#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
โรงไฟฟ้าชุมชน ‘จิ๊กซอว์” แก้จนเหลื่อมล้ำ

แม้ชื่อของ ‘สนธิรัตน์’ รมว.พลังงาน ไม่ปรากฏว่าถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ก็ไม่ได้การันตีเก้าอี้เสนาบดีตัวนี้ในวันข้างหน้า การเร่งสร้างผลงานดีกว่า’รำมวย’ไปวันๆ
แม้ชื่อของ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะไม่ปรากฎว่าถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ตาม แต่นั่นไม่ได้การันตีว่าเก้าอี้เสนาบดีของเจ้าตัวจะเป็นอย่างไรในวันหน้า
การมัวแต่รีรอ คงไม่ทันการณ์ ความพยายามเร่งสร้างผลงานของ “สนธิรัตน์” แม้อายุรัฐบาลขณะนี้ ยังไม่ถึงขวบปีดีนัก ย่อมดีกว่ารำมวยไปวันๆ เพราะไม่รู้ว่าการ “ปรับครม.” จะเกิดขึ้นเมื่อใด ดังนั้นการมีผลงานถือเป็นเกราะป้องกันตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
การเดินหน้านโยบาย “โรงไฟฟ้าชุมชน” เริ่มเป็นที่คุ้นหู หลายครั้ง “นายกรัฐมนตรี” เองก็ออกปากถึงโครงการนี้ ว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างไร
“โรงไฟฟ้าชุมชน” ถือเป็นโปรเจ็กต์สำคัญที่กระจายลงไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นกลไกการแก้ปัญหาความยากจนเหลื่อมล้ำ
อย่างแรก ชุมชนจะได้รับคือ มีไฟฟ้าที่ผลิตได้ในชุมชมใช้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
ต่อที่สอง ที่ชาวบ้านจะได้ คือหากมีไฟเหลือใช้ ก็สามารถขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทาง
นอกจากนั้น กระบวนการผลิตไฟฟ้า ยังสามารถใช้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ปาล์ม มันสำปะหลัง และอ้อย เป็นต้น มาใช้เป็นพืชพลังงาน นับเป็นการแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ รวมถึงยังสามารถนำขยะ สิ่งของเหลือใช้มาเป็นพลังงานเชื้อเพลิงได้อีกด้วย
ประมาณว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว เพียงแต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ข้อครหาเอื้อประโยชน์ให้เอกชน เพราะงานนี้ลำพังเพียงศักยภาพของชุมชนคงไม่สามารถทำให้เป็นรูปธรรมได้ เอกชนจึงต้องเข้ามาร่วมผลักดัน แต่จะทำอย่างไรให้การดำเนินการเกิดความโปร่งใส
ขณะเดียวกัน ยังมีความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของอาเซียน นับเป็นการต่อจิ๊กซอว์ในภาพเล็ก ที่ส่งผลในภาพใหญ่อย่างชัดเจน
ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในบริบททางการเมือง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ก็ต้องติดตามกันต่อไป ไม่ว่าผลงานตรงนี้ จะทำให้ “สนธิรัตน์” ได้นั่งสานงานต่อในตำแหน่ง “รมว.พลังงาน” หรือไม่ก็ตาม
แต่ที่แน่ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลลัพธ์ของโครงการนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยได้ประโยชน์ไปเต็มๆ