เรื่องที่น่าสนใจ สรุปผลการประชุมครม.วันนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/414788?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เรื่องที่น่าสนใจ สรุปผลการประชุมครม.วันนี้

4 กุมภาพันธ์ 2563 – 18:50 น.
ผลการประชุมครมวันนี้,มติครมวันนี้,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 208 ครั้ง

ครม.ปรับหลักเกณฑ์ นำงบประมาณปี 62 มาใช้ เป็น 75%  หลัง งบ 63 ล่าช้า -เห็นชอบงบกลาง 178 ล้านบาท สำหรับโครงการเพิ่มพื้นที่นอนสำหรับผู้ต้องขัง

4 ก.พ.2563-ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่มเติมการนำเงินมาใช้ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 จากเดิมมติ ครม. วันที่ 27 สิงหาคม 2562 รับทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ให้สำนักงบประมาณนำเงินมาใช้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง

แต่เนื่องจากการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ล่าช้า จึงอนุมัติวงเงิน เงื่อนไขและหลักเกณฑ์เพิ่มจากเดิมเป็น 75% ซึ่งเป็นรายจ่ายที่มีข้อผูกพันก่อนหน้านี้และเป็นข้อพิพากษาของศาล รวมทั้งข้อตกลงระหว่างประเทศ และภารกิจพื้นฐานและความจำเป็นเร่งด่วน โดยไม่เกินวงเงินงบประมาณของปี 2563 นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติงบผูกพันรายจ่ายท้ายปีที่ไม่เพียงพอ โดยให้ใช้งบประมาณกลาง แล้วไปหักออกจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563

ครม.เคาะ มาตราการ ช่วยผู้ประกอบการ รับผลกระทบ “ไวรัสโคโรนา” เพิ่มเงินกู้ 1.25 แสนล้าน ลดภาษี ‘สัมมนาในประเทศ-ปรับปรุงกิจการ-น้ำมันเครื่องบิน’ กว่า 5 พันล้านบาท

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการบรรเทาผลกระทบภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเนื่องจากไวรัสโคโรนา โดยมาตรการทางการเงินและภาษี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ SME ประชารัฐสร้างไทย โดยธนาคารออมสิน, โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ของธนาคาร SME, โครงการสินเชื่อกรุงไทย SME, และโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ของธนาคารออมสิน รวมวงเงินที่สามารถกู้ยืมได้ 125,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีการขยายเวลาการชำระหนี้และลดค่าธรรมเนียม ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ สามารถติดต่อธนาคารออมสิน, ธนาคาร SME ธ.ก.ส., ธ.อ.ส., และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

ขณะเดียวกันมีการอนุมัติมาตรการทางภาษี โดยการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้ส่วนบุคคลไปถึงเดือนมิถุนายน 2563 พร้อมทั้งมีมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ โดยบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนาภายในประเทศภายในปี 2563 มาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และมีมาตรการสนับสนุนการปรับปรุงกิจการโรงแรม โดยสามารถนำรายจ่ายค่าต่อเติมและขยายกิจการมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า และมาตรกาาลดอัตราภาษีสรรพสารมิตรสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นจากเดิม 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร เป็นการชั่วคราว คาดว่ารัฐจะเสียรายได้ 5,287 ล้านบาท

ครม. เห็นชอบร่างพ.ร.บ. กำหนดให้อาหาร เป็นการกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการวินิจฉัยปัญหาโภชนาการ  มีคณะกรรมการวิชาชีพควบคุมขึ้นทะเบียน-ออกใบอนุญาต

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้อาหาร ซึ่งการกำหนดอาหารเป็นการกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการวินิจฉัยปัญหาโภชนาการ โดยการประเมินภาวะโภชนาการของผู้ป่วย วิเคราะห์ และวางแผนการให้โภชนาการบำบัด การให้คำปรึกษา ติดตาม ประเมินผล ส่งเสริมและฟื้นฟูภาวะโภชนาการ และการดัดแปลงอาหารเฉพาะโรคให้เป็นไปตามแผนการรักษา

เพื่อให้เหมาะสมกับโรคและภาวะโภชนาการ ทั้งในช่วงที่สุขภาพดี และมีการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคที่รักษาด้วยยาอย่างเดียวไม่พอต้องมาอาศัยการกินเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชญัญัติการประกอบโรคศิลปะ ทั้งนี้สาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือกำหนดให้สาขาการกำหนดอาหารเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ ให้มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการกำหนดอาหาร ทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียน ออกใบอนุญาติ เพิกถอนในอนุญาติแก่ผู้ประกอบการโรคศิลปะสาขานั้นๆ อีกทั้งยังเป็นการกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนและขอขึ้นใบอนุญาติ ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบปริญญาหรือประกาศนียบัตรเที่ยบเท่าสาขาการกำหนดอาหารจากสถาบันการศึกษา ที่คณะกรรมการวิชาชีพการกำหนดวิชาชีพรับรองอีกด้วย

ครม. ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ. การป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย กำหนดโทษหนัก เจ้าหน้าที่พนักงานทำนอกเหนือ เจอโทษเป็น 3 เท่า

ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย เนื่องจากการก่อการร้ายเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่งคง และความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ รวมทั้งเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงสลับซับซ้อน หากไม่ดำเนินการแก้ไขจะเกิดผลกระทบในวงกว้างต่อความมั่นคงแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการออกมาป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายนี้ โดยร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม และตักบทบัญญัติในส่วนที่ซ้ำกับกฎหมายอื่นออกไปหมดแล้ว โดยสาระสำคัญ คือการกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย โดยจะกำหนดอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่

รวมถึงมาตรการในการคุ้มครองการปฎิบัติหน้าที่ของพนักงานและเจ้าหน้าที่ที่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชน โดยมีมาตรการคือ 1. มาตรการเชิงป้องกันการก่อการร้าย กำหนดอำนาจทั่วไปสำหรับพลักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปในเคหะสถาน เพื่อตรวจค้น การค้นบุคคล หรือยานพาหนะ ถ้ามีเหตุต้องสงสัย ยึดทรัพย์สิน ห้ามเข้า ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม ยานพาหนะ อาคาร สถานที่ สามารถสั่งอพยพและเข้าถึงการได้มาซึ่งเอกสารและข้อมูลข่าวสาร การสะกดรอยผู้ต้องสงสัย การปฎิบัติการอำพราง การเคลื่อนย้ายภายใต้การควบคุม รวมถึงอำนาจในการจับกุมและการควบคุมตัวบุคคล

2.มาตรการเชิงปราบปรามการก่อการร้าย อำนาจของเจ้าหน้าที่พนักงาน หากประกาศสถานการณ์ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติแล้ว สามารถออกคำสั่งให้บุคคลห้ามออกไปนอกราชอาณาจักร สามารถออกคำสั่งให้คนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักร มีการควบคุมการซื้อขายการครอบครองใช้อาวุธ ทั้งนี้จะต้องไม่สมควรเกินกว่าเหตุ ต้องทำด้วยความจำเป็น

และ3.ขอบเขตการบังคับใช้หรือเขตอำนาจศาล หรือเขตสถานะของพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้การดำเนินคดีต้องอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม รวมทั้งกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับการแต่งตั้ง เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามประมวลกฎหมายอาญา  สำหรับบทกำหนดโทษ กำหนดให้ผู้ใดก็ตามที่เปิดเผยการได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องระวังโทษจำคุกตั้งแต่ 3-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-100,000  บาท และกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับการกระทำนอกเหนือจากปฎิบัติการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องระวังโทษหนักเป็น 3 เท่าของการกำหนดความผิดไว้

ครม.ไฟเขียว กห.ตั้ง กรรมการผู้ทรงฯ ในคณะกรรมการกำลังพลสำรอง (คกส.) 5 คน มีชื่อ น้องชายบิ๊กป๊อก-เพื่อนตท.10

ครม. มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้ง นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ (นักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำลังพลสำรอง (คกส.) จำนวน 5 คน ดังนี้  1. พลเอก ธนดล เผ่าจินดา 2. พลเอก อภิชัย ทรงศิลป์ 3. นายประพันธ์ ปุษยไพบูลย์ 4. พลเอก วิเชียร มัญญะหงษ์ 5. นายสุรเดช วลีอิทธิกุล ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป

ครม.เห็นชอบเช่าเครื่องติดตามตัวนักโทษ 30,000 เครื่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า  ครม.เห็นชอบโครงการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring: EM) มาใช้เพื่อเป็นมาตรการทางเลือกแทนการลงโทษจำคุก จำนวน 30,000 เครื่อง วงเงิน 877.26 ล้านบาท โดยขอผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการค่าเช่าอุปกรณ์ฯ ระยะเวลาดำเนินการ 30 เดือน ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2565 วงเงิน 832.5 ล้านบาท

พร้อมทั้ง เห็นชอบให้ยกเลิกการผูกพันงบประมาณรายการค่าเช่าอุปกรณ์เครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) พร้อมระบบควบคุมการทำงาน จำนวน 4,000 เครื่อง วงเงิน 151.20 ล้านบาท ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 เนื่องจากบริษัทคู่สัญญาส่งมอบอุปกรณ์ไม่ตรงตามคุณลักษณะที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่า ทางกรมคุมประพฤติจึงบอกเลิกสัญญา
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความแออัดในเรือนจำโดยการเช่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) พร้อมระบบที่เกี่ยวข้องสำหรับการติดตามตัวผู้กระทำผิดตามที่กรมประพฤติกำหนด ครอบคลุม 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ถูกคุมประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 2) ผู้ต้องราชทัณฑ์ นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการพักการลงโทษหรือได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และ 3) ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545

คุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตามที่กำหนดไว้ เช่น เป็นระบบ GPS และระบบ RF (Radio-Frequency คลื่นความถี่วิทยุ) แบบชิ้นเดียว มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 250 กรัม ระบบการแจ้งเตือน เป็นการแจ้งเตือนแบบ Real-time เมื่อเกิดเหตุกับอุปกรณ์ เช่น แบตเตอรี่เหลือน้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์  ออกนอก/เข้าเขตพื้นที่ที่กำหนด ถอดอุปกรณ์หรือสายรัดโดยไม่ได้รับอนุญาต อุปกรณ์/สายรัดถูกทำลาย เป็นต้น โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) เว็บไซต์ (Web) 2) การส่งข้อความ (SMS) ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ตามเขตพื้นที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตามที่กรมคุมประพฤติกำหนด และ 3) การส่งข้อมูลผ่าน E-mail ไปยังเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 กระทรวงยุติธรรมจะนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) มาใช้กับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 137,062 ราย สรุปได้ดังนี้
1.กลุ่มนักโทษเด็ดขาดที่เข้าเกณฑ์การพักโทษในกรณีปกติ รวม 21,117 ราย แบ่งเป็นคดีทั่วไป จำนวน 3,333 ราย คดียาเสพติด จำนวน 17,784 ราย
2.กลุ่มนักโทษเด็ดขาดที่เข้าเกณฑ์การพักโทษในกรณีมีเหตุพิเศษ รวม 72,298 ราย แบ่งเป็นคดีทั่วไป จำนวน 12,532 ราย คดียาเสพติด จำนวน 59,766 ราย
3.ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์คดียาเสพติด รวม 13,647 ราย
4.ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ .2545 ที่ยังไม่สามารถเข้ารับการบำบัดในศูนย์วิวัฒน์พลเมืองได้ รวม 30,000 คน

ครม.เห็นชอบงบกลาง 178 ล้านบาท สำหรับโครงการเพิ่มพื้นที่นอนสำหรับผู้ต้องขัง

ตามที่กรมราชทัณฑ์ประสบปัญหาอย่างมากเรื่องพื้นที่ในเรือนจำไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ต้องขังที่มีอยู่ที่ 3.6 แสนคน ในขณะที่มีพื้นที่นอนสำหรับผู้ต้องขังได้เพียง 2.5 แสนคน มีจำนวนผู้ต้องขังเกินความจุของพื้นที่ 1.1 แสนคน ครม.จึงได้อนุมัติการใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 178 ล้านบาท

สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายโครงการจัดทำพื้นที่นอนเพิ่มสำหรับผู้ต้องขัง ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ภายในห้องขังให้เป็นเพื้นที่นอน 2 ชั้น ในเรือนจำต่างๆไปแล้ว รองรับจำนวนผู้ต้องขังได้ 1.5 หมื่นคน  จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อ ซึ่งงบประมาณที่อนุมัตินี้ จะนำไปปรับปรุงเพิ่มพื้นที่นอน 2 ชั้น ในเรือนจำ 93 แห่ง ได้ 1,895 ห้อง รองรับผู้ต้องขังได้ 7.2 หมื่นคน

ครม.อนุมัติมาตรการยกเว้นภาษีนิติบุคคลแก่บริษัทที่รับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของผู้พ้นโทษ ผู้ถูกคุมประพฤติ เด็กและเยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเลื่อมล้ำให้บุคคลเหล่านี้สามารถประกอบอาชีพสุจริตเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวหลังพ้นโทษได้ โดยไม่กลับมากระทำความผิดซ้ำ แต่หลังจากพ้นโทษแล้วบุคคลเหล่านี้ถือเป็นบุคคลที่มีประวัติทางอาชญากรรม ส่งผลให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการปฏิเสธรับเข้าทำงาน ดังนั้น รัฐจึงมีมาตรการส่งเสริมให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการจ้างงานผู้พ้นโทษที่ได้รับการปล่อยตัว

วันนี้ ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษเข้าทำงาน) โดยมีสาระสำคัญคือ

1. กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรับผู้พ้นโทษที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ปล่อยตัวเข้าทำงาน สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างงานผู้พ้นโทษเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

2. กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นี้ ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตภายในกำหนดตามกฎหมาย ตั้งแต่เดือนที่รับผู้พ้นโทษเข้าทำงานจนถึงเดือนสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้

3. กำหนดนิยาม “ผู้พ้นโทษ” หมายถึง นักโทษเด็ดขาด มีสัญชาติไทยที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ เนื่องจากครบกำหนดโทษตามหมายศาล ลดวันต้องโทษจำคุก หรือพักการลงโทษ

ทั้งนี้ มาตรการทางภาษีดังกล่าวทำให้รัฐจัดเก็บภาษีลดลงประมาณ 6,732 ล้านบาท แต่มีประโยชน์ในการ 1) สร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษให้มีอาชีพสุจริตก่อให้เกิดรายได้ที่พึ่งพาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี 2) สร้างโอกาสให้ผู้พ้นโทษกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมั่นคงและลดการกลับมากระทำความผิดซ้ำ 3)เสริมสร้างตลาดแรงงานในระบบเศรษฐกิจของไทยที่ขาดแคลนโดยไม่ต้องพึ่งพาแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน

Leave a comment