื่อรวมสวดมนต์แสดงความไว้อาลัย พร้อมประท้วงแสดงความโกรธแค้นต่อปฏิบัติการสังหารนายพลโซเลมานี
- “ทรัมป์”ทวีตข้อความเย้ยอิหร่านโดยบอกว่า “อิหร่านไม่เคยชนะสงคราม แต่ไม่เคยพ่ายแพ้ในการเจรจา” รวมถึงอ้างปฏิบัติการโจมตีนี้ ไม่ใช่การก่อสงคราม แต่เป็นการยุติสงคราม “โซเลมานี ควรถูกกำจัดไปเมื่อหลายปีก่อนแล้ว! .. เขาเข่นฆ่าและทำชาวอเมริกันบาดเจ็บสาหัสไปหลายพันคน ตลอดช่วงเวลาที่ยืดยาว และวางแผนฆ่าอีกมาก แต่ถูกจับได้ก่อน” ทรัมป์กล่าว
- นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนกรีซ ได้ลดแผนการเยือนพร้อมเดินทางกลับประเทศทันที โดยทันทีที่ถึงอิสราเอล เขาแสดงจุดยืน สนับสนุนปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯซึ่งปลิดชีพโซไลมานี “ก็เหมือนกับอิสราเอลที่มีสิทธิ์ปกป้องตนเอง สหรัฐฯก็มีสิทธิ์แบบเดียวกัน”
- สื่อสหรัฐรายงานว่า กระทรวงกลาโหมเตรียมส่งทหารเข้าไปยังตะวันออกกลางราว 3,000 นาย หลังจากที่ใช้ปฎิบัติการโจมตีทางอากาศปลิดชีพนายพลอิหร่านกับพวก โดยทหารหน่วยดังกล่าวจะเข้าประจำการในอิรัก คูเวต และประเทศใกล้เคียงในภูมิภาค แม้ว่าทางเพนตากอนจะยืนยันว่าการส่งทหารนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการรับมือหลังการสังหารนายพลโซเลมานี
- รัฐบาลแคนาดาประกาศให้พลเมืองออกจากอิรัก โดยเตือนว่า สถานการณ์ในอิรักและอิหร่านอาจเลวร้ายลง


